Pages: [1] 2 3 ... 10
 1 
 on: September 21, 2014, 11:00:16 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


Artist: คุณ บก.ลายจุด สมบัติ บุญงามอนงค์
Title: Peace Talk รายการ ประชาชน 3.0
Hosted by:
Genre: Political Talk
Release date: ประจำเดือน กันยายน 2557
Audio codec: MP3
ออกอากาศ: ทางช่อง  PEACE TV  ประจำวัน จันทร์-อังคาร-พุธ-พฤหัสบดี-ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

ขอบคุณ: คุณ clip Thai  cofspeed
โดย
http://www.konthaiuk.com/home.php
http://www.khonthaiuk.info/home.php
http://www.khonthaiuk.co.uk/home.php
http://konthaiuk.eu/home.php
http://www.konthaiuk.info/home.php


♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

21-09-2014>>>ประชาชน 3.0 ตอน เรื่องหมาๆ




♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

เวปไซด์ คนไทยยูเค สนับสนัน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียงส่วนใหญ่ ของ ปชช เท่านั้น

 2 
 on: September 21, 2014, 09:39:42 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 14:10:17 น.





ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (20 ก.ย.) นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ภาพลงในอินสตาแกรมส่วนตัว @oak_ptt โดยเป็นภาพของ เอม พินทองทา คุณากรวงศ์ น้องสาว ที่กำลังอุ้มท้องลูกคนแรก 6 เดือน ถ่ายรูปเซลฟี่กับ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี และ พ.ต.ท. ทักษิณ ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เพราะถือเป็นการพบกันครั้งแรกของตาหลาน หลังจากที่ เอม พินทองทา ตั้งครรภ์ลูกฝาแฝด โดย โอ๊ค พานทองแท้ ได้โพสต์ข้อความว่า "ภาพแรกตาหลาน" และ "ใครใหญ่กว่ากันอ่ะ"

อย่างไรก็ตาม นายพานทองแท้ ไม่ได้ระบุสถานที่ว่าเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศใด


 

ขอขอบคุณภาพจาก @oak_ptt ,@aimpintongta และ @pongkuna

 3 
 on: September 21, 2014, 07:28:54 PM 
Started by MaysaaNitto - Last post by MaysaaNitto
60 นักวิชาการ จาก 16 สถาบัน ประณาม คสช. คุกคามอาจารย์-นักศึกษา
http://www.prachatai.org/journal/2014/09/55657






 4 
 on: September 21, 2014, 04:08:20 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 10:34:51 น.



เมื่อวันที่ 20 กันยายน เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อแนวร่วมขบวนการเสรีไทยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ โพสต์คลิป น.ส.กริชสุดา คุณะแสน หรือเปิ้ล คนเสื้อแดงที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์เรียก น.ส.กริชสุดาว่า "อีนี่" ในระหว่างที่ให้สัมภาษณ์สื่อ ว่า แสดงถึงภาวะความเป็นผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์นักข่าวยังพูดขนาดนี้ แม้จะไม่ชอบหน้า หรือไม่เห็นคุณค่ากัน แต่ไม่น่าพูดขนาดนี้ เพราะควรจะระมัดระวังคำพูด เพราะคำพูดบ่งบอกถึงความเป็นผู้นำ และยืนยันไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่าถูกตอกเล็บ แต่พูดว่าถูก คสช.ทำร้ายร่างกาย ทรมานด้วยวิธีต่างๆ อย่างที่เคยพูดไป และที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า บอกว่าถูกอดอาหาร ที่จริงพูดว่าถูกมัดมือ ป้อนข้าว ป้อนน้ำ มัดมือถูกอาบน้ำให้

"หนูว่าคุณลุงน่าจะทำการบ้านให้ดีว่าหนูพูดอะไรไปบ้าง ไม่ใช่ไม่ฟังคลิปที่หนูพูด แต่ไปฟังแต่ที่ลูกน้องพูด หนูว่าคนมีภาวะความเป็นผู้นำเขาไม่ทำกัน เชื่อลูกน้อง แต่ไม่ดูข้อมูล ไม่ทำการบ้าน หนูขอสอนคุณลุงว่า ไม่ว่าจะเป็นการพูดเรื่องยางพาราให้ไปขายที่ดาวอังคาร หรือนักเรียนตีกันให้ปิดโรงเรียน หากเช่นนั้นหนูแนะนำให้คุณลุงปิดกองทัพบกและกองทัพอากาศด้วย เพราะลูกน้องคุณลุงก็ยังยกพวกตีกันเหมือนกัน ส่วนเรื่องไมโครโฟนราคาแพง อย่าลืมจับคนผิดให้ได้ อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล" น.ส.กริชสุดากล่าว



ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1411270337

 5 
 on: September 21, 2014, 12:39:14 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
หัวเชื้อวิกฤติซ้ำ ปิดทางคืนอำนาจ
21 ก.ย. 2557 05:01





ปริศนาโม่งชุดดำ “กับดัก” คสช.เดินหน้าปรองดอง

ประเทศไทยชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝนประจำฤดูพ่วงด้วยอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “คาลแมกี”

อากาศขมุกขมัว อึมครึมตลอดทั้งสัปดาห์

ในขณะที่บรรยากาศทางการเมืองเข้าสู่โหมดการบริหารของรัฐบาลอย่างเต็มรูปแบบ

ตามโปรแกรมขั้นตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางเข้าประเดิมห้องทำงานนายกรัฐมนตรีบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เป็นครั้งแรก พร้อมๆกับรัฐมนตรีก็ถือฤกษ์เข้าทำงานตามรายกระทรวง

ผ่านการประชุม ครม.นัดแรกอย่างเป็นทางการ

โดยมีวาระประเดิมของกระทรวงมหาดไทย ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ทั้งรองปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด

จัดแถวข้าราชการฝ่ายพลเรือนฝ่ายปกครอง ต่อเนื่องกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ และที่เสร็จไปก่อนหน้าก็คือการแต่งตั้งโยกย้ายทหารประจำปี

จังหวะพอดีกับการตั้งต้นพร้อมรัฐบาลใหม่

พร้อมๆกับที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ผ่านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 วงเงิน 2.57 ล้านล้านบาท

ปัจจัยสำคัญในการบริหาร โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อีกด้านหนึ่ง โฟกัสไปที่กระบวนการปฏิรูปประเทศไทยก็ขยับคืบหน้าไปอีกขั้น ตามกระบวนการล่าสุดมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 117/2557 เรื่องการแต่งตั้งคณะ

กรรมการคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 14 คน

ล้วนแล้วแต่ขุนทหารและบิ๊กตำรวจ

โดยให้คณะกรรมการคัดเลือก สปช.มีอำนาจหน้าที่พิจารณาคัดเลือกบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น สปช.จากบัญชี

รายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดเสนอจังหวัดละหนึ่งคน

พิจารณาคัดเลือกบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นสปช.จากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาแต่ละด้านตามมาตรา 4 (1) ถึง (11) แห่ง พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสปช. พ.ศ.2557 เสนอตามจำนวนที่เห็นสมควร

นำรายชื่อบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกทั้งสองส่วน แต่ต้องไม่เกิน 250 คน เสนอต่อหัวหน้า คสช. เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงแต่งตั้ง สปช.ต่อไป

เข้าสู่ด่านสุดท้าย จากจำนวน 7,000 กว่ารายในขั้นแรก ผ่านด่านการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาด้านต่างๆ

และคณะกรรมการสรรหาในส่วนจังหวัดจนเหลือ 935 คน ในขั้นที่สอง

ถึงขั้นตอน คสช.ต้องจิ้มชื่อ 250 อรหันต์

ขณะเดียวกันก็มีการปรับโครงสร้าง คสช.ใหม่ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช.

2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้า คสช. 3.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช. 4.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้า คสช. 5.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช. 6.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.

7.พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล สมาชิก คสช. 8.พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร สมาชิก คสช. 9.พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา สมาชิกคสช. 10.พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ สมาชิก คสช. 11. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง สมาชิก คสช.

12.พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สมาชิก คสช. 13.นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. 14.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมาชิก คสช. 15.พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการ คสช.

เต็มตามจำนวนที่ล็อกไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว

เอาเป็นว่า ตามโปรแกรมเชื่อมโยงต่อเนื่อง รัฐบาลเดินหน้าบริหาร สภานิติบัญญัติฯเดินเครื่องออกกฎหมาย สปช.จ่อได้ 250 อรหันต์ คสช.ขยับปรับโครงสร้างใหม่

ปฏิรูปกฎหมาย การนำนโยบายไปปฏิบัติ ความมั่นคง ครบทุกโหมด

“อำนาจพิเศษ” ยังขับเคลื่อนได้ตามโรดแม็ป

แต่ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังคืบไปข้างหน้า มันก็มีสถานการณ์ “แทรกคิว” ร้อน

กับการโผล่กลับมาของ “โม่งชุดดำ”

ตามปรากฏการณ์ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ นำทีมตำรวจ ทหาร แถลงข่าวใหญ่ผลการจับกุมนายกิตติศักดิ์ สุ่มศรี นายปรีชา อยู่เย็น นายรณฤทธิ์ สุริชา นายชำนาญ ภาคีฉาย และนางปุณิกา ชูศรี

โดยหมายจับข้อหาเป็นขบวนการ “โม่งชุดดำ” ที่ใช้อาวุธสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหารในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อเดือนเมษายน 2553

และโดยทิศทางข่าวมีการโยงไปถึงเหตุการณ์ที่ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.21 รอ.) เสียชีวิต

กระตุกกระแสกลับมาเกาะติดปมวิกฤติขั้วขัดแย้งอีกรอบ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศย้ำเลยว่า การจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทหารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการรวบรวมพยานหลักฐานทำงานอย่างรอบคอบจนศาลอนุมัติหมายจับกุม

ทำให้เกิดความกระจ่างต่อสังคมว่า ชายชุดดำที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้มีจริง

หลังจากนี้จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่ามีความเชื่อ

มาโยงกับใครบ้าง มีใครให้การสนับสนุน

ซึ่งนั่นก็ก่อแรงกระเพื่อมตามมาทันที

ตามจังหวะชิงเหลี่ยมตีปี๊บขยายผลก่อนใคร นายถาวร เสนเนียม แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมช.มหาดไทย รีบออกมาสำทับการจับกุมของเจ้าหน้าที่เป็นของจริง

เป็นกองกำลังติดอาวุธสร้างสถานการณ์ล้มรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2553

อ้างเลยว่า ก่อนหน้านี้เคยได้รับการติดต่อจากกลุ่มโม่งชุดดำจะขายข้อมูลที่ได้รับคำสั่งจากนักการเมืองในระบอบทักษิณให้ แต่ไม่มีเงินมากพอจะซื้อ

กระพือกระแสตามฟอร์มของคู่ขัดแย้งที่มีส่วนได้เสีย

แต่เรื่องของเรื่อง ข้อมูลของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ก็สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับการสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปถึงแกนนำคนเสื้อแดงที่หนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ รวมทั้งอดีตทหารใหญ่ที่เป็นนักเรียนเตรียมทหารร่วมรุ่นกับอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

พูดกันถึงขนาดมีพยานหลักฐานมัดแน่น

และนั่นก็ทำให้นั่งไม่ติดเหมือนกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รีบนำทีมแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึก
เรียกร้องให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนคดีการจับกุมโม่งชุดดำอย่างเป็นธรรม

ตั้งแง่การแถลงข่าวจับกุม อาจทำให้สังคมเข้าใจผิดในประเด็นสำคัญ ทำให้เข้าใจว่าการชุมนุมของประชาชนที่

เรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ในขณะนั้นยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน

เป็นการชุมนุมที่มีกองกำลังอาวุธใช้ความรุนแรง

รีบเบรกกระแส แก้เกมในสถานะของฝ่ายที่กำลังจะสูญเสียความชอบธรรม

และเช่นเดียวกัน บนพื้นฐานการย้อนแย้งของฝ่ายคนเสื้อแดง ก็มีการย้อนกลับไปในช่วงอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ได้ทำการสรุปผลการสอบสวนยืนยันว่า ไม่มีขบวนการโม่งชุดดำอยู่ในการชุมนุม นปช.แต่อย่างใด

ตรงกันข้าม หน้ามือกับหลังมือ คนละเรื่องเดียวกัน

กลายเป็นว่า ข้อเท็จจริงเปลี่ยนตามเกมอำนาจ

ประกอบกับจังหวะที่ศาลอาญาก็ไม่รับฟ้องคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯและผู้อำนวยการ ศอฉ.ในเหตุการณ์สลายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง นปช. เมื่อปี 2553 จนมีผู้เสียชีวิต 90 กว่าศพ
ตามรูปการณ์ โดยรูปคดีที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน

สถานการณ์ของแนวร่วม นปช. เครือข่าย “ทักษิณ” ส่อจะตกเป็นจำเลยฝ่ายเดียว

มันก็ไม่มีทางที่ยอมรับสภาพกันง่ายๆแน่

และก็เป็นอะไรที่น่าจะรู้ดีเหมือนกันว่า ปม “โม่งชุดดำ” เป็นชนวนล่อแหลม สุ่มเสี่ยง ละเอียดอ่อน

มีผลทางคดีระหว่างคู่ขัดแย้งที่มีส่วนได้ส่วนเสีย

ประเมินจากอาการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สำทับการจับกุม “โม่งชุดดำ” เป็นไปตามพยานหลักฐาน

แต่ก็กั๊กไว้แค่รู้ตัวสปอนเซอร์อยู่เบื้องหลัง

โดยไม่ยอมเปิดข้อมูล ไม่กล้าเฉลยชื่อกันตรงๆ นั่นก็เพราะตามเส้นทางยังด่วนฟันธงไปเลยไม่ได้ โดยกระบวนการทางคดีของ “โม่งชุดดำ”

ขั้นตอนสุดท้ายต้องไปพิสูจน์กันที่ศาล

งานนี้ยังต้องว่ากันอีกนาน เรื่องของคดีความก็ว่ากันไป

ยังไงก็ไม่เร็วแน่

แต่ที่จะมาก่อนบทสรุปทางคดีก็คือรายการชิงกระแส การใช้ปม “โม่งชุดดำ” เป็นเงื่อนไขฟาดฟันกันในเกมอำนาจของขั้วขัดแย้ง

ตามท่าทีที่แต่ละข้างต่างยึดถือข้อมูลของตัวเองเป็นที่ตั้ง

ไม่มีใครยอมรับสภาพตกเป็นจำเลย

โดยรูปการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้ ปม “โม่งชุดดำ” เสี่ยงกับการจะกลายเป็นชนวนหัวเชื้อ ปลุกอารมณ์ขัดแย้งให้กลับมาคุโชนรอบใหม่

กระทบกับเส้นทางการเดินหน้าสร้างความปรองดอง

กระเทือนโรดแม็ปของ คสช.ที่วางเป้าหมายไว้ที่การสลายขั้วขัดแย้ง นำความสงบสุขสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

และแน่นอน เมื่อยังเห็นร่องรอยแตกร้าว

อาการของความแตกแยกระหว่างขั้วขัดแย้งยังคงอยู่จากปรากฏการณ์ “โม่งชุดดำ” นั่นก็เป็นเหตุอันชอบธรรมที่ฝ่ายทหารจะยื้ออำนาจพิเศษออกไป

คสช.มีเหตุอันควรให้อ้างได้เต็มปากเต็มคำ ยังไม่คืนอำนาจง่ายๆ

คงไม่ลุกหนีไป ทั้งๆที่ยังเห็นปัญหาคาราคาซังอยู่ตรงหน้าแน่.



“ทีมการเมือง”.....http://www.thairath.co.th/content/451487

 6 
 on: September 21, 2014, 11:37:16 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
สื่อนอกวิพากษ์กกต.ดูงานสกอตแลนด์ 7วัน ด้วยเงินภาษีประชาชน
วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 10:41:38 น.
 


เมื่อวันที่ 21 กันยายน เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ ดิ อินดิเพนเดนต์ ของอังกฤษนำเสนอรายงานข่าวเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทย เป็นหนึ่งในบรรดาผู้สังเกตการณ์ที่เดินทางไปสังเกตการณ์การลงประชามติว่าด้วยอนาคตของสกอตแลนด์ว่า จะแยกตัวเป็นเอกราชจากสหราชอาณาจักรหรือไม่ ที่สกอตแลนด์เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา โดยดิ อินดิเพนเดนต์อ้างคำแถลงของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง ที่เผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ข่าวสด ระบุว่า คณะเจ้าหน้าที่ กกต.ได้เดินทางไปสกอตแลนด์เป็นเวลา 7 วัน โดยใช้ภาษีของประชาชนเพื่อไปสังเกตการณ์การจัดการลงประชามติของสกอตแลนด์ และว่า "กลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มคัดค้านการประกาศแยกตัวเป็นเอกราชของสกอตแลนด์ต่างเป็นมิตรที่ดีต่อกัน แต่ละฝ่ายต่างใช้เหตุผลในการต่อสู้กัน โดยไม่มีความรุนแรง" คำแถลงดังกล่าว ดิ อินดิเพนเดนต์ชี้ว่า ทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกับสกอตแลนด์

ทั้งนี้ ดิ อินดิเพนเดนต์ยังอ้างถึงการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในไทยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เมื่อต้นปีนี้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวหาเจ้าหน้าที่ กกต.ว่ายอมจำนนต่อแรงกดดันของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล หลังจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภาและจัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของ กกต.ได้กล่าวก่อนหน้าการเลือกตั้งจะมีขึ้นว่า การจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะมีขึ้นอย่างสงบและเที่ยงธรรม และเมื่อมาถึงวันเลือกตั้งจริง เจ้าหน้าที่ กกต.ในหน่วยเลือกตั้งหลายแห่งต้องปิดการลงคะแนนเสียงไป โดยอ้างว่าเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายต่อต้านรัฐบาล หลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญได้ประกาศให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์เป็นโมฆะ กกต.ก็ยังต่อต้านความพยายามของรัฐบาลที่จะให้มีการจัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่อีก ซึ่งในท้ายที่สุดมีการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ในเดือนกรกฎาคม แต่เกิดรัฐประหารขึ้นเสียก่อนในเดือนพฤษภาคมและทำให้ประเทศไทยอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก

 7 
 on: September 21, 2014, 04:54:08 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันเสาร์, กันยายน 20, 2557



เมื่อบิ๊กตู่ถาม "ตั้งแต่ผมขึ้นมานี่ ผมได้ทำอะไรให้บ้านเมืองเสียหายบ้างรึยัง" อ.ปวิน มีคำตอบ...

"ผมถามว่า ตั้งแต่ผมขึ้นมานี่ ผมได้ทำอะไรให้บ้านเมืองเสียหาย บ้างรึยัง?"

1. ประชาธิปไตยล่มสลาย
2. ความเชื่อมั่นต่างชาติต่อสถานการณ์ในไทยถดถอย
3. เสรีภาพของประชาชนไม่มี
4. การทำงานที่ถูกจำกัดของสื่อ
5. เศรษฐกิจง่อนแง่น
6. การท่องเที่ยวตกวูบ
7. การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง
8. ความไร้สามารถในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับสินค้าเกษตร
9. การคอร์รัปชั่นในรั้วทำเนียบรัฐบาล
10. นักวิชาการถูกริดรอดเสรีภาพ
11. ใช้กฏหมายหมิ่นจับคนเห็นต่าง
12. ใช้การโฆษณาชวนเชื่อบิดเบือนสถานการณ์ทางการเมือง
13. สร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว
14. ส่งเสริมระบบอุปถัมภ์โดยตบรางวัลให้กับพรรคพวกตัวเอง
15. ฝังรากลึกอิทธิพลทหารทางการเมือง
16. ครอบงำระบบตุลาการ
17. ส่งเสริมวัฒนธรรมที่ไม่ต้องรับผิดโดยการนิรโทษกรรมตัวเอง
18. ใช้กฏอัยการศึกและศาลทหารเป็นเครื่องมือสร้างความสงบ
19. ทำลายระบบการศึกษาที่เน้นการคิดเอง โดยการยัดเยียดค่านิยมเผด็จการ
20. ภาพลักษณ์ประเทศเสียเพราะมีนายกโง่และปากเปราะ
....เสียหายพอไหม?

Posted by Reporter at 9/20/2557 05:31:00 ก่อนเที่ยง

http://thaienews.blogspot.co.uk/2014/09/blog-post_81.html

 8 
 on: September 21, 2014, 01:23:21 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 00:01 น.  ข่าวสดออนไลน์



ใครทำอะไรในคืนนั้น

ชกไมีมีมุม
วงค์ ตาวัน

ในวันที่พนักงานสอบสวนกองปราบฯ ส่งฟ้องกลุ่มชายชุดดำต่ออัยการ ได้มีการแถลงข่าวอย่างชัดเจนแล้วว่า สำนวนคดีเป็นการตั้งข้อหาเรื่องครอบครองอาวุธสงครามและพกพาไปในที่สาธารณะ ในคืนวันที่ 10 เมษายน 2553

ไม่เกี่ยวข้องกับคดีสังหารพล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม แต่อย่างใด!?

ล่าสุดแกนนำนปช.ได้เข้าพบพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ผบ.ตร. ได้ทำความเข้าใจตรงกันว่า ไม่เกี่ยวกับคดีพล.อ.ร่มเกล้าแน่ๆ

จึงพอจะสรุปได้ในชั้นนี้ว่า กลุ่มชายชุดดำดังกล่าว ถูกจับกุมตามพยานหลักฐานที่ตำรวจมีอยู่ โดยเฉพาะเรื่องอาวุธสงคราม

แต่นอกเหนือจากนั้น ยังไม่ควรนำไปขยายความ โดยไม่มีพยานหลักฐานรองรับ

อีกทั้งยังไม่มีคำตอบว่า ใครกันแน่ที่ใช้ระเบิดมือขว้างใส่พล.อ.ร่มเกล้าและเจ้าหน้าที่ทหารที่บริเวณถนนดินสอ

ไป จนถึงอย่าเพิ่งนำเรื่องการจับชายชุดดำกลุ่มนี้ ไปขยายอย่างดีอกดีใจว่า ชายชุดดำคือคนเสื้อแดงที่ฆ่ากันเอง ไม่ใช่ความรับผิดชอบของรัฐบาลอภิสิทธิ์!!

อันที่จริง เหตุการณ์ในคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 ซึ่งเป็นคืนแรกที่ศอฉ.สั่งเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม

ต้องถามว่า ทำไมคำสั่งให้เข้าขอคืนพื้นที่ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่บ่ายวันนั้น

แต่พอถึงมืดค่ำ เสี่ยงต่อเหตุไม่คาดฝัน ทำไมศอฉ.จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการต่อ จนเกิดความรุนแรงล้มตายเป็นจำนวนมากขึ้นจริงๆ

นี่จะปัดว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบของรัฐบาลและศอฉ.ได้หรือ!?

ประการต่อมา หลังจากเหตุปะทะลุกลาม มีการใช้อาวุธจริง จนตายไปกว่า 20 ศพ

ใครกันที่เริ่มเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดการปะทะกัน ขอให้ต่างฝ่ายต่างถอย!

ไม่ใช่แกนนำรัฐบาล ไม่ใช่ศอฉ.

แต่ เป็นแกนนำเสื้อแดง โดยเฉพาะนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียง เรียกร้องขอให้ผู้แทนฝ่ายรัฐบาลติดต่อทางโทรศัพท์กันโดยด่วน

เรียกร้องให้สงบศึกโดยเร็วที่สุด

หลังจากนั้นจึงมีการติดต่อกัน และยุติการนองเลือดในคืนนั้นลงได้

ประเด็นนี้แหละ ตัดอคติมัวเมาออกไป ใช้สติไตร่ตรองก็จะได้คำตอบชัดเจน

ถ้าเสื้อแดง จัดทีมชายชุดดำมาไล่ฆ่าทหาร ไล่ฆ่าคน เพื่อสร้างสถานการณ์ให้บานปลาย

มีแต่ยิ่งต้องขยายการจลาจลให้ลุกลามไปสู่ชัยชนะไม่ใช่หรือ

แต่นี่แกนนำเสื้อแดงเรียกร้องให้หยุด

แปลได้ชัดว่า เสื้อแดงไม่ได้รู้เห็นกับกลุ่มก่อความรุนแรงในคืนนั้น!

 9 
 on: September 21, 2014, 12:40:21 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8698 ข่าวสดรายวัน


นับหนึ่งเก้ๆกังๆ รอเวลา"ปรับตัว"





ผ่านสัปดาห์แรกการทำหน้าที่บริหารประเทศอย่างเป็นทางการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ลอกคราบออกมาจาก คสช.

บรรดารัฐมนตรีถือฤกษ์เข้าประจำการกระทรวง ทำพิธีบวง สรวงเซ่นไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่เรียบร้อย

ยึดสโลแกน 3 คำ "จริงใจ จริงจัง ยั่งยืน" ที่พล.อ.ประยุทธ์ให้ไว้ในวันแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นคาถากำกับการทำงาน

ในเบื้องต้นเป็นไปอย่างที่หลายคนคาดการณ์เตือนไว้ล่วงหน้าว่า

การทำงานในฐานะรัฐบาลไม่สะดวกราบรื่นเหมือนตอน คสช.เข้าสู่อำนาจช่วงแรกๆ

เนื่องจาก "เนื้องาน" ของรัฐบาลกินพื้นที่ขอบเขตกว้าง ขวางไปในทุกมิติไม่ว่าด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง การต่างประเทศ ฯลฯ

ต่างจากเนื้องานของ คสช.ในห้วง "สถานการณ์พิเศษ" 3 เดือนแรกที่เน้นหนักงานด้านความมั่นคงภายในเป็นหลัก ซึ่งไม่มีปัญหาเพราะเป็นงานที่กองทัพมีความถนัดจัดเจนอยู่แล้ว

ทหารในกองทัพถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติ ถึงนายทหารระดับสูงจะผ่านการอบรมหลักสูตรการบริหารอย่างเช่น วปอ. ปรอ.

แต่ถึงอย่างไรทหารก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อบริหารประเทศเหมือนอย่าง "มืออาชีพ" การที่ชีวิตหักเหให้ต้องมาเริ่มเรียนรู้งานใหม่นอกรั้วกองทัพ จึงเป็นสิ่งท้าทายอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะงานด้านการ "ปฏิรูปประเทศ" ที่จะเป็นตัวชี้วัดแท้จริงว่า การที่ทหารเอาเกียรติภูมิของตัวเองเข้ามาเสี่ยงหนนี้จะลงเอยแบบคุ้มค่า หรือว่าลงเอยแบบเสียของ

จะซ้ำรอยยุค คมช.ของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และรัฐบาลขิงแก่ของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หรือไม่ เชื่อว่าอีกไม่นานคงได้รู้กัน

ภายใต้ภารกิจเดิมพันประเทศ จึงเป็นอะไรที่พอเข้าใจได้กับการที่ คสช.ต้องส่งคนในเครือข่ายเข้าไปยึดกุมกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูป ทั้งระบบ

เริ่มตั้งแต่การทำคลอดรัฐธรรมนูญชั่วคราว ฉบับต้นกำเนิดแม่น้ำ 5 สาย จากนั้นเป็นคิวสนช. ที่แต่งตั้ง "นายพล" เข้าไปเป็นสมาชิกเกินครึ่ง เช่นเดียวกับการตั้งรัฐบาล ที่มีทหารเข้าไปเป็นรัฐมนตรีคุมกระทรวงหลัก

รวมถึงการปรับโครงสร้าง คสช.เพิ่มจาก 6 ให้ครบ 15 คน ตามโควตาที่รัฐธรรมนูญให้ไว้

โดยแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพคนใหม่ทั้งทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ ทัพตำรวจ ผบ.สส. ปลัดกลาโหม

รวมถึงปรมาจารย์กฎหมายอย่าง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ และมือเซียนเศรษฐกิจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ามาเป็นสมาชิกเติมเต็มอำนาจ

ล่าสุด คสช.ยังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือสปช. จำนวน 14 คน ซึ่งเป็นไปตามคาดทั้งหมดล้วนเป็น "บิ๊กทหาร" ในเครือข่าย คสช. นำโดย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รมว.การต่างประเทศ รองหัวหน้า คสช. และผบ.ทหารสูงสุด

คณะกรรมการคัดเลือก สปช.มีอำนาจหน้าที่คัดเลือกบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิก สปช. จากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดเสนอ จังหวัดละ 1 คน และจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้าน

รวมทั้ง 2 บัญชีไม่เกิน 250 คน เสนอต่อพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้า คสช.นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงแต่งตั้งเป็น สปช.ต่อไป

หากใครติดตามกระบวนการได้มาซึ่ง สปช.ตั้งแต่เริ่มแรกจะพบว่า คสช.เป็นองค์กรที่มีบทบาทสูงในทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนพอเดาได้ว่า

ถึงที่สุดแล้วหน้าตา สปช. 250 คนจะออกมาอย่างไร

เมื่อดูจากตรงนี้อาจเห็นว่าโรดแม็ป 3 ระยะ ตามที่พล.อ.ประยุทธ์และคสช.วางไว้ ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปด้วยดี หากว่าไม่เกิดเรื่องอื้อฉาว 3-4 เรื่องขึ้นมาเสียก่อน

เรื่องแรก กรณี "ไมค์แพง" ที่เป็นข่าวพาดหัวอยู่นาน จนรัฐบาลต้องตั้งกรรมการตรวจสอบ ถึงจะมีการต่อรองลดราคาลงจากตัวละ 1.4 แสนบาท เหลือ 9 หมื่นบาทแล้วก็ตาม แต่ก็ยังหยุดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้

สุดท้ายพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯ ต้องสั่งรื้อออกจากห้องประชุม ครม. ให้กลับไปใช้ไมค์แบบเก่า

เป็นการตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้ลุกลาม

เรื่องถัดมากรณี "พลังปี๊บ" ของนายสุกรี เจริญสุข ที่สั่นสะเทือนเก้าอี้นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน

หลังจากที่ประชุมสภามหา วิทยาลัยมหิดล มีมติขีดเส้นตายวันที่ 8 ต.ค. ให้นพ.รัชตะตัดสินใจเลือกเก้าอี้ตัวใดตัวหนึ่งระหว่าง รมว.สาธารณสุข กับ อธิการบดีมหาวิทยา ลัยมหิดล

กรณีนายสุกรีคลุมปี๊บไล่นพ. รัชตะ เบื้องหลังมีการวิเคราะห์ โยงไปถึง "อดีตผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"

เรื่องที่สาม การจับกุม 5 ผู้ต้องหาชายชุดดำที่ตำรวจอ้างว่า เป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุใช้อาวุธรุนแรงระหว่างการชุมนุมคนเสื้อแดง 10 เม.ย. 2553

จนเป็นเหตุให้มีประชาชนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจำนวนมากรวมถึง พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม

แม้ในภายหลังตำรวจจะปฏิเสธว่าคดีชายชุดดำไม่เกี่ยวข้องกับการตายของพล.อ.ร่มเกล้า

แต่การไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดการจับกุม และการได้มาซึ่งคำรับสารภาพ ทำให้แกนนำเสื้อแดงและคนในสังคมจำนวนหนึ่งรู้สึกเคลือบแคลง

ว่าเป็นการจงใจเล่นงานคนเสื้อแดง และปกป้องผู้ถืออำนาจบางคนขณะนี้หรือไม่

ถ้าหากเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่จะกระทบถึงโรดแม็ปสร้างความสมานฉันท์ปรองดองเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นการจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่

ทั้ง 3 เรื่อง ยังไม่นับถึงเรื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี แล้วพลั้งปากพาดพิงเรื่องชุดบิกินี

จนเรื่องราวทำท่าจะกระทบถึงความสัมพันธ์ของสองประเทศ เป็นแรงกดกันให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบออกมากล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการ ก่อนปัญหาจะบานปลายไปกว่านี้

ภาพรวมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ คสช.อันเป็นเนื้อเดียวกับกองทัพ ต้อง "ก้าวกระโดด" เข้าสู่โหมดการบริหารประเทศเต็มตัว

จึงอาจทำให้มีปัญหาเก้ๆ กังๆ อยู่บ้าง เหมือนเดินพลัดหลงเข้าไปในเส้นทางที่ตัวเองไม่คุ้นชิน ส่วนจะตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ไปอีกนานขนาดไหนนั้น

ขึ้นอยู่กับว่าพล.อ.ประยุทธ์และพี่เพื่อนน้องในคสช.

จะสามารถ "ปรับตัว" ให้กลมกลืนกับบทบาทใหม่ได้เร็วเพียงใด

 10 
 on: September 20, 2014, 11:22:21 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


Artist: นพ.ประสงค์ บูรณพงศ์ & สงคราม กิจเลิศไพโรจน์
Title: Peace Talk รายการ สงครามเศรษฐกิจ
Hosted by: คุณ สาลี่ คีตะนิธินันท์
Genre: Political Talk
Release date: ประจำเดือน กันยายน 2557
Audio codec: MP3
ออกอากาศ: ทางช่อง  PEACE TV  ประจำวัน เสาร์-อาทิตย์


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

ขอบคุณ: คุณ clip Thai  cofspeed
โดย
http://www.konthaiuk.com/home.php
http://www.khonthaiuk.info/home.php
http://www.khonthaiuk.co.uk/home.php
http://konthaiuk.eu/home.php
http://www.konthaiuk.info/home.php


♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

20-09-2014>>>คุณ นพ.ประสงค์ บูรณพงศ์ & สงคราม กิจเลิศไพโรจน์
<a href="">[/url]
<a href=""> [/url]

 

♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

เวปไซด์ คนไทยยูเค สนับสนัน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียงส่วนใหญ่ ของ ปชช เท่านั้น

Pages: [1] 2 3 ... 10