Pages: [1] 2 3 ... 10
 1 
 on: Today at 05:26:55 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


แอนิเมชั่น ตาดูดาว เท้าติดดิน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Tadoodao Animation สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

          โอ๊ค พานทองแท้ โพสต์คลิป ตาดูดาว เท้าติดดิน ตอนที่ 3 ชู ทักษิณ ชินวัตร เป็นแบบอย่างนักธุรกิจรุ่นใหม่ แม้ล้มสักกี่ครั้งก็ไม่หวั่น สู้ไม่ถอย ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

          วันนี้ (22 ตุลาคม 2557) นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Oak Panthongtae Shinawatra" เผยคลิปการ์ตูนแอนิเมชั่น ตาดูดาว เท้าติดดิน ตอนที่ 3 เชิดชูทักษิณล้มแล้วลุก สู้ไม่ถอย หลังเริ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมเป็นเจ้าแรก ๆ แล้วขาดทุน โดยมีข้อความดังนี้

          "แอนิเมชั่นตาดูดาวฯ ตอนที่ 3 “ตกเหวคอนโดมิเนียม” สร้างเสร็จ พร้อมนำเสนอ ตามนี้ครับ...


 
คลิป ตาดูดาวเท้าติดดิน ตอนที่ 3 ตกเหวคอนโดมิเนียม โพสต์โดยคุณ Tadoodao Animation สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม


          คุณพ่อผมเป็นคนคิดอะไรเร็ว สนใจในวิทยาการใหม่ ๆ และมักจะเป็นผู้ที่ริเริ่มทำอะไรใหม่ เป็นรายแรก ๆ เสมอ

          ก่อนที่คุณพ่อจะมาจับธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ได้เคยลองผิดลองถูก โดยสร้างโรงหนังที่เชียงใหม่แล้วขาดทุน มาอยู่กรุงเทพฯ หันมาสร้างคอนโดมิเนียมขาย นับเป็นรายแรก ๆ ของไทย แต่โอกาสไม่เอื้ออำนวย กลับประสบปัญหาขาดทุนซ้ำสองเข้าไปอีก

          สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ คุณพ่อผมถือว่าเป็น "โอกาสและอุปสรรคของรายแรก” ที่มีโอกาส "แจ้งเกิด" และ "แจ้งดับ" มากกว่าธุรกิจที่ทำตามคนอื่น ซึ่งมีผู้ "ทดสอบตลาด" ให้เรียบร้อยแล้ว ความเสี่ยงอาจจะน้อย แต่ผลตอบแทนก็จะน้อยลงตามไปด้วย คุณพ่อสอนผมเสมอว่า

          "ถ้าเราประสบความสำเร็จจากการเป็นผู้ริเริ่มรายแรก ผลตอบแทนและความมั่นคง ในการดำเนินธุรกิจ ย่อมสูงกว่าผู้ที่ดำเนินการตามเรา เป็นรายที่ 2,3,4.."

          ทุกคนย่อมมีโอกาส ที่ตัวเองจะไขว่คว้าเอาไว้ และภายใต้โอกาสนั้น ๆ อาจเจออุปสรรค จนกระทั่งประสบกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จมาด้วยตัวเอง ร้อยทั้งร้อยต่างก็เคยผิดพลาด และผ่านช่วงที่ล้มลุกคลุกคลาน ของชีวิตมาแล้วทั้งนั้น

          "อยู่ที่ตัวเราจะจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้ หรือจะลุกขึ้นมาสู้กับมันใหม่ โดยไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา"

          อนิเมชั่นตาดูดาวตอนที่ 3 “ตกเหวคอนโดมิเนียม” เป็นชีวิตจริงของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของคนที่ล้มเหลวในการทำธุรกิจช่วงแรก ๆ แต่ก็มิได้ย่อท้อต่อโชคชะตา ล้มแล้วก็ยังลุกขึ้นยืนใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมที่จะสู้กับอุปสรรคที่ขวางหน้า จนกระทั่งประสบความสำเร็จในที่สุด

          เชิญรับชมเพื่อความบันเทิง และใช้เป็นข้อคิด สำหรับนักธุรกิจรุ่นใหม่ ๆ ต่อไปครับ"



ที่มา http://hilight.kapook.com/view/110072

 2 
 on: Today at 02:50:31 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


เมื่อวันที่ 22 ต.ค. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์การเสรีไทยฯ และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โจมตีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมระบุว่า การที่มีประชาชนไปร่วมศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) จำนวนมาก ถือเป็นปรากฎการณ์เปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมการต่อสู้ของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ที่อดทนไม่ได้กับการข่มขู่คุกคาม ปิดปากประชาชน

นายจารุพงศ์ ระบุต่อว่า ในงานศพทุกซอกมุมคุยแต่เรื่องการเมือง และทุกกลุ่มรุมด่าทอผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร แม้ตนไม่ได้ไป แต่ทุกสายรายงานมาตรงกันหมด ขอขอบพระคุณทุกคนที่เข้าร่วมงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั่วโลก เพื่อส่งร่างของพ.อ.อภิวันท์อย่างสมเกียรติ์ และแสดงออกถึงวัฒนธรรมใหม่ที่น่าชื่นชม.

ที่มา http://www.dailynews.co.th/Content/politics/275673/_%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C_%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B6%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81

 3 
 on: Today at 08:24:03 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
"ชูวิทย์" ซัด ป.ป.ช.มีมติให้ "สปช." ไม่ต้องแสดง"บัญชีทรัพย์สิน" บอกสิ้นหวังแล้วกระบวนการยุติธรรม

วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 22:40:07 น.





(21 ต.ค.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว "ชูวิทย์ I′m No.5" ล่าสุดเกี่ยวกับประเด็นที่ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ สปช. ไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน เพราะเป็นการทำหน้าที่ทางวิชาการไม่มีผลประโยชน์ได้เสีย เป็นการทำหน้าที่ที่ต่องใช้ความสามารถ และความรู้ในการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ว่า

จะสร้างกติกาใหม่ ทำการเมืองโปร่งใส

แต่บัญชีทรัพย์สินดันไม่ยอมให้ชาวบ้านรู้

ทำไปทำมา สปช.ปฏิรูปตัวเองก่อนดีกว่า จะกวาดบ้านคนอื่น
แต่บ้านตัวเองไม่ยอมกวาด


สงสัยกลัวเห็นว่าบ้านตัวเอง (รวย) เละ






หลังจากนั้น นายชูวิทย์ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า


สิ้นหวัง?


"ป.ป.ช. มีมติให้ สปช. ไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ชี้ไม่มีประโยชน์ได้เสีย"
 http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1413882462

การปฏิรูปเปรียบเสมือนการกำหนดเส้นทางเดินใหม่ให้กับประเทศ ว่าจะเดินหน้าไปทิศทางใดในอนาคต จึงเกี่ยวเนื่องกับผลประโยชน์มากมายมหาศาล จะไปเปรียบเทียบกับนักวิชาการ อธิการบดีในมหาวิทยาลัย ที่สอนหนังสือ ให้ความรู้ แล้วรับเงินเดือนเพียงอย่างเดียวไม่ได้

การจะปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน เพื่อให้การเมืองโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ผู้เสนอตัวมาเป็นสภาปฏิรูปจำเป็นต้องแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่าง

แค่เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินถือเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไม่มีอะไรต้องกลัว แสดงความบริสุทธิ์ใจให้สาธารณชนเห็น ว่า "เสนอตัวเอง" เข้ามาทำเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

ไม่ใช่มากระมิดกระเมี้ยน อ้างว่าเสียสละ แล้วหยวนๆกันไป

ป.ป.ช. กำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับสังคม "ใครอ้างตัวว่าทำเพื่อชาติ จะได้รับการยกเว้น"

ถามจริงๆเถอะ จะกลัวอะไร? ตกลงจะมาปฏิรูปประเทศให้เดินหน้า หรือพาประเทศเดินถอยหลัง?

เรากำลังสิ้นหวังกับกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่ใช่มีไว้เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ความยุติธรรมมีไว้เพื่อคนไทยทุกคน

ไม่ว่าจะเป็นนายพล ด็อกเตอร์ พ่อค้าแม่ค้า หรือตาสีตาสาที่ไหน

หากความยุติธรรมไม่เกิดขึ้นในสังคม ไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่พ่ายแพ้

ประเทศไทยต่างหาก ที่พ่ายแพ้

 4 
 on: Today at 07:28:57 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8729 ข่าวสดรายวัน
       
       
บ้านเมืองจะเดินหน้าได้

คอลัมน์ ชกไมีมีมุม
วงค์ ตาวัน


คสช.และรัฐบาลประยุทธ์ ควรศึกษาให้ดีว่า ช่วง 5 เดือนมานี้ ทำไมประชาชนส่วนใหญ่จึงยินยอมอยู่ในความสงบ เปิดทางสะดวกให้คสช.และรัฐบาลจัดการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองแต่โดยดี

ทั้งที่ธรรมชาติของมนุษย์ในยุคสังคมประชาธิปไตย นั้น ไม่ยอมรับอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชนจริงๆ

แน่นอนอาจจะมีคนแนวคิดอนุรักษนิยมจำนวนหนึ่ง พึงพอใจอย่างยิ่ง หากไม่เห็นนักการเมือง ไม่เห็นประชาชนในชนบทมีโอกาสได้มีอำนาจทางการเมือง

แต่คนจำนวนมาก พัฒนาเกินกว่าคนแนวคิดล้าหลังเหล่านี้ไปแล้ว

คนส่วนหลังนี้ยินยอมร่วมมือกับคณะผู้ยึดอำนาจโดยดี เพราะคาดหวังว่า จะเข้ามาแก้ไขความขัดแย้ง ในฐานะกรรมการกลาง

ไม่เข้าข้างฝ่ายใด

นี่คือปมประเด็นสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีความคิดต่อต้านใดๆ!


แต่ในการตั้งสนช. ไปจนถึงสปช. เริ่มมีเสียงวิจารณ์อื้ออึงว่า เต็มไปด้วยคนที่มีแนวความคิดอนุรักษนิยมทางการเมืองเกือบทั้งหมด

พวกเป่านกหวีดเพื่อล้มรัฐบาลเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีสิทธิเสรีภาพทางการเมือง พาเหรดเข้ามานั่งเต็มสภาที่มาจากการแต่งตั้งทั้ง 2 สภา

คนส่วนใหญ่เริ่มจับตาความเป็นไปเหล่านี้

หากลองตรวจสอบกระแสสังคมวันนี้ จะรู้ว่า เรื่องสำคัญ ที่ผู้คนเฝ้ามองว่า คสช.และรัฐบาลประยุทธ์ สามารถทำให้ประเทศเดินต่อไป ก้าวพ้นจากความขัดแย้งเดิมๆได้หรือไม่

ไม่พ้นกรณีการถอดถอนอดีตประธานรัฐสภาและอดีตรองประธานรัฐสภา!?!


แน่นอน ไม่ควรเอาอคติเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้ามาเจือปนอีกแล้ว เพราะนั่นคือเหตุแห่งความแตกแยกในบ้านเมืองเกือบ 10 ปีมานี้

หากแต่ต้องยึดจากความเป็นจริง และเดินตามตัวบทกฎหมาย

ปัญหานี้นักกฎหมายหลายสำนักชี้ตรงกันว่า

1. มูลเหตุของข้อกล่าวหาของป.ป.ช.ที่ขอให้ถอด ถอนทั้ง 2 คนนี้ ระบุว่า จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2550

ผู้ยึดมั่นในกฎหมายชี้ว่า ปัจจุบันบทบัญญัติดังกล่าวได้สิ้นสุดลงตามประกาศคสช. ที่ให้รัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง

จึงถือได้ว่าวันนี้ ไม่มีมูลความผิดดังกล่าวแล้ว!

2. ปัจจุบัน สภาผู้แทนราษฎรและตำแหน่งส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ 2550 รวมทั้งวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภา ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ตามที่คสช.ประกาศยกเลิกรัฐ ธรรมนูญและวุฒิสภา

วันนี้จึงไม่มีตำแหน่งเหล่านี้ให้ถอดถอนอีกแล้ว

มีแต่ยึดตามหลักกฎหมาย ไร้อคติ

จะทำให้คสช.และรัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น!

 5 
 on: October 21, 2014, 08:50:23 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
สงบนิ่ง และรอคอย ยุทธศาสตร์ เพื่อไทย และ นปช. หลังรัฐประหาร 2557
วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 01:10:00 น.



กรองกระแส (มติชนสุดสัปดาห์ 10-16 ตุลาคม 2557)



ท่าที พรรคเพื่อไทย

ท่าที ทางการเมือง

หาก "ประเมิน" จากท่าทีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หาก "ประเมิน" จากท่าทีของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

พรรคเพื่อไทย "เงียบ" นปช. "สงบนิ่ง"

แม้มิได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหาร แต่มติโดยอัตโนมัติก็คือ ไม่ส่งคนเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

ดำเนินไปเหมือนมติของพรรคชาติไทยพัฒนา

"ขอกราบเรียนให้ทราบว่า พรรคเพื่อไทยห่วงใยประเทศและคนไทย ต้องการเห็นประเทศกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว ขอให้ความมั่นใจว่าพรรคจะไม่ทำตัวเป็นเงื่อนไขหรืออุปสรรคในการพาประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตย สมาชิกพรรคจะไม่สนับสนุนการกระทำใดๆ ที่ละเมิดกฎหมายหรือใช้ความรุนแรงเพื่อทำลายความมั่นคงทางการเมืองของประเทศเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมืองของตน"

เป็นการยืนยันอันมาจากนายปลอดประสพสุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค

เช่นเดียวกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แถลงหลังจากรายชื่อสมาชิก สปช. ปรากฏออกมาอย่างเป็นทางการ

"จะไม่ขวางทาง เราก้าวข้ามเรื่องตัวบุคคลไปแล้ว"



บทเรียน 2552

บทเรียน 2553

ทั้งหมดนี้เป็นท่าทีอันเด่นชัดนับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา แม้ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการของการรัฐประหาร

นั่นก็คือ ไม่ขวางทาง

เหมือนกับเป็นการยอมจำนน เหมือนกับเป็นการยอมรับ แต่ในความสงบเงียบอย่างเป็นทางการของพรรคเพื่อไทย ของ นปช. มีลักษณะการต่อสู้

เป็นการต่อสู้โดยไม่ "เผชิญหน้า"

นี่เป็นท่าทีอันแตกต่างไปจากภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 นี่เป็นท่าทีอันแตกต่างไปจากภายหลังรัฐประหารซ่อนรูปโดยกระบวนการ "ตุลาการภิวัฒน์" เมื่อเดือนธันวาคม 2550

เท่ากับเป็นการสรุปบทเรียนจากกรณีเดือนเมษายน 2552 เท่ากับเป็นการสรุปบทเรียนจากกรณีเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553

แม้สถานการณ์นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 ถึงเดือนพฤษภาคม 2557 จะเหมือนกัน

แต่พรรคเพื่อไทย และ นปช. ก็ไม่เอารูปการต่อสู้เหมือนกับที่เคยทำในเดือนเมษายน 2552 หรือในเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 มาผลิตซ้ำ

แต่สงบนิ่งและรอคอย



บทเรียน จากอดีต

นปช. พรรคเพื่อไทย

ในความเป็นจริง อาการ "หยุด" อาการ "นิ่ง" ของพรรคเพื่อไทย และ นปช. มีการเคลื่อนไหว มีการสรุปบทเรียน

1 บทเรียนจาก "การเลือกตั้ง"

ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งเดือนธันวาคม 2550 ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554

ล้วนได้รับ "ชัยชนะ"

ไม่ว่าจะเป็นพรรคไทยรักไทยในปี 2544 และปี 2548 ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชาชนในปี 2550 และไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยในปี 2554

ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 พรรคไทยรักไทยไม่มีส่วนร่วม

ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนร่วม

1 บทเรียนจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวผ่านองค์การจัดตั้งอันเป็นพันธมิตรของพรรคเพื่อไทยอย่าง นปช.

เคลื่อนไหวแล้วก็เข้าสู่ "วงจร" เดิมทางการเมือง

ในเมื่อกลไกอำนาจรัฐอยู่ในมือของคณะรัฐประหาร คณะรัฐประหารดำรงอยู่ในสถานะแห่งรัฏฐาธิปัตย์ โอกาสที่จะถูกปราบปรามสูงเป็นอย่างสูงยิ่ง

จึงอาศัยรูปแห่งความเงียบ ความสงบมาเป็น "อาวุธ"

ความหวัง 1 คือ ไม่ต้องการให้รัฏฐาธิปัตย์ทุบทำลายมากยิ่งกว่านี้ ความหวัง 1 คือ อาศัยกระบวนการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือในการแจ้งเกิดใหม่ทางการเมือง

ประเมินว่า "ประชาชน" จะเข้าใจและ "เห็นใจ"



ใช้ "ความสงบ"

สยบความเคลื่อนไหว

ประหนึ่งว่า พรรคเพื่อไทย และ นปช. ฝาก "อนาคต" ของตนอยู่กับความเมตตาปรานีของคณะรัฐประหารอย่างหมอบราบคาบแก้ว

ทุกอย่างอยู่ที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2558

ขณะเดียวกัน เท่ากับว่าพรรคเพื่อไทย และ นปช. มีความมั่นใจว่าประชาชนที่เคยเลือกพวกตนมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย จำนวนมากกว่า 15 ล้านขึ้น จะไม่ทอดทิ้งพวกตน

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าการรุกคืบของ คสช. ผ่านกระบวนการรัฐประหาร ไม่ว่าการสงบนิ่งรอคอยในที่ตั้งของพรรคเพื่อไทย และ นปช. ล้วนอยู่ในสายตาของสาธารณะ

ทั้ง "ใน" ประเทศ ทั้ง "ต่าง" ประเทศ

 6 
 on: October 21, 2014, 12:30:24 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


Artist: พระครูสุธรรมโสภณ
Title: รายการ เจือจานอาหารใจ วัดพระธาตุดอยสุเทพ USA เมืองชิโนฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
Genre เทศน์ธรรมะ
Release date: ประจำเดือน ตุลาคม 2557
Audio codec: MP3
ออกอากาศ ทาง เวปไซด์ khonthaiuk.info ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.30 น. - 21.30 น.


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

ขอบคุณพระครูสุธรรมโสภณ USA
โดย
http://www.konthaiuk.com/home.php
http://www.khonthaiuk.info/home.php
http://www.khonthaiuk.co.uk/home.php
http://konthaiuk.eu/home.php
http://www.konthaiuk.info/home.php


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

19-10-2014 >>เจือจานอาหารใจ ตอนบุญแปลก 2


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

19-10-2014 >>เจือจานอาหารใจ ตอน บุญแปลก 1


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

18-10-2014 >>เจือจานอาหารใจ ตอนที่ 1


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

ทำเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์  ขอเจริญพร/ธรรมสวัสดี ด้วยไมตรีธรรม

 7 
 on: October 20, 2014, 09:07:32 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 02:32 น.  ข่าวสดออนไลน์



สัญญาณคสช. ยืดเวลาโรดแม็ป

การเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป หรืออาเซม ที่นครมิลาน ประเทศอิตาลี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.

ได้รับการจับตาทั้งจากสื่อไทยและสื่อเทศ เนื่องจากเป็นการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจบนเวทีโลกครั้งแรกนับตั้งแต่การนำกองทัพเข้ายึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา

อันเป็นสาเหตุทำให้หลายประเทศในโลกประชาธิปไตย นำโดย สหรัฐ และสหภาพยุโรป (อียู) ออกมาตรการคว่ำบาตรและระงับความร่วมมือกับไทยหลายด้าน

โดยเฉพาะอียูสั่งระงับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลุ่มประเทศอียูเดินทางมาประเทศไทย ขณะเดียวกันก็ได้ สั่งระงับการเดินทางของเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยไปยังประเทศกลุ่มอียูด้วยเช่นกัน

ในการร่วมเวทีอาเซมครั้งนี้ พล.อ. ประยุทธ์ได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมเป็นเวลา 3 นาที ในหัวข้อการส่งเสริมความร่วมมือทางการเงินและเศรษฐกิจผ่านการเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างยุโรป-เอเชีย

นายกฯไทยเสนอยุทธศาสตร์ 3 ด้านหลัก คือการเพิ่มบทบาทความเป็นหุ้นส่วนกับเอเชีย สร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นหนึ่งเดียว เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนและความร่วมมือเอเชีย-ยุโรปในอนาคต

การบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดจากความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค การพัฒนากระบวนการยุติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ

และการขยายความตกลงการค้าเสรีระหว่างเอเชีย-ยุโรป

นอกจากนี้ระหว่างประชุม พล.อ.ประยุทธ์ยังจับเข่าหารือทวิภาคีกับผู้นำ 4 ประเทศ นายชินโซ อาเบะ นายกฯญี่ปุ่น นายหลี่ เค่อเฉียง นายกฯจีน นายฮุนเซน นายกฯกัมพูชา และนายลี เซียนลุง นายกฯสิงคโปร์

ตลอดจนพบปะทีมไทยแลนด์ในอิตาลีและนักธุรกิจไทยในอียู

ตอนหนึ่งพล.อ.ประยุทธ์พูดเปิดใจสาเหตุความจำเป็นที่ทหารต้องยึดอำนาจรัฐบาลชุดที่แล้ว รวมถึงสิ่งที่คสช.และรัฐบาลลงมือทำและกำลังจะทำในอนาคต

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงปัญหาด้านความมั่นคงว่าจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษควบคุมสถานการณ์ ลดความขัดแย้งและเดินหน้าสู่การปฏิรูปประเทศ ให้สัมฤทธิผลใน 1 ปี

ทั้งยังกล่าวว่าตนเองไม่ต้องการอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกินกว่ากรอบเวลาที่วางไว้

และไม่ได้อยากอยู่เกินแม้แต่วันเดียว

กรอบเวลาตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ้างถึงคือกรอบระยะเวลาดำเนินงาน คสช. 3 ระยะ หรือที่เรียกว่าโรดแม็ป 3 ระยะ ประกอบด้วย

ระยะที่ 1 เดือนพ.ค.-มิ.ย.2557 เป็นช่วงเตรียมการ เช่น การสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อยุติความแตกแยก การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชาวนา คลี่คลายเหตุด่วนเหตุร้ายต่างๆ รวมถึงการเตรียมการงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ระยะที่ 2 เดือนก.ค.2557 เป็นต้นไป จะมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

ระยะที่ 3 ตั้งแต่เดือนส.ค.2558 หลังจากมี การดำเนินการระยะที่ 2 เรียบร้อยแล้ว จะมีการเลือกตั้งและรัฐบาลตามปกติในช่วงเดือนต.ค.2558

เมื่อตรวจสอบโรดแม็ปดังกล่าวจะพบว่าปัจจุบันอยู่ในการดำเนินการระยะที่ 2 ซึ่งเดินหน้ามาถึงจุดที่มีการแต่งตั้งสมาชิกสปช. 250 คนเป็นที่เรียบร้อย และกำลังจะตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายในต้นเดือนพ.ย.นี้

โรดแม็ป 3 ระยะดังกล่าวไม่เพียงเป็นคำมั่นสัญญาของพล.อ.ประยุทธ์และคสช.ที่ให้ไว้กับประชาชนไทย แต่ยังเป็นสิ่งที่ใช้เป็นเครื่องลดแรงเสียดทานจากนานาประเทศในโลกประชาธิปไตยด้วย

และเพราะโรดแม็ปนี้เองบางประเทศถึงได้ชะลอการใช้มาตรการ ?ไม้แข็ง? กับไทย โดยหันไปจับตามองแทนว่าสิ่งที่คสช.บอกจะเปิดให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมปฏิรูปประเทศ นำไปสู่ความปรองดอง

รวมถึงกำหนดเวลาการออกจากอำนาจ คืนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยให้กับคนไทย

จะเป็นจริงในทางปฏิบัติแค่ไหน

แต่แล้วล่าสุดไม่ทันที่การปฏิรูปและการร่างรัฐ ธรรมนูญจะเริ่มต้นนับหนึ่ง ปรากฏว่ามีสัญญาณบางอย่างเกี่ยวกับโรดแม็ป 3 ระยะว่า อาจต้องทอดเวลานานออกไป

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรจะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค.2558 แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกตั้งได้ทันที

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะต้องบวกเวลาการออกกฎหมายลูกอย่างน้อย 3 ฉบับ คือพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง และพ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องใช้เวลาในราว 2 เดือน

จากนั้นยังต้องบวกเวลาการตั้งพรรคการเมือง หาเสียง เตรียมการเลือกตั้ง

จึงไม่แปลกถ้าเวลาจะล้ำไปถึง ปี 2559

ก่อนหน้านี้เคยมีผู้คาดการณ์ไว้เช่นกันว่า โรดแม็ปตามที่คสช.ประกาศไว้เมื่อถึงเวลาลงมือปฏิบัติจริง อาจต้องเผื่อเวลาไปถึงต้นปี 2559

แต่หากดูจากคำชี้แจงของนายวิษณุ เครืองาม ที่คาดว่าร่างรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค.2558 ยังต้องบวกอีก 2 เดือน เพื่อออกกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

และบวกเวลาการตั้งพรรคและหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งปกติต้องกินเวลารวม 3-4 เดือน นั่นหมายความว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นจริงราวกลางปี 2559

จากนั้นกว่าจะประกาศผลเลือกตั้ง เลือกประธานสภาผู้แทนฯ เลือกนายกรัฐมนตรี ฟอร์มทีมรัฐบาล ก็ต้องบวกเวลาไปอีก 3 เดือนเป็นอย่างน้อย

สรุปจากนี้ไปอีกเกือบ 2 ปี ประเทศไทยถึงจะมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง หรือพูดอีกอย่างคือรัฐบาลคสช.จะอยู่ในอำนาจไปอีก 2 ปี สามารถจัดทำงบประมาณประเทศ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการได้อีกรอบสบายๆ

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ถึงจะยืนยันกับทีมไทยแลนด์และนักธุรกิจไทยในอียูว่า ไม่ต้องการอยู่เกินเวลาแม้แต่วันเดียว

แต่ก็มีคนชี้พิรุธว่าก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง พล.อ. ประยุทธ์คนเดียวกันตอบคำถามสื่อไทยถึงโอกาสที่จะขยายเวลาในโรดแม็ปออกไปว่า

ถึงจะกำหนดโรดแม็ปไว้แล้ว แต่ต้องขึ้นอยู่กับสปช.และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่าจะทำงาน เสร็จทันตามโรดแม็ปหรือไม่

ในห้วงเวลาเกือบ 5 เดือนที่ผ่านมา ผู้นำรัฐบาลคสช.ทั้งให้สัมภาษณ์ ทั้งแต่งเพลงตอกย้ำว่า คสช.พร้อมปฏิบัติการคืนความสุขให้คนไทยตามโรดแม็ปที่วางไว้

แต่เมื่อสถานการณ์บางอย่างไม่เป็นใจ จนต้องปล่อยสัญญาณล่วงหน้าออกมาว่าเงื่อนไขการอยู่ในอำนาจอาจเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ระยะเวลาในโรดแม็ปต้องทอดยาวออกไป

รัฐบาลคสช.จึงมีความจำเป็นต้องเตรียมตัวรับแรงเสียดทานที่จะตามมาทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

 8 
 on: October 20, 2014, 12:47:38 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 12:08:27 น.





ปัญหาเศรษฐกิจ ด่าน "หิน" ด่าน "โหด" รัฐบาลประยุทธ์






คล้ายกับปัญหา "เจ๊ยุ" จะสร้างความหนักใจ คล้ายกับปัญหา "เกาะเต่า" จะสร้างความหงุดหงิด คล้ายกับปัญหา "ถอดถอน" จะทำให้พะว้าพะวัง

ไม่ช่าย ไม่ช่าย

ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการส่งออก ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่อ่อนลู่ ต่ำลงต่างหาก คือเรื่องที่กวนใจ

เพราะเสี่ยงต่อกรณี นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ เพียง นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ เดินทางจาก อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี มา "เผาตัว" ประท้วงบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลเท่านั้นแหละ

ทุกอย่างก็พังครืน

ไม่เพียงแต่ยืนยันว่า "ศูนย์ดำรงธรรม" ในระดับจังหวัดมีประสิทธิภาพอย่างไร หากศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ไม่แข็งขัน

ทั้งหมดนี้ สะท้อนปัญหา "เศรษฐกิจ"

ยิ่งตัวเลข "หนี้ครัวเรือน" ทะยานเข้าสู่หลักร้อยละ 80 มากเพียงใด ยิ่งทำให้กรณีแบบ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ มีโอกาสปะทุขึ้นมากเพียงนั้น

"เศรษฐกิจ" ต่างหากที่ "หวาดเสียว"

หากเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ก็จะศึกษาปัญหาเศรษฐกิจจาก 1 การส่งออก 1 การนำเข้า เพื่อเปรียบเทียบว่าได้ดุลหรือขาดดุล ถามว่า "ชาวบ้าน" รับรู้เรื่องนี้อย่างไร

ความจริง เจ้าสัวใหญ่ "สหพัฒน์" นายบุญชัย โชควัฒนา สรุปตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายนมาแล้วว่า

"อารมณ์ซื้อของคนไทยยังไม่มา"

สอดรับกับ "ข้อเท็จจริง" อันมาจาก เจ้าสัว "ซิงเกอร์" ซึ่งแนบแน่นอยู่กับชาวบ้าน เพราะตลาดของซิงเกอร์ร้อยละ 95 อยู่ต่างจังหวัด อย่างไรหรือคือสิ่งที่ "ซิงเกอร์" สะท้อนออกมา

1. รายได้ของชาวบ้านลดลง ข้าวของราคาแพงขึ้น ครัวเรือนส่วนใหญ่มีหนี้สิน การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างลำบาก

2. หนี้ค้างชำระของลูกค้าเพิ่มจากร้อยละ 4.5 เป็นร้อยละ 6

รายได้ของชาวบ้านจะไม่ลดลงได้อย่างไรในเมื่อราคาข้าวเปลือกตกลงมาถึงเกวียนละ 7,000 บาทเป็นอย่างสูง รายได้ของชาวบ้านจะไม่ลดลงได้อย่างไรในเมื่อราคายางพาราหล่นรูดลงมาต่ำกว่า 50 บาทต่อกิโลกรัม

เมื่อไม่มีเงิน ย่อมไม่มีอารมณ์ในการใช้จ่าย

ถามว่ามาตรการ "แจกเงิน" อย่างที่ดรีมทีมเศรษฐกิจระดับ "ม.ร.ว." ประกาศจะให้กับชาวนา ชาวสวนยาง ไร่ละ 1,000 บาทเป็นอย่างไร

คำตอบก็คือ ดี

ฟังจากชาวนา ฟังจากชาวสวนยาง น้ำเสียงตรงกัน นั่นก็คือ ได้เงินดีกว่าไม่ได้เงิน อย่างน้อยหากมี 15 ไร่ ก็เท่ากับได้

เงินมา 15,000 บาทต่อครัวเรือน

แต่ที่ย้อนกลับก็คือ "คิด" ได้แค่นี้หรือ

ในเมื่อการแจกเงินแบบนี้ทำมาตั้งแต่ยุค ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มาแล้ว ในเมื่อสมองก้อนโตระดับพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยแจกมาแล้ว แจกให้คนเมืองรายละ 2,000 บาทด้วยซ้ำไป

ความหวังของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะได้สัมผัสกับ "นวัตกรรม" ทางเศรษฐกิจอันมาจากดรีมทีมระดับ "ม.ร.ว." จึงดำเนินไปอย่างว่างเปล่า แทบไม่มีอะไรสร้างความแตกต่างไปจากสมอง "นิ่มๆ" ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เลย

ขณะที่ยุคนั้นข้าวเกวียนละ 15,000 บาท ยางยังตรึงอยู่ที่ 80 บาท การเปรียบเทียบจึงเกิดขึ้นตลอดเวลา อย่างน้อยก็เปรียบเทียบกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่พวกท่านหลายคนเคยประณามหยามหมิ่น

"หยามหมิ่น" แล้วก้าวข้ามได้หรือเปล่า

จําเป็นต้องย้อนกลับไปยังปัญหาแท้จริงที่รัฐบาลกำลังประสบอยู่ภายในห้วง 1 เดือนที่ผ่านมา

มิใช่ปัญหา "การเมือง" มิใช่ปัญหา "ความมั่นคง" เพราะกฎอัยการศึกช่วยไว้อย่างเต็มที่หากแต่เป็นปัญหา "เศรษฐกิจ" ต่างหากที่เป็นด่านทดสอบประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพทางการบริหาร ประสิทธิภาพในการแก้ไข

 9 
 on: October 20, 2014, 01:29:37 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย

 10 
 on: October 19, 2014, 09:31:11 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger






















ประมวลภาพ : พระราชทานเพลิงศพ ‘อภิวันท์’ ประชาชนแน่นวัดชู 3 นิ้ว ตะโกน “ยิ่งลักษณ์ สู้ๆ”

Pages: [1] 2 3 ... 10