Pages: [1] 2 3 ... 10
 1 
 on: Today at 06:36:02 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger




โพสต์เมื่อ : 22 ธันวาคม 2557 เวลา 18:02:09

ตั้ง อาชีวะ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก สุริยะใส กตะศิลา

          สุริยะใส โพสต์ปม ตั้ง อาชีวะ ประจานทางการไทย แสดงให้เห็นว่า ไทยเอาจริงแค่ไหนกับการจัดการพวกหมิ่นสถาบัน

          เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2557 เฟซบุ๊ก สุริยะใส กตะศิลา ของนายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำกลุ่มกรีน มีการเขียนข้อความถึงนายเอกภพ เหลือรา (ตั้ง อาชีวะ) ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงว่า การที่ตั้ง อาชีวะ ชูพาสปอร์ตเป็นพลเมืองนิวีแลนด์ เป็นการแสดงให้เห็นว่า ทางการไทยจริงจังแค่ไหนกับการเอาจริงเอาจังกับคดีหมิ่นสถาบัน

สำหรับข้อความทั้งหมดของนายสุริยะใส มีดังนี้

          เมื่อ "ตั้ง อาชีวะ" ประจานทางการไทย

          เห็นข่าว "ตั้ง อาชีวะ" พร้อมแฟนสาวซูพาสปอร์ต พลเมืองนิวซีแลนด์ เพื่อยืนยันว่าสถานะเขาเป็นขาวนิวซีแลนด์เต็มตัว ไม่ใช่ในฐานะผู้ลี้ภัยอีกแล้ว

          หลายคนคงสงสัยว่าเด็ก 2 คน เอาศักยภาพที่ไหนหลบหนีการจับกุมของทางการไทยได้ ฟังเขาเล่าและบรรยายในเฟซยิ่งกว่าในหนัง จริงเท็จก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ คงมีผู้อุปถัมภ์ที่ดีและมีบารมีพอ

          เพราะล่าสุดถึงขั้นได้เป็นพลเมืองนิวซีแลนด์เต็มตัว

          งานนี้ประจานศักยภาพและทางการไทยได้เป็นอย่างดีว่า เอาจริงเอาจังกับขบวนการล้มเจ้าและคดีความผิด มาตรา 112 แค่ไหน ที่น่าแปลกใจคือประเทศที่คนเหล่านี้หลบไปลี้ภัยล้วนแล้วแต่เป็นมหามิตรของไทยทั้งสิ้น

          แต่ไม่รู้เป็นมิตรแบบไหนถึงให้ทึ่พำนักพักพิงกับคนหนีคดี หนีความผิด แบบไม่ไว้หน้าทางการไทยเอาเสียเลย ถ้ารัฐบาลจะขยับตัวทำหนังสือถามไปที่ประเทศเหล่านั้นก็น่าจะดีนะครับ

          จะได้รู้กันจริง ๆ ว่า ลึก ๆ แล้วประเทศเหล่านั้นเขาไม่เห็นด้วยกับ มาตรา 112 มากกว่าไม่มีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่

          เมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลและ คสช. ก็เพิ่งประกาศว่าจะเอาจริงเอาจังกับขบวนการล้มเจ้า กับคนที่กระทำผิดในคดี มาตรา 112 ไม่รู้จะท่าดีทีเหลวอีกตามเคยหรือไม่ หรือเอะอะก็อ้างว่าไม่มีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่มีข้อตกลงร่วม

          ซึ่งกลายเป็นคาถา ไว้อ้าง เพื่อเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ จนกลายเป็นแผ่นเสียงตกร่องไปแล้ว



 2 
 on: Today at 04:21:51 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
Monday, December 22, 2014 at 2:45pm




ประเทศไทยกับกฎอัยการศึก

มีคนตั้งคำถามว่า "ไม่แน่ใจว่านายจาตุรนต์ติดขัดหรือมีปัญหาอะไรกับกฎอัยการศึก ท่านไปตลาดไม่ได้หรืออย่างไร ...เชื่อมั่นว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีใครเดือดร้อน จึงขออนุญาตคงกฎอัยการศึกไว้ก่อนเพื่อความจำเป็นจริงๆ"

ที่ผ่านมา เวลาผมวิจารณ์รัฐบาลหรือคสช.ผมจะหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงชื่อบุคคล เพราะไม่อยากให้ใครมาจับคู่ให้ผมไปชนกับใครโดยไม่จำเป็น ที่จะวิจารณ์คำพูดข้างต้นก็จะพยายามไม่พูดถึงใครเป็นการเฉพาะเจาะจง จะวิจารณ์โต้แย้งแต่เรื่องเนื้อหาเท่านั้น

ที่ผมพูดเรื่องกฎอัยการศึกครั้งล่าสุดนั้น ผมพูดควบกับเรื่องการลงประชามติ รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คือเสนอว่าควรประกาศเสียแต่เนิ่นๆว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะมีการลงประชามติและก่อนลงประชามติระยะหนึ่ง ควรจะยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถรณรงค์ชี้แจงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญกันได้อย่างเสรี ผมยังได้บอกด้วยว่าการลงมติขณะที่บ้านเมืองยังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกอย่างที่ทำกัน เมื่อครั้งลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 50 นั้นไม่ถูกต้อง เพราะคนที่ไม่เห็นด้วยไม่สามารถแสดงความเห็นได้

โปรดสังเกตว่า ผมไม่ได้เสนอให้ยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกในวันนี้พรุ่งนี้ แต่กำลังพูดถึงเงื่อนไขสำหรับการจะลงประชามติในอนาคต คนที่มาตั้งคำถามใส่ผมนั้นพูดเหมือนกับว่า ผมกำลังเสนอให้ยกเลิกกฎอัยการศึกในวันนี้พรุ่งนี้เลย การมาพูดอย่างนั้นนั้นจึงเป็นการ "ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด" ส่วนที่มาถามผมว่า ไปตลาดไม่ได้หรืออย่างไร ก็ออกจะเป็นคำพูดแบบพล่อยๆไปสักหน่อย

จะมีกฎอัยการศึกหรือไม่มีกฎอัยการศึก ผมก็เดินตลาดของผมได้ ไม่มีปัญหาอะไร เดินได้สบายๆกว่าลูกพี่ของคนตั้งคำถาม ที่ไปไหนมาไหนต้องมีคนรักษาความปลอดภัยเป็นโขยงและต่อไปก็ไม่รู้ว่า จะเดินตลาดกันได้หรือเปล่า

ผมไม่ได้เรียกร้องหรือเสนอให้ยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกในวันนี้พรุ่งนี้ เพราะรู้อยู่ว่า ถึงอย่างไรคสช.ก็คงยังไม่ยอมยกเลิกง่ายๆ พูดไปก็จะเหมือนสีซอให้แป๊ะฟัง แป๊ะไม่ฟังหรือฟังแล้วไม่เข้าใจ คนที่ลงเรือแป๊ะก็คงไม่ช่วยอธิบายให้แป๊ะเข้าใจ มีแต่จะตามใจแป๊ะ

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ผมเห็นดีเห็นงามกับการใช้กฎอัยการศึกอย่างที่เป็นอยู่ และเมื่อมีคนมาแขวะผมแบบ "ไม่ดูตาม้าตาเรือ" ผมก็คงต้องขอพูดถึงการใช้กฎอัยการศึกสักหน่อย

การใช้กฎอัยการศึกดีหรือไม่ดีอย่างไรนั้น ไม่ได้วัดกันที่ทำให้คนไปตลาดได้หรือไม่ได้ แต่เมื่อมีการใช้กฎอัยการศึกก็เกิดการไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนเข้า ที่เห็นอยู่ก็มีทั้งนักวิชาการ นักศึกษา สื่อมวลชน ประชาชนที่ต้องการจะประชุมหารือในเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองที่รวมถึงเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปต่างๆ ไปจนถึงประชาชนที่จะร้องเรียนถึงความเดือดร้อนในการทำมาหากินที่นับวันจะมีมากขึ้นด้วย

การไปจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนในช่วงที่กำลังจะร่างรัฐธรรมนูญและจะปฏิรูปและเศรษฐกิจก็กำลังตกต่ำย่ำแย่ ย่อมทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองและประชาชนอย่างมาก

การใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศอย่างที่ทำอยู่มีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีนัยสำคัญคือทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องเดือดร้อนกว่าที่จำเป็นไปอีกมาก ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามกับใคร แต่กลับใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ นักลงทุนเขาก็กลัว การลงทุนก็น้อยลงไป ที่หนักกว่านั้นก็คือ ผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่ไม่ทราบสถานการณ์โดยละเอียดก็เกรงจะไม่ปลอดภัย ที่สำคัญคือ นักท่องเที่ยวจากหลายๆประเทศเขาเห็นเรื่องการทำประกันภัยหรือประกันชีวิตเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับเขา แต่บริษัทประกันส่วนใหญ่จะไม่รับประกันลูกค้าที่เดินทางไปในประเทศที่มีการใช้กฎอัยการศึก เมื่อไม่มีประกันในแพ็คเกจ นักท่องเที่ยวก็เลือกไปประเทศอื่นเสียมากและมาไทยน้อยลง

การท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประเทศ และมีผลโดยตรงต่อผู้ให้บริการหรือผู้ค้าขายรายย่อยจำนวนมาก และเมื่อรายได้ของประเทศตกต่ำก็มีผลต่อคนทั้งประเทศด้วย

การใช้กฎอัยการศึกทำให้คนดีๆจำนวนมากกลายเป็นคนทำผิดกฎหมายเพียงเพราะแสดงความเห็นที่แตกต่างจากผู้มีอำนาจ การใช้กฎอัยการศึกยังจะทำให้ได้กติกาการปกครองบ้านเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอันจะทำให้สังคมไทยอยู่ในสภาพที่ขัดแย้งไม่สิ้นสุด และการใช้กฎอัยการศึกยังมีผลทำให้เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำกว่าที่จำเป็น

ที่ชอบพูดกันว่า การใช้กฎอัยการศึกไม่ทำให้คนส่วนใหญ่เดือดร้อน หรือที่บอกว่าคนดีๆย่อมไม่เดือดร้อนเพราะกฎอัยการศึก จึงไม่เป็นความจริง

ยิ่งการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปเดินหน้าไปผิดทิศผิดทางมากขึ้นๆและเศรษฐกิจของประเทศแย่ลงๆ ก็จะยิ่งมีคนเข้าใจถึงผลเสียของการใช้กฎอัยการศึก พร้อมๆกับเห็นความเสียหายจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นประเทศนี้มากขึ้นๆ

แต่ที่เขายังไม่ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันมากนัก ทั้งๆที่เดือดร้อนกันอยู่ก็เพราะการมีกฎอัยการศึกอยู่นั่นแหละ


---------------------



 3 
 on: Today at 02:59:17 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8790 ข่าวสดรายวัน


ส่งท้ายปีเก่า

ทิ้งหมัดเข้ามุม
จ่าบ้าน



สัปดาห์หน้า 10 วันอันตราย เริ่มสุกดิบ ตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 26 นี้ หวังว่า ผู้จะเดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยวต่างจังหวัด คงจะทยอยกันไป ตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่จะถึงนี้ จากนั้นคงทยอยเดินทางระหว่างปลายสัปดาห์หน้า ถึงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่



หากแต่ละกลุ่มแต่ละครอบครัวทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร ไปจังหวัดบ้านเกิดหรือจุดหมายปลายทาง ไม่พร้อมกัน การจราจรบนถนนสายหลักคงไม่ติดพันขยับเขยื้อนไม่ได้เช่นเมื่อปีที่ผ่านมา



อุบัติเหตุที่มีสถิติรุนแรงร้ายแรงในช่วงปีใหม่ คงไม่มากเท่าเทศกาลสงกรานต์ ปีนี้รัฐบาลให้โอกาสหยุดงานวันที่ 2 มกราคม เพิ่มอีกวันหนึ่ง รวมเป็น 5 วัน แต่เริ่มวันหยุดส่งท้ายปีเก่าวันที่ 31 ธันวาคม



มีวันจันทร์วันอังคารที่ 29, 30 ธันวาคมคั่นวันเสาร์วันอาทิตย์ เชื่อแน่ว่าทั้งข้าราชการ ทั้งพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทั้งพนักงานบริษัทเอกชน โดยเฉพาะเจ้าของกิจการคงจะเปิดโอกาสให้มีการลาหยุดยาว



ด้วยเหตุที่ภาวะเศรษฐกิจวันนี้ไม่สู้ดีนัก การให้พนักงานลาหยุดอีก 2 วัน เพื่อให้ได้มีวันหยุดยาวถึง 9 วัน น่าจะเป็นผลดี โดยเฉพาะกับค่าใช้จ่ายระหว่างวันหยุด 9 วัน



ห้วงสนุกสนานวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับ ปีใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจคงต้องปฏิบัติหน้าที่หนักสักหน่อย โดยเฉพาะในกรุงเทพ มหานครที่มีหลายพื้นที่เปิดโอกาสให้ "นับถอยหลัง" โดยช่วงก่อนหน้าสักสองชั่วโมง และช่วงใกล้เที่ยงคืน บริเวณที่แน่นขนัดที่สุดของกรุงเทพฯ คือบริเวณเซ็นทรัลเวิลด์



เท่าที่ติดตามสถานการณ์ในกรุงเทพ มหานครและสถานการณ์ของรัฐบาลไม่น่าจะมีเหตุร้ายใดเกิดขึ้น แต่ยังมีกลุ่มผู้ดื่มเครื่องดองของเมาเป็นปกติ



ประเด็นคือ การจำหน่ายเครื่องดื่ม มีแอลกอฮอล์ และการดื่ม เจ้าหน้าที่ควรจะเข้มงวด เช่นคอยเตือนไม่ให้มีการถือขวดเครื่องดื่มเดินดื่ม แต่ควรให้ดื่มเป็นที่เป็นทาง



ขณะที่ต้องเข้มงวดกับการตั้งวงดื่ม กันริมถนน หรือสถานที่สาธารณะ เพราะสถานที่เหล่านี้เป็นที่ทางสัญจร ไม่สมควรให้มีการตั้งวงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์



หวังว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในห้วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คงจะได้รับความร่วมมือด้วยดี

 4 
 on: Today at 12:06:20 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


กำจัดประชาธิปไตยเหี้ยนหายขาด

ด้วยอำนาจครอบงำทำรัฐประหาร

กำจัดทางม้าลายลงวายปราณ

ด้วยอำนาจนำนานนอกกติกา

สุจิตต์ วงษ์เทศ

มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 21 ธันวาคม 2557

 5 
 on: December 21, 2014, 07:40:33 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เวลา 15:20:08 น.





สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นสัปดาห์วิกฤติทางเศรษฐกิจ เห็นได้จากดัชนีในตลาดหลักทรัพย์ที่ตกลงอย่างหนัก
สาเหตุหลัก ๆ นอกจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลงอย่างต่อเนื่องแล้ว ในบ้านเรายังมีกระแสข่าวลือ

 

คนที่จะชี้แจงเรื่องข่าวลือได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งนักข่าวก็ไม่พลาดที่จะถามท่านเรื่องนี้ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ท่านก็ชี้แจงนะครับว่า ที่หุ้นตกไม่ได้เกี่ยวกับข่าวลือ แต่เป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจโลก หุ้นที่ไหนขึ้นได้ทุกวัน



 

 จากข่าวลือ พาไปดูของปลอมกันบ้างครับ ของปลอมที่ว่านั่นคือ ลายเซ็นต์ปลอม ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกสมยศ พุมพันธุ์ม่วง อย่างว่าครับ เป็นคนใหญ่คนโตลายเซ็นต์ย่อมศักสิทธิ์เสมอ จนมีคนเอาไปแอบอ้างหาผลประโยชน์อยู่หลายครั้ง

 

 

ล่าสุด จับกุมได้ คือ พันตำรวจเอกเด่นชัย บุตรโพธิ์ศรี นักบินกองบินตำรวจ หลังแอบอ้างปลอมแปลงลายเซ็น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษ เพื่อไปเรียกรับผลประโยชน์

 

พลตำรวจเอกสมยศ บอกนะครับว่า เมื่อปีที่แล้วก็ถูกปลอมลายเซ็นต์ลักษณะนี้เหมือนกัน นักข่าวเลยถามว่า ลายเซ็นต์ท่านปลอมง่ายไปรึเปล่า คิดจะเปลี่ยนบ้างหรือไม่

 

 

ปิดท้าย ขออนุญาต พาคุณผู้ชมไปฟังเสียงนักวิชาการรุ่นใหญ่ ศาสตราจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ไม่บ่อยนะครับที่เราจะได้ยินเสียงของท่าน โดยเฉพาะในช่วงเวลาแบบนี้ และครั้งนี้ท่านก็มีประโยคคมคาย เตือนสติสังคมไทย เช่นเคย


ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1419146087

 6 
 on: December 21, 2014, 10:13:21 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เวลา 00:39 น.  ข่าวสดออนไลน์    


โหรานุโหรผ่าดวง"บิ๊กตู่" "วารินทร์"ชี้นั่งนายกฯยาว "อรรถวิโรจน์-หมอมีน"ชู

คอลัมน์ ทะลุคนทะลวงข่าว



"ฉันไม่ใช่คนขวัญอ่อนขนาดนั้นหรอก"

คำตอบของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.

ต่อกรณีหลายคนแสดงความห่วงใยและอยากให้ทำบุญสะเดาะเคราะห์

หลังเกิดเหตุระทึกขวัญ กิ่งต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ขนาดใหญ่ โค่นใส่ขบวนรถ ระหว่างเดินทางกลับจากท้องฟ้าจำลอง มาทำเนียบรัฐบาล

แม้จะไม่โดนรถเบนซ์ที่นั่งอยู่โดยตรง แต่กิ่งไม้ก็หล่นใส่รถจักรยานยนต์ ของ ทีมรปภ. ส่งผลให้นายทหารบาดเจ็บ 2 ราย

ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นลาง ให้ทำบุญ ทั้งจากข้าราชการในทำเนียบ รวมถึงจากคนใกล้ชิดรัฐบาลที่เชื่อเรื่องดวงชะตา

แม้นายกฯ จะยืนยันหนักแน่นว่าไม่ใช่คนขวัญอ่อน และไม่ได้ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่ในทางโหราศาสตร์ ต่างทำนายกันไปทั้งในทางที่ดีและร้าย



เจ้าของฉายา โหรคมช. นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หนึ่งในนักดูดวงที่ "บิ๊ก" เหล่าทัพเชื่อถือ ก็ออกมาระบุเช่นกัน

อดีตข้าราชการเป็นครูประชาบาล พื้นที่ อ.เชียงดาว

ลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัวหลายอย่าง

ตั้งสำนักสุขิโต เยื้องเรือนจำพิเศษเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่นับถือของเหล่านายทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจ และนักแสดง

ก่อนปฏิวัติ 19 ก.ย. 2549 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. เดินทางไปพบถึง 2 ครั้ง

แล้วยังนำคณะรัฐประหารไปพบเพื่อแก้ดวงเมือง เมื่อมิ.ย.50

บอกจากที่เข้านิมิตสอบถามหลวงปู่ เกวลันแห่งเทือกเขาหิมาลัย ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับขบวนรถของนายกฯ

ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับลางบอกเหตุใดๆ ทั้งสิ้น และไม่กระทบกระเทือนถึงตำแหน่งหน้าที่ของนายกฯ

บอกด้วยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นตามธรรมชาติ และนายกฯ เพิ่งเริ่มทำงานในหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากชะตาฟ้า

ซึ่งชะตาฟ้าได้กำหนดแล้วให้ พล.อ. ประยุทธ์มาทำหน้าที่กอบกู้ประเทศชาติบ้านเมือง และขณะนี้ภารกิจยังไม่สำเร็จ

จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ไปอีก 3-5 ปี ในตำแหน่งนายกฯ

ย้ำด้วยว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรที่จะ มาทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลงจากตำแหน่งได้

ด้วยบุญและบารมีของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งต้องเป็นคนนี้เท่านั้นมาทำหน้าที่ฟื้นฟูประเทศถึงจะสำเร็จ

ถ้าเป็นคนอื่นก็พังไปแล้ว



เช่นเดียวกับ หมอมีน ตีสิบ หรือ นายอรรถพล น้อยวงศ์

นักพยากรณ์ไพ่ทาโรต์ ซึ่งใช้หลักเลขศาสตร์สากล

เป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์ถาวร บุญญวรรณ อาจารย์นงลักษณ์ ศุภผล และอาจารย์จุฑามาศ ณ สงขลา

ระบุปีนี้เป็นดาวเนปจูน ตามหลักเลขศาสตร์สากล เป็นปีที่ประเทศวิกฤตและประสบอุปสรรคอยู่แล้ว ใครมาเป็นผู้นำก็สะดุด

พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ดวงตก แต่ต้องทำงานหนัก ส่งผลให้เศรษฐกิจปีหน้า จะดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการส่งออก อสังหาริมทรัพย์ และการต่างประเทศ

ดวงของพล.อ.ประยุทธ์ ค่อนข้างสมพงศ์กับดวงเมือง เหมาะแก่การเป็นผู้นำเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาประเทศ เรียกได้ว่าเป็น "ดวงผู้แก้ไข"

ดวงของนายกฯ จะดีขึ้นตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี 2561 สอดคล้องกับดวงประเทศที่กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ

แต่ควรระวังเรื่องการเดินทาง ควรทำบุญโดยเฉพาะการบริจาคเลือด เครื่องมือแพทย์ และโลงศพ ซึ่งจะช่วยให้แก้ปัญหาได้

การที่มีกิ่งไม้หล่นใส่ถือเป็นการ ฟาดเคราะห์ ยิ่งในช่วงวันเกิดของ พล.อ. ประยุทธ์จะได้รับอิทธิพลจากดาวเสาร์หนุนให้ดีขึ้นไปอีก



ขณะที่ พ.ต.อ.อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา หมอดูชื่อดัง

ศึกษาโหราศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก

จบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเรียนที่สมาคม โหรแห่งประเทศไทย ทั้งโหราศาสตร์ โหงวเฮ้ง ลายมือ

ทำงานเป็นวิทยากรโหราศาสตร์ เขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์และนิตยสาร

ทำนายในทิศทางเดียวกันถึงเหตุกิ่งไม้หล่นใส่ว่า มิได้เป็นลางบอกเหตุร้าย หรือแสดงว่านายกฯ ดวงตกแต่อย่างใด

อุบัติเหตุเป็นธรรมดาที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้

ที่สำคัญ เมื่อดูตามราศีเกิดของพล.อ.ประยุทธ์ คือราศีมีน ช่วงนี้เป็นปกติ ไม่มีเคราะห์ และเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะดาวเสาร์ยก

ดังนั้น เรื่องแก้ชงหรือสะเดาะเคราะห์นั้น ไม่เห็นว่าจำเป็นต้องมีอะไรพิเศษ ก็ทำไปตามปกติ

แต่ยอมรับว่าช่วงก่อนหน้านี้เป็นช่วงดาวดับ ส่งผลต่อดวงประเทศและดวงโลกไม่ดีกันไปหมด คนทั่วไปไม่เฉพาะนายกฯ ต้องเจอเรื่องไม่ดี แต่ละคนมากน้อยต่างกัน

เห็นได้จากที่ผ่านมาประเทศไทยเกิดเรื่องร้าย ทั้งความวุ่นวายทางการเมือง เรื่องผู้ใหญ่ การโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการ น้ำท่วมภาคใต้ หรือ ต่างประเทศเกิดเหตุยิงกันตายในตะวันออกกลาง และการจับตัวประกันที่ออสเตรเลีย

แต่หลังจากนี้จะไม่มีข่าวร้ายแล้ว สถานการณ์ดีขึ้นหลังวันที่ 16 ธ.ค. เป็นต้นไป

แต่จะไปหนักอีกครั้งช่วงวันที่ 14 มี.ค.-12 เม.ย.2558 และ 16 พ.ย.-16 ธ.ค.2558 เจอกับสารพัดความวุ่นวายต่อ เนื่องไปถึงปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงดาวดับ สถานการณ์จะยิ่งหนัก

เป็นอีกคำเตือนของนักพยากรณ์

 7 
 on: December 21, 2014, 10:07:33 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8789 ข่าวสดรายวัน


ทุบหุ้น-ทุบยาง ลัดคิวร้อน"รธน."





กระบวนการปรุงแกงส้ม ผ่าน ขั้นตอนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ร่วมกันส่งมอบรายงานความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ

ต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นที่เรียบร้อย

ในส่วน สปช.ประชุมพิจารณารายงานความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกมธ.ปฏิรูปด้านต่างๆ 18 คณะ เมื่อวันที่ 15-17 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีนายบวรศักดิ์ นำคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เข้าร่วมรับฟัง

สูตรแกงส้มของ สปช. ทั้งสิ้น 246 ประเด็น 272 เรื่อง

ไฮไลต์อยู่ตรงข้อเสนอเลือกตั้ง นายกฯ และครม.โดยตรง นำเสนอโดยคณะกมธ.ปฏิรูปการเมือง ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน



อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการคัดค้านจากสมาชิกสปช. รวมถึงกมธ.ปฏิรูปการเมืองเสียงข้างน้อย อาทิ นายชัย ชิดชอบ นายดิเรก ถึงฝั่ง

แม้แต่ นายประสาร มฤคพิทักษ์ และ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกลุ่ม 40 ส.ว.ซึ่งเดิมถูกมองว่าเป็นสปช.เครือข่ายเดียวกับ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์

ต่างก็คัดค้านไม่เห็นด้วยกับวิธี ดังกล่าวเพราะไม่เพียงกระทบต่อพระราชอำนาจ ยังไม่สอดคล้องกับระบบการเมืองไทยในปัจจุบัน ทำให้การซื้อขายเสียงรุนแรงกว่าเดิม และเป็นระบบมากขึ้น

ส่วนการเลือกครม.โดยตรงเท่ากับเพิ่มอำนาจผูกขาดให้พรรคการเมืองเพียง 2 พรรคที่มีศักยภาพในการตั้งครม.ได้

รวมถึงข้อสงสัยว่า การเลือกตั้งส.ส.และครม. ในคราวเดียวกัน แตกต่างจากการเลือกตั้งส.ส.เขตและส.ส.บัญชีรายชื่อในระบบเดิมอย่างไร



ด้าน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ. ยกร่างฯ กล่าวสรุปข้อสังเกตต่อที่ประชุมสปช.ในตอนท้ายว่า

ระบอบใหม่ตามที่กมธ.ปฏิรูปการเมืองเสนอ คือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่มีครม.มาจากการเลือกตั้งโดยตรง

เป็นระบบรัฐสภาที่ทำให้เป็นระบบประธานาธิบดี

นายบวรศักดิ์ยังตั้ง 4 คำถาม "จุดเสี่ยง" ต่อแนวทางการเลือกตั้งนายกฯ และครม.โดยตรง ประกอบด้วย

ความเสี่ยงถ้าเลือกตั้งครม.โดยตรงจะทำให้พรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคอยู่ในบัญชีรายชื่อ ครม.แล้วไม่ได้รับเลือกตั้ง ต้องตกงานสนิทถึง 4 ปี เพราะไม่ได้เป็นส.ส.



ความขัดแย้งจะยิ่งรุนแรงหรือไม่

ความเสี่ยงได้นายกฯ มาจากกระแส เช่น ในบางประเทศที่นำดารามาเป็นนายกฯ การซื้อเสียงรุนแรงขึ้น เพราะต้องชนะทั้งในส่วนของครม.และส.ส. ต้องลงทุนมหาศาล ส่งผลให้มีการถอนทุนสูงเป็นเงาตามตัว

ความเสี่ยงการมีนายกฯ และครม.ที่เข้มแข็งเกินไป ปลดไม่ได้ นายกฯ ปรับครม.ลำบากเพราะต่างก็มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่สูงมาก นายกฯ จะมีอำนาจมากกว่าประธานาธิบดีสหรัฐ เพราะนายกฯ ในระบบนี้สามารถเสนอกฎหมายและงบประมาณได้

ทำให้เป็นระบบซูเปอร์ประธานาธิบดี

เกิดภาวะอำนาจล้นฟ้า เมื่อฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเป็นพรรคเดียวกัน การตรวจสอบกฎหมายและงบประมาณจะไม่มีผล เผด็จการรัฐสภากลับมา เสียงข้างน้อยลงสู่ท้องถนน เกิดการเคลื่อนไหว นอกสภา



รวมถึงความเสี่ยงเรื่องระบบตรวจสอบที่ไม่เพียงพอจำกัดอำนาจมหาศาลของรัฐบาล ตลอดจนความเสี่ยงต่อความล้มเหลวเหมือนในบางประเทศที่ทดลองใช้ระบบนี้มาแล้ว เช่น อิสราเอล

ในอังกฤษก็มีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก เหมือนกับญี่ปุ่นที่พิจารณาแล้วต้องยุติไปในที่สุด

เพราะไม่ต้องการให้มีพระอาทิตย์สองดวง



จากการตั้งคำถามถึงจุดเสี่ยง 5-6 ข้อของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯ ทำให้มองเห็นแนวโน้มว่าข้อเสนอการเลือกตั้งนายกฯ และครม.โดยตรง

ต้องพับเก็บใส่ลิ้นชักไปโดยปริยาย

พร้อมทิ้งคำถามปริศนาให้หาคำตอบกันเอาเองว่า จุดมุ่งหมายของข้อเสนอดังกล่าวมีอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง



เป็นความเห็นของ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ และเสียงส่วนใหญ่ในกมธ.ปฏิรูปการเมืองแบบเพียวๆ

หรือว่าเป็นการทำตามใบสั่ง

ถ้าทำตามใบสั่งก็มีการวิเคราะห์ต่อไปอีกว่า เป็นการรับมาจากกลุ่ม ผู้มีอำนาจในปัจจุบันหรือไม่ เพื่อกรุยทางต่อท่ออำนาจยืดยาวออกไป ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ตาม



เพราะถ้าย้อนกลับไปดูรายงานสรุปแนวทางปฏิรูปการเมืองที่คสช.สั่งให้กระทรวงกลาโหมเป็นผู้จัดทำ เสนอเป็นพิมพ์เขียวเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา

ข้อเสนอหนึ่งคือให้มีการเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง พร้อมกับการเลือกตั้งใหญ่ส.ส. สูตรแกงส้มเดียวกับกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ตรงกันเป๊ะ

หรืออีกทางหนึ่ง กมธ.ปฏิรูปการเมืองรับใบสั่งมาจาก "กลุ่มอำนาจเก่าแก่" ให้มาวางยารัฐบาลคสช. ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โทษฐานไม่ยอมอยู่ภายใต้การคอนโทรล

เปิดประเด็นอ่อนไหว กระตุ้นความขัดแย้งวุ่นวายในสังคมจนพล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลคสช.บริหารประเทศต่อไม่ได้ ตรงกับ คำเตือนของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เรื่องการปฏิวัติซ้อน

โยงเข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจในภาวะทรงๆ ทรุดๆ ตลาดหุ้นผันผวนรุนแรง

พล.อ.ประยุทธ์ออกมาให้สัมภาษณ์สวดยับ "ไอ้โม่งทุบหุ้น" เพ่งเล็งไปว่าเป็นวิธีการเดียวกับเครือข่าย "คนที่ลงสนามบินเมื่อปี 51"



หากินกับข่าวลือไม่เป็นมงคล

ล้อไปกับสถานการณ์ราคายาง 3 โล 100 บีบให้ชาวสวนยางออกมาเคลื่อนไหวดาวกระจายทั่วเกือบทุกจังหวัดภาคใต้

แล้วก็เป็นพล.อ.ประยุทธ์อีกเช่นกันที่บอกว่ามีการเมืองชักใยอยู่เบื้องหลัง ปลุกระดมม็อบยางออกมากดดันรัฐบาล

สารพัดไอ้โม่งเริ่มออกโรงเคลื่อน กดดันหลัง 6 เดือนผ่านไปพอจับทางได้ว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจคือ "จุดอ่อน" ของรัฐบาลทหาร

ส่วนการยกร่างรัฐธรรมนูญกว่าจะเสร็จเป็นรูปเป็นร่างยังอีกไกล ถ้าหากจะมีปัญหาก็อยู่ที่คนในกันเอง ที่ส่วนหนึ่งอยากตามใจแป๊ะ เพราะกลัวโดนไล่ลง จากเรือ

ขณะที่บางส่วนถือโอกาสวางยาแป๊ะ จะได้ถือหางเสือเรือเสียเอง

ส่วนคนนอกหมดสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว เหมือนที่นาย วีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. เปรียบการร่างรัฐธรรมนูญหนนี้ เหมือนรำวงที่ทหารเหมารอบ

จิ๊กโก๋บ้านนอกอย่าสะเออะ

 8 
 on: December 21, 2014, 03:28:11 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


นอก ปท. จดทะเบียน; ใน ปท. เร่งจัดตั้ง โดย ดร. สุดา รังกุพันธุ์ (อ. หวาน)
ดำเนินรายการโดย ดร.ริชาร์ด ไชสมมอน
วันที 20 ธันวาคม 2557


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

ขอบคุณ ดร.ริชาร์ด ไชสมมอน
โดย
http://www.konthaiuk.com/home.php
http://www.khonthaiuk.info/home.php
http://www.khonthaiuk.co.uk/home.php
http://konthaiuk.eu/home.php
http://www.konthaiuk.info/home.php


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

20-12-2014>>>นอก ปท. จดทะเบียน; ใน ปท. เร่งจัดตั้ง โดย อ. หวาน





●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

เวปไซด์ คนไทยยูเค สนับสนัน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียงส่วนใหญ่ ของ ปชช เท่านั้น

 9 
 on: December 19, 2014, 11:15:12 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
                 

รายการ ชีพจรการเมือง กับ โด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ
ดำเนินรายการโดย คุณ มิดไนท์ซัน ทางเว็ป นปช.อียูสวีเดน
หัวข้อ สถานการณ์สับสน  ศึกสามก๊ก ตอน 112 กับการเดินหน้า สู่ดุลย์อำนาจการปกครองสูงสุดของ ก๊กทหาร
วันที่ 19 ธันวาคม 2557


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

ขอบคุณ นปช.อียูสวีเดน คุณ clip Thai
โดย
http://www.konthaiuk.com/home.php
http://www.khonthaiuk.info/home.php
http://www.khonthaiuk.co.uk/home.php
http://konthaiuk.eu/home.php
http://www.konthaiuk.info/home.php


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

19-12-2014>>หัวข้อ  ศึกสามก๊ก ตอน 112 กับการเดินหน้า สู่ดุลย์อำนาจการปกครองสูงสุดของ ก๊กทหาร





●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

เวปไซด์ คนไทยยูเค สนับสนัน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียงส่วนใหญ่ ของ ปชช เท่านั้น

 10 
 on: December 19, 2014, 10:04:10 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เวลา 21:00:10 น.



คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12



บรรยากาศการเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย ที่คึกคักและสุขสมหวังได้กลับคืนมาอีกครั้งหลังจากห่างหายไปยาวนาน ต้องนับว่าทีมชาติไทยชุดปัจจุบันอันมี "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นผู้ควบคุมทีมนี่แหละ สามารถปลุกบรรยากาศเช่นนี้ให้เกิดขึ้นได้อีกครั้ง

หลังจากที่หลายปีมาแล้ว ทีมบอลชาติไทยอยู่ในช่วงไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย

ทุ่มเทจ้างโค้ชต่างชาติก็แล้ว เสียเงินเสียทองไปก็มากมาย

แฟนบอลไทยเชียร์ไปก็บ่นกันไป ก่อนจะลงท้ายด้วยความรู้สึกผิดหวัง

จนกระทั่งเมื่ออดีตศูนย์หน้าฮีโร่ "ซิโก้" เข้ามาคุมทีมชาติชุดซีเกมส์เมื่อปลายปีที่แล้ว และสามารถทำได้ คว้าเหรียญทอง คว้าแชมป์ซีเกมส์ ที่ไทยเคยครองความเป็นเจ้าแต่ในยุคหลังก็เศร้ามาตลอดนับสิบปี

แชมป์ซีเกมส์ ภายใต้การคุมทีมของซิโก้ ได้ทำให้คนไทยเริ่มมีความหวังในเกมกีฬาฟุตบอลระดับชาติของเรา

จากนั้นซิโกได้ก้าวขึ้นคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ แล้ววันนี้ซิโก้และเหล่านักบอลก็ทำได้สำเร็จเกือบจะที่สุดแล้ว ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014"

สกอร์ 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ นัดแรก ก็เหมือนได้ถ้วยมาครองครึ่งใบแล้ว

วันเสาร์นี้ไทยเราตุนความได้เปรียบเหนือกว่ามาเลเซียอย่างมากโข

โอกาสจะประกาศความเป็นเจ้าบอลอาเซียนใกล้แค่เอื้อมจริงๆ

ไม่เพียงผลการแข่งขันที่สดสวยอย่างมาก แต่พัฒนาการในเกมการเล่นที่เก่งกาจเหนือชั้นในเกมนัดชิงนัดแรก

บรรดาคอบอลถึงกับหลุดปากว่า "บาร์ซ่า" สะท้อนถึงลีลาขั้นเทพของทีมชาติไทยในนัดดังกล่าวจริงๆ

แต่ต้องยอมรับว่า ในนัดที่สองเรามีด้านที่เสียเปรียบ เมื่อเราต้องเป็นฝ่ายไปเยือน ไปเล่นในบ้านของมาเลเซีย

ความชินกับสนาม แรงกดดันด้านเสียงเชียร์ ย่อมมีส่วนไม่น้อย

เชื่อว่าซิโก้จะต้องปรับแทคติคในการเล่น เพื่อตั้งรับกับปัจจัยเหล่านี้ และเพื่อทำให้ความได้เปรียบที่มีอยู่ 2 เม็ด เป็นประโยชน์จนทำให้เราได้แชมป์ไปในที่สุด

ความสุขสุดยอดของแฟนบอลชาวไทยและคนไทยทั้งชาติ น่าจะเกิดขึ้นได้ไม่ยากในวันเสาร์นี้

แน่นอนว่า เกมกีฬาและโดยเฉพาะทีมบอลชาติไทยในวันนี้ ได้ปลุกกระแสความภาคภูมิใจในชาติ เป็นอารมณ์ชาตินิยมที่แผ่กว้างไปทั่ว

แต่เป็นชาตินิยม ที่อยู่บนพื้นฐานการแข่งขันซึ่งมีกรอบกติกา และให้ทุกคนซึมซับการรู้แพ้รู้ชนะ

หลายปีมาแล้วทีมบอลไทยไม่ประสบความสำเร็จ นั่นคือการรู้แพ้

ขณะที่สมาคมฟุตบอลก็ต้องถือเป็นบทเรียนและปรับปรุงแก้ไขเพื่อเอาชัยชนะกลับมาให้ได้

ในเกมต่อไป ในวาระต่อไป จะปีหน้า อีก 2 ปี หรืออีก 4 ปี ก็ต้องรอคอย

แฟนบอลไทยก็เชียร์กันไป ผิดหวังมาหลายปีแล้ว แต่ต้องยอมรับผลการแข่งขัน

ไม่ใช่พอเห็นว่าจะแพ้ก็ปลุกกองเชียร์ให้ลงไปชัตดาวน์สนามไม่ยอมให้แข่งกันได้อีก อย่างนั้นไม่มีในเกมกีฬาที่มากด้วย "น้ำใจนักกีฬา" และความเป็นสุภาพบุรุษ

อีกทั้งเป็นอารมณ์ชาตินิยมที่อยู่บนพื้นฐานความสุข หรือถ้าเศร้าเสียใจก็ก้มหน้ายอมรับได้

ไม่ใช่ชาตินิยมที่จะนำไปสู่หายนะ

 

 

(ที่มา:มติชนรายวัน 19 ธ.ค.2557)

Pages: [1] 2 3 ... 10