Pages: [1] 2 3 ... 10
 1 
 on: Today at 03:29:56 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


รายการ "ยืนเด่นโดยท้าทาย"
ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557
คืนนี้ 19.30 น. เริ่มถ่ายทอดสด
รายการ "ยืนเด่นโดยท้าทาย" โดยโตโต้ จ่านิว และเดฟฟี่

ประเด็นประจำวันนี้
-“ประยุทธ์” เตือนกลุ่มต่อต้านให้หยุดเคลื่อนไหว-ขอคนร­วยสละสิทธิ์ 30 บาทช่วยคนจน
-ใบปลิวว่อน ม.เชียงใหม่ ประท้วงมหาวิทยาลัย
-การคุกคามและจำกัดสิทธิเสรีภาพในมหาวิทยา­ลัยหลังรัฐประหาร
-iLaw: คดีมาตรา 112 กำลังถูกเข็นให้ไปขึ้นศาลทหาร
-กลุ่มขาหุ้นปฎิรูปพลังงานถูกตำรวจจับขณะก­ำลังเดินเรียกร้อง
-ใบปลิวแปะทั่ว ม.สารคาม โจมตี คสช.
-วรวุฒิ นิสิต ม.สารคาม โดนจดหมายขู่ฆ่าหลังไม่ไปรายงานตัวเพราะเก­รงว่าจะไม่ปลอดภัย
-ป้ายโจมตีสมคิดที่ธรรมศาสตร์ยังไม่หยุด

#########

จัดทำโดย ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห­่งประเทศไทย (ศนปท.)

##########

ร่วมสมทบทุนช่วยเหลือนักแสดง “เจ้าสาวหมาป่า”
เหยื่อล่าสุดของ ม.112

เลขบัญชี 982-6-27007-5
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อ นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว

#################


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

ขอบคุณกลุ่มธรรมศาสตร์เสรี เพื่อประชาธิปไตย
โดย
http://www.konthaiuk.com/home.php
http://www.khonthaiuk.info/home.php
http://www.khonthaiuk.co.uk/home.php
http://konthaiuk.eu/home.php
http://www.konthaiuk.info/home.php


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

24-08-2014>>ยืนเด่นโดยท้าทาย -จัดทำโดย ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห­่งประเทศไทย (ศนปท.)






●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

เวปไซด์ คนไทยยูเค สนับสนัน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียงส่วนใหญ่ ของ ปชช เท่านั้น

 2 
 on: Today at 02:20:31 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8677 ข่าวสดรายวัน


เปิดฉบับเต็ม-ความเห็นแย้งคดี99ศพ

คอลัมน์ รายงานพิเศษ



หมายเหตุ : กรณีศาลอาญามีคำสั่งยกฟ้อง คดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ พระสุเทพ เทือกสุบรรณ ฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จากการออกคำสั่งขอคืนพื้นที่การชุมนุม นปช.ปี 2553 หรือคดี 99 ศพ



ศาลพิพากษาจำเลยออกคำสั่งในฐานะ นายกฯ รองนายกฯ และผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ราชการ คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลอาญาไม่มีอำนาจรับคำฟ้อง



นายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญา มีความเห็นแย้งไว้ในสำนวน ดังนี้



ก่อนฟ้องคดีนี้ได้มีการขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ศาลอาญามีคำสั่งว่าผู้ตายถูกกระสุนปืนความเร็วสูงของเจ้าหน้าที่ทหาร หรือกระสุนปืนยิงมาจากฝั่งของเจ้าพนักงาน



ซึ่งศาลก็ได้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการเพื่อส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป ตาม ป.อาญา มาตรา 150 วรรค 10



เมื่อศาลชี้ขาดว่าเจ้าพนักงานเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงหรือยิงมาจากเจ้าพนักงาน พนักงานอัยการมีหน้าที่ต้องส่งสำนวนการไต่สวนให้แก่พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป เพื่อสอบสวนหา ผู้กระทำผิด



ซึ่งกรณีดังกล่าวอัยการส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็น ผู้สอบสวนตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547



ต่อมา พนักงานดีเอสไอได้เสนอความเห็นสมควรสั่งฟ้องจำเลยทั้งสองแล้ว โดยอัยการสูงสุดสั่งฟ้องจำเลยทั้ง 2 ตาม ป.วิอาญา มาตรา 143 ที่ระบุว่า ?คดีฆาตกรรม? ซึ่งผู้ตายถูกเจ้าพนักงานที่อ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ฆ่าตาย



อธิบดีกรมอัยการมีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง คดีนี้อัยการสูงสุดจึงสั่งฟ้องจำเลยทั้งสองข้อหาฆาตกรรม ตาม ป.อาญา 288 ประกอบมาตรา 84 สืบเนื่องจากการไต่สวนชันสูตรพลิกศพดังกล่าว



โจทก์จึงยื่นฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรับโทษฐานเป็นผู้ก่อ หรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ข้อหาฆ่าคนตายตาม ป.อาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83, 84 ไม่ใช่ขอให้ลงโทษในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ



แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องในตอนแรกว่าจำเลย ทั้งสองเป็นเจ้าพนักงาน แต่ก็เป็นเพียงคำบรรยายเพื่อให้ปรากฏที่มาของการใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดเท่านั้น



การที่เจ้าพนักงานใช้อาวุธสงครามยิงผู้ตาย ย่อมเป็นการกระทำนอกเหนือตำแหน่งหน้าที่ราชการของจำเลยทั้งสอง โดยคำฟ้องระบุว่าจำเลยที่ 2 มีคำสั่งอนุมัติใช้อาวุธและกระสุนจริง รวมทั้งพลแม่นปืนปฏิบัติหน้าที่



จำเลยทั้งสองมีเจตนาเล็งเห็นผลว่าเจ้าพนักงานจะใช้อาวุธสงครามยิงประชาชนได้ จึงเป็นเรื่องการกระทำนอกเหนือตำแหน่งราชการ เป็นการก่อหรือใช้ให้เจ้าพนักงานกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ส่วนพยานหลักฐานจะรับฟังได้หรือไม่เพียงใดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง



นอกจากนี้ ความผิดฐานก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่าคนตายตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 84 ต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี



แต่คดีที่ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนนั้น เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ



ดังนั้น ความผิดที่โจทก์ฟ้อง ฐานใช้หรือก่อให้ฆ่าผู้อื่น จึงเป็นบทหนัก โทษสูงกว่าความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการอย่างมาก



พ.ร.บ.ว่าด้วยป.ป.ช. มาตรา 66 จึงได้บัญญัติให้ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น ไม่ได้มุ่งหวังให้ดำเนินการไต่สวนความผิดฐานอื่น



โดยเฉพาะความผิดฐานฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นความผิดร้ายแรง ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เนื่องจากเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ที่พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการต้องดำเนินการตาม ป.วิอาญา อยู่แล้ว



แม้ป.ป.ช.จะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่องค์กรศาล ไม่มีอำนาจชี้ขาดหรือพิพากษาลงโทษผู้ใดได้ เพียงแต่ให้อำนาจตามมาตรา 66 ในการใช้ดุลพินิจว่าสมควรไต่สวนหรือไม่เท่านั้น



ซึ่งความผิดฐานฆ่าผู้อื่นดังกล่าวก็สืบเนื่องมาจากการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ แล้วฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าเจ้าพนักงานเป็นผู้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงผู้ตายโดยจำเลยทั้ง 2 เป็นผู้ก่อ หรือใช้ให้กระทำความผิด จึงเป็นความผิดคนละฐานและแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง



หากป.ป.ช.เห็นว่าความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการไม่มีมูล ก็ย่อมทำให้ความผิดฐานก่อหรือใช้ให้ฆ่าผู้อื่นยุติไปด้วย หากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับป.ป.ช.ทำหน้าที่ศาลในเวลาเดียวกันด้วย ซึ่งไม่ใช่ความมุ่งหมายของกฎหมายป.ป.ช. มาตรา 66



นอกจากนั้น ยังเป็นการตัดสิทธิผู้เสียหายซึ่งเป็นญาติผู้ตาย ตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรค 10 อีกด้วย หากอำนาจชี้ขาดไปอยู่ที่ป.ป.ช. ตามคำพิพากษาขององค์คณะที่วินิจฉัยมาย่อมเป็นการตัดสิทธิของผู้เสียหาย จะเป็นการแปลความกฎหมายที่ปราศจากความยุติธรรมและขัดต่อหลักกฎหมาย



เมื่อจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด ก็ควรเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้คดีถึงที่สิ้นสุด เพื่อให้ยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายตัดสิทธิฟ้องของโจทก์และผู้เสียหายเช่นนี้



นอกจากนั้น แม้การกระทำดังกล่าวจะเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว ระหว่างความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และข้อหาก่อหรือใช้ให้ฆ่าผู้อื่น แต่ก็ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้ความผิดกรรมเดียว ซึ่งเป็นบทเบา ระงับแล้วมีผลให้ความผิดบทหนักต้องระงับหรือยุติไปด้วย



และปัจจุบันคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการยังอยู่ในระหว่างการไต่สวนของป.ป.ช. โดยยังไม่มีคำสั่งทางใดทางหนึ่ง หากผลการไต่สวนได้ข้อยุติว่าไม่มีมูล ย่อมมีผลเฉพาะข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่านั้น ไม่มีผลต่อความผิดฐานก่อหรือใช้ให้ฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นความผิดที่โจทก์ฟ้องนี้แต่อย่างใด



แต่หากป.ป.ช.มีมติว่าข้อกล่าวหานั้นมีมูล ตามมาตรา 66 กระทั่งมีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา 70 แล้ว ศาลก็จะรับฟ้องไว้เฉพาะข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่านั้น ศาลอาญายังคงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาความผิดฐานก่อหรือใช้ให้ฆ่าผู้อื่นต่อไป



แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าการกระทำเป็นความผิดกรรมเดียวกัน เป็นเรื่องที่ศาล โจทก์ และจำเลยทั้งสองจะแถลงต่อศาลว่าเป็นการกระทำผิดกรรมเดียว สมควรรวมการพิจารณาเข้าด้วยกัน ซึ่งศาลฎีกาเป็นศาลสูงสุดมีอำนาจสั่งให้โอนสำนวนมาพิจารณาหรือมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งได้อยู่แล้ว จึงไม่ใช่กรณีที่ศาลทั้งสองมีอำนาจขัดแย้งกัน



ดังนั้น เมื่อป.ป.ช.ยังไม่ชี้มูลก็ไม่มีเหตุที่จะ คาดการณ์ล่วงหน้า แล้ววินิจฉัยว่าศาลอาญาไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ โดยยกอำนาจ เด็ดขาดของศาลไปให้ป.ป.ช.ชี้ขาดเสียเอง



จึงมีความเห็นแย้งว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวนดีเอสไอที่สืบเนื่องมาจากการไต่สวนชันสูตรพลิกศพตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 ต่อมาอัยการสูงสุดได้มีความเห็นสั่งฟ้องต่อจำเลยทั้งสองต่อศาลอาญาในความผิดดังกล่าวนั้นถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นอำนาจของศาลอาญาที่จะพิจารณาพิพากษาคดีดังกล่าวได้



จึงไม่เห็นชอบต่อคำพิพากษาดังกล่าว แต่ เห็นควรว่าศาลอาญามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ และญาติผู้ตายที่เป็นผู้เสียหายมีสิทธิ เข้าเป็นโจทก์ร่วม แล้วให้ดำเนินกระบวนการพิจารณาพิพากษาต่อไป

 3 
 on: August 30, 2014, 02:21:31 PM 
Started by MaysaaNitto - Last post by MaysaaNitto


30 สิงหาคม 2557 น.พ.สลักธรรม โตจิราการ ในฐานะพยานในการชันสูตรของครอบครัวนายสุรริช ชัยมงคล ซึ่งเสียชีวิตที่โรงพยาบาลรชฑัณเมื่อวันที่ 28 ส.ค. กล่าวหลังร่วมชันสูตรกับเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลตำรวจว่า นายสุรกริชน่าจะเสียชีวิตจาก กระเพาะอาหารอักเสบ หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด เบื้องต้นไม่พบเลือดออกในช่องท้อง
 
สลักธรรมให้ข้อสังเกตว่าเหตุการเสียชีวิตของนายสุรกริชอาจเกิดจากกระเพาะอาหารอักเสบอาจเกิดจากการติดเชื้อในเส้นเลือดหรืออาจการได้รับสารพิษ หรือสาเหตุยิบย่อยต่างๆ ต้องรอการชันสูตร แต่ยืนยันว่า ในการชันสูตรวันนี้ไม่มีเลือดออกในช่องท้อง หรือตับ 
 
ส่วนเรื่องรอยช้ำบริเวณลำตัว สลักธรรมชี้แจงว่ายังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดก่อนหรือหลังการเสียชีวิต ซึ่งเมื่อผู้เสียชีวิตมีอาการเกล็ดเลือดต่ำก็อาจเกิดรอยช้ำบริเวณผิวหนังได้
 
ส่วนที่สมองนั้น เบื้องต้นไม่พบเลือดออกในสมอง แต่ยังต้องใช้เวลาประมาณ 2สัปดาห์ในการติดตามผลการชันสูตรโดยละเอียดจากการตรวจเนื้อเยื่อสมอง 
 
เมื่อทนายสอบถามไปยังห้องบริการประชาชน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าต้องใช้เวลาตรวจผลชิ้นส่วนในร่างกาย 45 วันไม่รวมเสาร์อาทิตย์
นายสุรกริช ซึ่งเป็นผู้ต้องหายิง นายสุทิน ธนาทิน แกนนำ กปท. เสียชีวิต (รายละเอียด) ได้เสียชีวิตระหว่างถูกฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ในขณะที่กรมราชทัณฑ์เปิดเผยว่า สุรกริชเสียชีวิตเพราะโรคประจำตัว หากแต่มารดาของนายสุรกริชยืนยันว่า ลูกชายของตนสุขภาพดี และเชื่อว่าน่าจะถูกซ้อมจนตายมากกว่า
 
นางอารีย์ ชัยมงคล มารดาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันที่ 8 ก.ค 57 ทหารหนึ่งกองร้อยได้บุกมาที่บ้าน และจับกุมลูกชายของตน โดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก หลังการจับกุม นายสุรกริชถูกนำไปควบคุมตัว สน.บางนา 1 คืน ต่อมาถูกย้ายควบคุมที่ศาลพระโขนง 1 คืน  และถูกนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ 
 
นางอารีย์กล่าวว่า เมื่อแรกเข้าไปในเรือนจำ นายสุรกริชถูกจองจำอยู่ที่แดนหนึ่ง และได้รับการดูแลจากนักโทษการเมืองเสื้อแดงอื่นๆ เช่น  ทอม ดันดี และ เจ๋ง ดอกจิก ในช่วงแรกของการเข้าเยี่ยม พบว่าลูกชายดูมีกำลังใจดี ร่างกายแข็งแรง ซึ่งตนนั้นได้เข้าไปเยี่ยมในช่วงแรกอาทิตย์ละ2ครั้ง
 
ต่อมาเมื่อ2อาทิตย์ทีผ่านมา เรือนจำได้ย้ายนายสุรกริช ไปอยู่แดนสี่ โดยไม่ให้เหตุผล โดยในการเข้าเยี่ยมครั้งสุดท้าย คือเมื่อวันที่ 21 ส.ค 57 นายสุรกริชบอกกับมารดาว่า อยู่ที่แดนสี่นั้น “คงไม่รอด ตายแน่”  เพราะโดนซ้อมในมุมมืดของเรือนจำ จึงไม่สามารถระบุว่าใครเป็นผู้ซ้อม ได้ยินแต่เสียงว่า “ใครเป็นเสื้อแดงจะฆ่าให้หมด”
 
มารดาของเขาสังเกตว่า เมื่อย้ายมาอยู่แดนสี่ เขายังดูร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ยกเว้นแต่ร่องรอยการถูกซ้อมบ้าง และสภาพที่ดูผอมไปบ้างเล็กน้อย ซึ่งทุกครั้งที่ตนไปเยี่ยม จะฝากเงินและอาหาร ให้ตลอด  

http://prachatai.org/journal/2014/08/55301?utm_source=twitterfeed&utm_medium=twitter&utm_campaign=Feed%3A+prachatai+%28ประชาไท+Prachatai.com%29

 4 
 on: August 30, 2014, 10:16:58 AM 
Started by MaysaaNitto - Last post by MaysaaNitto
วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม 2557 เสวนาวิชาการ เพราะ ธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน


 5 
 on: August 30, 2014, 02:31:14 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8676 ข่าวสดรายวัน


จับตา"ปปช."

ทิ้งหมัดเข้ามุม
สมิงสามผลัด



หลังศาลอาญามีคำสั่งยกฟ้องคดีที่อัยการยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และอดีตผอ.ศอฉ. โทษฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา



จากกรณีออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุมนปช.ปี 2553



โดยศาลอาญาระบุว่า เรื่องที่โจทก์กล่าวหาจำเลยในฐานะนายกฯ รอง นายกฯ และผอ.ศอฉ. ซึ่งเป็นความผิดตามอำนาจหน้าที่ราชการ และเป็นการออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง



หาใช่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลอาญาไม่



ตรงนี้เท่ากับว่า หากการอุทธรณ์ไม่สำเร็จ จากนี้คดีการสลายม็อบแดง 99 ศพ จะย้ายไปอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)



ป.ป.ช.จะมีหน้าที่ไต่สวนมูลฟ้องตามข้อกล่าวหา และหากพบว่ามีมูลความผิดจริงก็ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นผู้พิจารณาความผิด



ในเมื่อคดี 99 ศพถูกโอนไปให้ป.ป.ช. ไต่สวน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการต่อสู้ของนายอภิสิทธิ์มาตลอด



สังคมย่อมต้องโฟกัสไปที่ป.ป.ช.อีกครั้ง



โดยเฉพาะญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ต้องจับจ้องเฝ้าดูอย่างใจจดใจจ่อไปที่การทำงานของป.ป.ช. เพราะคดีนี้มีความสูญเสียถึง 99 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันราย



ขณะที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงการปฏิบัติหน้าที่ของป.ป.ช.ชุดนี้ หากจำกันได้ ป.ป.ช.เคยสอบสวนคดีที่นายอภิสิทธิ์ถูกกล่าวหาว่าทุจริตระบายข้าว



ร้องกันตั้งแต่ปี 2552 จนถึงตอนนี้ล่วงเลยไปกว่า 5 ปีแล้ว คดียังไปไม่ถึงไหน ยังไม่มีการไต่สวนที่เป็นรูปธรรมขึ้นเลย



ผิดแผกแตกต่างจากคดีอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดนร้องทุจริตจำนำข้าว ที่ป.ป.ช.สอบรวดเดียวไม่กี่เดือนก็ชี้มูลความผิดว่าปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต



ต้องหลุดจากตำแหน่งนายกฯ ทันที



นี่แหละคือเรื่อง "มาตรฐาน" ของป.ป.ช.ที่น่ากังวลแทนญาติพี่น้องผู้สูญเสียทั้ง 99 ศพ

 6 
 on: August 30, 2014, 01:57:17 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เวลา 18:28:59 น.



เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่สนามเอสซีจี เมืองทองธานี   นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ให้สัมภาษณ์ก่อนการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างทีมสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยกับทีมธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยทีมทนายความเป็นการรวบรวมลูกความซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตนักการเมืองพรรคเพื่อไทยและแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ หรือ นปช. ถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า ส่วนตัวจะไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่กำลังจะมีขึ้น ส่วนความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในขณะนี้ต่างเข้าใจในสถานการณ์ และยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

 

"ตอนนี้ทุกคนยังอยู่ในที่ตั้ง อยู่ในความสงบ เพราะแต่ละคนมีบทเรียนการต่อสู้ในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้แต่ละคนก็กลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง" นายจตุพรกล่าวและว่า ส่วนที่ถามว่ามีเงื่อนไขที่จะทำให้คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมหรือไม่นั้นยังไม่คิด ขอให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามปกติตามกติกา อีกทั้งแกนนำ นปช.ยังไม่มีการคุยกันเพราะทุกคนเข้าใจภายใต้สถานการณ์ที่มีการกดดัน


"สำหรับอนาคตของพรรคเพื่อไทยจะกลับมาลงเลือกตั้งอีกครั้งหลังเข้าสู่ภาวะปกติหรือไม่ นั้นเป็นเรื่องของอนาคต และพรรคจะต้องติดตามและเตรียมตัวให้สอดคล้องกับความรู้สึกของประชาชน" นายจตุพรกล่าว


นายจตุพรกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ศาลอาญาไม่มีอำนาจพิจารณาคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ พระสุเทพ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ในคดีสลายการชุมนุม ปี 2553 ในตอนนี้ทีมทนายความของ นปช.กำลังติดตามและหารือกันอยู่ หากมีความคืบหน้าทางคดีจะแจ้งให้ทราบต่อไป


ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1409311708

 7 
 on: August 30, 2014, 01:05:03 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


รายการ ชีพจรการเมือง กับ โด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ
ดำเนินรายการโดย คุณ มิดไนท์ซัน ทางเว็ป นปช.อียูสวีเดน
หัวข้อ ''กับ สถานะการปัจจุบัน และ ทำความเข้าใจกับการต่อสู้ ''
วันที 29 สิงหาคม 57


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

ขอบคุณนปช.อียูสวีเดน คุณ clip Thai
โดย
http://www.konthaiuk.com/home.php
http://www.khonthaiuk.info/home.php
http://www.khonthaiuk.co.uk/home.php
http://konthaiuk.eu/home.php
http://www.konthaiuk.info/home.php


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

29-08-2014>>>"โด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ " หัวข้อ ''กับ สถานะการปัจจุบัน และ ทำความเข้าใจกับการต่อสู้ ''





●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

เวปไซด์ คนไทยยูเค สนับสนัน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียงส่วนใหญ่ ของ ปชช เท่านั้น

 8 
 on: August 29, 2014, 10:57:13 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


'ผู้ต้องหายิงสุทิน' ตายปริศนาในคุก แม่สงสัยอาจโดนซ้อมเพราะเป็นเสื้อแดง

Fri, 2014-08-29 15:42

28 สิงหาคม 2557 นายสุรกริช ชัยมงคล ผู้ต้องหายิงแกนนำ กปท. เสียชีวิต ได้เสียชีวิตระหว่างถูกฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ในขณะที่กรมราชทัณฑ์เปิดเผยว่า สุรกริชเสียชีวิตเพราะโรคประจำตัว มารดาของนายสุรกริชยืนยันว่า ลูกชายของตนสุขภาพดี และเชื่อว่าน่าจะถูกซ้อมจนตายมากกว่า
 
นายสุรกริช ชัยมงคล อายุ 36 ปี เป็นผู้ต้องหาในกรณียิง นาย สุทิน ธราทิน แกนนำ กปท. เสียชีวิตที่วัดศรีเอี่ยม เมื่อวันที่ 26 ม.ค 57 (รายละเอียด) ถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่ทหารที่บ้านโดยอ้างกฎอัยการศึกในวันที่ 8 ก.ค 57 และวันที่ 29 ส.ค 57 มารดาผู้ต้องหาได้รับแจ้งการเสียชีวิต ซึ่งมูลเหตุของการเสียชีวิต ยังอยู่ในระหว่างการส่งชันสูตรศพ ซึ่งจะมีการชันสูตรศพที่โรงพยาบาลตำรวจในบ่ายวันนี้
 
นางอารีย์ ชัยมงคล มารดาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันที่ 8 ก.ค 57 ทหารหนึ่งกองร้อยได้บุกมาที่บ้าน และจับกุมลูกชายของตน โดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก หลังการจับกุม นายสุรกริชถูกนำไปควบคุมตัว สน.บางนา 1 คืน ต่อมาถูกย้ายควบคุมที่ศาลพระโขนง 1 คืน  และถูกนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ
 
นางอารีย์กล่าวว่า เมื่อแรกเข้าไปในเรือนจำ นายสุรกริชถูกจองจำอยู่ที่แดนหนึ่ง และได้รับการดูแลจากนักโทษการเมืองเสื้อแดงอื่นๆ เช่น  ทอม ดันดี และ เจ๋ง ดอกจิก ในช่วงแรกของการเข้าเยี่ยม พบว่าลูกชายดูมีกำลังใจดี ร่างกายแข็งแรง ซึ่งตนนั้นได้เข้าไปเยี่ยมในช่วงแรกอาทิตย์ละ2ครั้ง
 
ต่อมาเมื่อ2อาทิตย์ทีผ่านมา เรือนจำได้ย้ายนายสุรกริช ไปอยู่แดนสี่ โดยไม่ให้เหตุผล โดยในการเข้าเยี่ยมครั้งสุดท้าย คือเมื่อวันที่ 21 ส.ค 57 นายสุรกริชบอกกับมารดาว่า อยู่ที่แดนสี่นั้น “คงไม่รอด ตายแน่”  เพราะโดนซ้อมในมุมมืดของเรือนจำ จึงไม่สามารถระบุว่าใครเป็นผู้ซ้อม ได้ยินแต่เสียงว่า “ใครเป็นเสื้อแดงจะฆ่าให้หมด”
 
เขายังได้เล่าให้มารดาฟังอีกว่า เคยมีนักโทษการเมืองเสื้อแดงโดนซ้อมเสียชีวิต แต่ไม่ได้ระบุว่าแดนไหน
มารดาของเขาสังเกตว่า เมื่อย้ายมาอยู่แดนสี่ เขายังดูร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ยกเว้นแต่ร่องรอยการถูกซ้อมบ้าง และสภาพที่ดูผอมไปบ้างเล็กน้อย ซึ่งทุกครั้งที่ตนไปเยี่ยม จะฝากเงินและอาหาร ให้ตลอด  
 
เมื่อเช้านี้ นางอารีย์ได้รับแจ้งจากพยาบาลโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ว่า ลูกชายเสียชีวิตแล้ว จากคำบอกเล่าของ นางพยาบาล บอกว่า นายสุรกริชเสียชีวิต หลังจากถูกพาตัวมาโรงพยาบาลเพียง 10นาทีพบแผลพกช้ำที่แขนซ้าย และมีเลือดตกในช่องท้อง
 
“เราได้ยินแล้วก็ไม่อยากเชื่อว่าจะถูกซ้อมเพียงแค่วันเดียว” นางอารีย์กล่าว และว่า นายสุรกริชคงถูกซ้อมสะสมมาหลายวัน
นาง อารีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนที่จะถูกกล่าวหาในคดียิงนาย สุทิน ธราทิน เขาได้ถูกจับข้อหาพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ ซึ่งศาลจังหวัดสมุทรปราการ ตัดสินเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่ามีความผิด และให้เสียค่าปรับ 3,500 บาท ก็มีการจ่ายค่าปรับ แต่ต่อมา ตำรวจกลับกล่าวหาว่า ปืนกระบอกนั้นเป็นกระบอกเดียวกันที่ใช้ยิง นาย สุทิน ธรทิน แกนนำ กปท.เสียชีวิตที่วันศรีเอี่ยม
“ลูกเราไม่ได้ทำ รับสารภาพไม่ได้หรอก ต้องให้ความจริงปรากฎ” มารดาผู้เสียชีวิตกล่าว
 
ทั้งนี้ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ให้ข่าวกับสำนักข่าวไทยว่า ผู้ต้องหามีอาการป่วยโรคหอบหืด หายใจไม่ออก เรือนจำจึงนำตัวไปส่งที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่นายสุกริชเสียชีวิตในช่วงเย็นวันเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ต้องหามีโรคประจำตัว คือ เบาหวานและหอบหืดอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกาย

ที่มา http://prachatai.org/journal/2014/08/55291

 9 
 on: August 29, 2014, 08:19:33 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


ทูตอังกฤษ เปิดบล็อกส่วนตัว เพื่อสนับสนุนการแสดงออกในไทย

Fri, 2014-08-29 14:28
28 สิงหาคม 2557 มาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย แถลงข่าวเปิดบล็อกส่วนตัว ณ ทำเนียบทูตอังกฤษ ที่จะเขียนถึงมุมมองของตัวเองที่มีต่อประเทศไทย และความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักร และยังได้กล่าวสนับสนุนการทำงานของสื่อมวลชนในกรตรวจสอบผู้มีอำนาจ
 

บล็อกของ มาร์ค เคนท์ กับโพสต์แรกหลังจากไม่ได้บล็อกมานานถึงสี่ปี
 
“บล็อกของผมเสนอความคิดเห็นและมุมมองส่วนตัวของผม ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นความเห็นของรัฐบาลอังกฤษ ผมจะพยายามอธิบายถึงนโยบายของสหราชอาณาจักรอย่างที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเน้นที่ประเทศไทยและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสหราชอาณาจักร ผมจะเขีนถึงประเด็นต่างๆ ได้แก่ ด้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้านประชาธิปไตย ด้านหลักนิติธรรม ความเสมอภาค และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” เคนท์กล่าว
 
โดยเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรยังกล่าวอีกว่า ก่อนที่จะมาประจำที่ประเทศไทยเคยเป็นเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่ประชาชนไม่ค่อยมีเสรีภาพในการแสดงออก เขาก็ได้เปิดบล็อกลักษณะเดียวกัน
 
เคนท์ยังได้กล่าวสนับสนุนสื่อมวลชนไทย ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทในการตรวจสอบผู้ที่อยู่ในอำนาจ และเห็นว่า เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากๆ ในสังคมประชาธิปไตย  
 
โดยในโพสต์แรกของบล็อก ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 27 ส.ค. 57 เคนท์ได้เขียนแนะนำถึงความเป็นมาของตนเอง และแนะนำหัวข้อที่เขาจะพูดถึงต่อๆ ไปในบล็อก เชน ราชวงศ์อังกฤษ ประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงออก และยังเขียนด้วยว่า เขาเป็นแฟนของสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล
 
อนึ่ง การเขียนบล็อกดังกล่าว มาจากความคิดริเริ่มของเคนท์เอง
 
บล็อกของ เคนท์ สามารถเข้าดูได้ที่ http://blogs.fco.gov.uk/markkent

ที่มา http://prachatai.com/journal/2014/08/55290

 10 
 on: August 29, 2014, 08:05:58 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


*สส.สุนัย จุลพงศธร เดินสายออกพบพี่น้องคนไทยในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา(ตามภาพ)อย่างเปิดเผยโดยไม่เกรงกลัวอำนาจคสช.เพื่อชี้แจง"วิกฤติการเมืองไทยปลายรัชการ"เนื้อหาการปราศรัยสส.สุนัยได้เรียกร้องให้คนไทยเร่งจัดตั้งกันขึ้นเพื่อต่อต้านเผด็จการทหารคสช.ที่จะครองอำนาจอยู่ยาวนานและเปิดเผยความจริงที่ไม่อาจพูดได้ในประเทศไทยเพื่อไม่ให้คนไทยฝันหวานกับคำโกหกหลอกลวงของคสช.ว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชนโดยง่ายในปลายปีหน้าเพราะคสช.กำลังเตรียมการปิดประเทศตามคำสั่งลึกลับของบางคนและขอให้ติดตามสถานการในไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมการเมืองในประเทศไทยครั้งสำคัญที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้โดยคสช.จะเป็นตัวเร่งให้สถาบันต่างๆเกิดการพังทะลายเองโดยเฉพาะสถาบันตุลาการที่ง่อนแง่นอยู่เดิมแล้วจะถูกชี้นำจนประชาชนเสื่อมศรัทธาและพังทะลายรวมทั้งชี้แจงแนวทางการต่อสู้สันติวิธีด้วยการให้ผู้รักประชาธิปไตยสร้างเครือข่ายร่วมกันกับองค์การเสรีไทยให้เป็นขบวนเดียวกันทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทยโดยมีอิสระต่อกันในการปฏิบัติการแต่มีเป้าหมายเดียวกันคือสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงด้วยมือของประชาชนเองโดยมีงานรูปธรรมที่สำคัญคือการเปิดกว้างเชิญชวนให้ประชาชนทุกอาชีพและนักวิชาการร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยของประชาชนขึ้นโดยทำคู่ขนานแข่งกับสภาเผด็จการปฏิรูปของคสช.ที่จะตั้งจากพรรคพวกของตัวเองเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ*

ข่าวกอท.เสรีไทย











Pages: [1] 2 3 ... 10