Pages: [1] 2 3 ... 10
 1 
 on: February 28, 2015, 04:25:05 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เวลา 05:55:21 น.


เมื่อวันที่ 27 ก.พ. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ชูวิทย์I′mNo.5 ถึงกรณี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ สังกัดพล.ม.2 รอ. พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ รองผู้บังคับการกรมทหาร ม.1 รอ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายปฏิบัติการคณะทำงานพิเศษ คสช. โดยมีพล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ เป็น ผบ.กองกำลัง ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เตาปูน และเจ้าหน้าที่เทศกิจเขตบางซื่อ นำกำลังบุกตรวจค้นบ่อนการพนันชื่อดัง ย่านเตาปูน ชุมชนตรอกข้าวสาร แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า



    ทหารมา บ่อนหนี

    เดี๋ยวนี้บ่อนการพนันในประเทศไทย ใช้ยุทธวิธี “กองโจร” ทหารมากูหนี ทหารหยุดกูเปิด

    ต่างกับสมัยที่ผ่านมา ตอนเฉลิมคุมตำรวจ ยืนหยัดนโยบาย “หน้าด้านหน้าทน” ชูวิทย์แฉเท่าไหร่ กูก็หน้าด้านเปิดไปไม่กลัวใคร เพราะล้วนแต่เป็น “เผ่งอิ้ว” ภาษาไทยแปลว่า “พรรคพวกกันทั้งนั้น”

    ปัญหาบ่อนไม่ใช่เรื่องความเลวร้ายของอบายมุข อย่างที่บางคนดัดจริตจีบปากพูด แต่เป็นปัญหาการคอรัปชั่นที่ค้ำจุน เอื้อประโยชน์ในวงการตำรวจและนักการเมือง

    จึงเป็นเรื่องที่ทุกๆ ผบ.ตร. แม้จะเอาจริง แต่ลูกน้องร้องกระจองอแง ว่าจะให้เป็นจับกังเข็นผักหรืออย่างไร? เพราะต้องเก็บเอาไว้เป็นทุนเวลาถึงฤดูโยกย้ายตำแหน่ง

    ทำดีก็ต้องชม ไม่ใช่ค้านตะบี้ตะบัน ทหารเป็นดุลอำนาจใหม่ที่ทำให้อำนาจไม่ตกอยู่ในมือตำรวจแต่เพียงฝ่ายเดียว

    ช่วงนี้ทหารบุกไปไม่เจอคนก็ไม่แปลกเพราะทั้งบ่อนเตาปูนบ่อนกิ่งเพชรบ่อนปิ่นเกล้า บ่อนบางนา บ่อนคลองตัน เขารวมตัวกันหยุด แต่โต๊ะและอุปกรณ์เก็บอยู่ในโกดังครบครัน แค่ส่งไลน์กลุ่มแป๊บเดียวก็มากันเพียบ

    ของกำลังแรง ต้องปิดไปก่อน รอวันหน้าฟ้าใหม่ไฟเขียว ค่อยออกมาครื้นเครงกันอีก




 2 
 on: February 28, 2015, 04:04:25 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
มาเต็ม! "จาตุรนต์" ซัด รธน.ปชต.ครึ่งใบ ส.ว.ลากตั้งอำนาจล้นฟ้า วางนายกฯคนนอก วิกฤต!



วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เวลา 15:00:21 น.



“จาตุรนต์” ซัดร่างรธน.ประชาธิปไตยครึ่งใบ ให้อำนาจส.ว.ลากตั้งล้นฟ้า จำกัดอำนาจประชาชน วางนายกฯคนนอก กุมอำนาจเบ็ดเสร็จบริหารประเทศ สืบทอดผู้มีอำนาจ  ชี้หลังเลือกตั้งวิกฤตขัดแย้งหนัก ทำชาติเสียหายอีกหลายปี



เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 200 คน มาจากกการสรรหา ขณะที่นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอกได้ไม่จะเป็นต้องเป็นส.ส.ว่า ร่างรัฐธรรมนูญตามที่ยกร่างมาถึงวันนี้ จะเป็นการสร้างวิกฤติทางการเมืองมากขึ้นกว่าเดิม การเลือกตั้งมีก็จะเหมือนไม่มี คือไม่มีความหมาย ประชาชนได้ไปเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถเลือกผู้บริหารประเทศได้ ในที่สุดจะได้รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ได้จากความต้องการประชาชน และประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ การที่เขียนด้วยคนนอกเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ไม่ใช่ เผื่อไว้วิกฤต แต่เขียนไว้แบบนี้เท่ากับบอกว่าคนนอกเท่านั้นที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะถ้าผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง ถ้าตั้งรัฐบาลได้ในช่วงแรกก็จะถูกถอดถอนโดยส.ว.ลากตั้ง ซึ่งรวมเสียงฝ่ายค้านอีกไม่เท่าไร สามารถถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีได

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เพราะฉะนั้นผู้ที่กำหนดความเป็นมาเป็นไปของรัฐบาลก็คือ ส.ว.ลากตั้ง ซึ่งจะมีอำนาจล้นฟ้า เมื่อมีการเลือกตั้งขึ้นมาในที่สุด นักการเมืองจำนวนมากก็จะเรียนรู้ว่า ผู้ที่มีอำนาจที่แท้จริงคือ ส.ว.แล้วก็ต้องดูว่าวุฒิสภาจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี การเมืองก็กลับไปเหมือน 30 ปีก่อน คือเป็นการเมืองแบบประชาธิปไตยครึ่งใบ แต่ว่ายังจะเลวร้ายกว่านั้น ยังมีองค์กรอิสระ สภาคุณธรรม จริยธรรม  และกลไกอื่นๆอื่นมากำกับ มาจัดการรัฐบาลที่มาจาการเลือกตั้ง ก็เท่ากับเป็นการผสมความไม่เป็นประชาธิปไตย ระหว่างรัฐธรรมนูญปี 2521 กับรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งจะเป็นรัฐธรรมนูญไม่มีความเป็นประชาธิปไตย วางกลไกขั้นตอนต่างๆในการที่จะทำให้ประชาชนไม่มีอำนาจ ไม่มีสิทธิ ไม่มีเสียงใดๆ

“ถ้ารัฐธรรมนูญเป็นอย่างนี้จะเกิดวิกฤตหลังเลือกตั้งไม่นาน เมื่อประชาชนพบว่าเลือกตั้งไปแล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลย วิกฤติของประเทศจะรุนแรงมากย่ิงขึ้น เมื่อสังคมพบว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย และแก้ไขไม่ได้ด้วย เนื่องจากการร่างรัฐธรรมนูญนี้เขียนป้องกันไว้ไม่ให้มีการแก้ไข ทั้งโดยการให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาก่อน และต้องเป็นประชามติเสียก่อน เป็นการกันไม่ให้ผู้ที่เคยเป็นรัฐบาลกลับมาเป็นรัฐบาล ต่อมาเหมือนมีเจตนาต้องการมากกว่านั้น การจำกัดบทบทผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง พรรคการเมือง และต่อมาเกินเลยถึงขั้นที่จำกัดอำนาจของประชาชนทั้งหมด สร้างการปกครองที่ผู้ที่ไม่มาจากการเลือกตั้ง องค์กรที่ไม่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการปกครองประเทศ จุดประสงค์นี้ต้องการสร้างระบบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และให้ใช้ไปอีกนาน”นายจาตุรนต์ กล่าว

เมื่อถามว่า วิกฤติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหลังเลือกตั้ง ที่ว่าคืออะไร นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ถ้าให้ประเมินตอนนี้ ถ้ารัฐธรรมนูญแบบนี้ออกมาใช้ได้ ความขัดแย้ง และความไม่พอใจอาจจะไม่รุนแรงในทันที ในขั้นต้นจะเกิดความไม่พอใจในระดับหนึ่งก่อน ประชาชนพบว่าการเลือกตั้งไม่มีความหมาย ประชาชนไม่มีสิทธิเลือกผู้บริหารประเทศได้จริบง ความขัดแย้งมากขึ้นจนมีวิกฤติคือเมื่อบริหารประเทศไทย แล้วมีรัฐบาลไม่ฟังเสียงประชาชน และเป็นรัฐบาลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกลุ่มบุคคลที่มาจากการลากตั้ง และการบริหารประเทศไม่เป็นประโยชน์ กับประชาชน สร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง ถึงเวลานั้นความขัดแย้ง ความไม่พอใจจะรุนแรงมากขึ้น แต่ถ้าปล่อยให้ไปบ้านเมืองไปสู่จุดนั้น หมายความว่าจะต้องผ่านความเสียหายไปอีกหลายปี ก่อนที่จะไปสู่ความเสียหายที่ใหญ่หลวงกว่านั้น

นายจาตุรนต์ กล่าวว่าเขียนรัฐธรรมนูญกันอย่างนี้ ไม่รู้เอาประชาชนไปไว้ที่ไหน การเลือกตั้งก็ไม่มีความหมาย มีแต่นำสู่จุดที่มีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก โดยเจตนาต้องการให้เกิดรัฐบาลที่วุฒิสภา องค์กรอิสระสามารถกำกับควบคุมได้ แต่เขาไม่ได้เขียนให้เป็นอย่างนั้นในทันที ฝ่ายนักการเมืองก็จะเรียนรู้ว่ารัฐบาลที่ไม่ได้รับการสนับสนุนคำจุนด้วยวุฒิสภาและองค์กรอิสระ รัฐบาลนั้นก็ไม่มีทางดำรงอยู่ได้ ในที่สุดก็เกิดการยินยอมจับมือกัน ระหว่างนักการเมืองกับส.ว.ลากตั้ง เท่ากับเป็นรัฐบาลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ที่ไม่มาจากการเลือกตั้ง สืบทอดจากผู้มีอำนาจในปัจจุบันนั้นเอง

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแบบนี้ได้ทำลายการแบ่งแยกอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ไปหมดแล้ว คือองค์กรอิสระไม่รู้อยู่ตรงไหนอำนาจอธิปไตยทั้งสาม ขณะที่ส.ว.มีอำนาจล้นฟ้า ตามปกติถือว่าเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่มาจากการลากตั้งแล้วยังมีอำนาจออกกฎหมายเอง และสามารถให้คุณให้โทษฝ่ายบริหารได้ด้วย เท่ากับเป็นการทำลายการแบ่งแยกอำนาจซึ่งเป็นหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

 3 
 on: February 28, 2015, 11:59:20 AM 
Started by MaysaaNitto - Last post by MaysaaNitto
วันนี้ (27 ก.พ.2558) นายวรเจตน์กล่าวในเวทีเสวนาทางวิชาการเรื่อง "การปฏิรูป เพื่อความงาม ความเจริญ และความเป็นธรรม" ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีว่า การออกแบบรัฐธรรมนูญจะต้องหาหลักการที่เป็นคุณค่าร่วมกันก่อน ไม่ใช่ออกแบบโดยมีวัตถุประสงค์บางอย่างแฝงเร้นอยู่"

"ต้องถามว่าเราต้องการอะไร และเครื่องมือนั้นนำเราไปสู่เป้าหมายนั้นหรือเปล่า รัฐธรรมนูญที่ดีต้องเกิดขึ้นบนหลักการพื้นฐานที่ยอมรับร่วมกันได้ เช่น ความเป็นประชาธิปไตย แต่ปัญหาที่เห็นในเวลานี้คือ กระบวนการออกแบบรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นไปตามนี้" นายวรเจตน์กล่าวในเวทีเสวนา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เขาพูดในที่สาธารณะหลังจากถูกตั้งข้อ หาและได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเพราะไม่ยอมไปรายงานตัวตามคำสั่งของคสช.

นายวรเจตน์วิเคราะห์รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นรัฐธรรมนูญที่มีโครงสร้าง 3 ระดับ
-ระดับล่างสุด คือ อำนาจที่มาจากประชาชนผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นอำนาจที่มีอยู่น้อยที่สุด ส่งผลให้รัฐบาลไม่ค่อยมีเสถียรภาพมากนัก
-ระดับที่สอง คือ อำนาจขององค์กรอิสระและองค์กรตุลาการที่จะคุมฝ่ายการเมือง ซึ่งมีโอกาสที่ก้าวล่วงเข้ามาคุมนโยบายและความเหมาะสมในการตัดสินใจของฝ่าย การเมือง ซึ่งถือว่าเป็นการขี่อำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะจริงๆ แล้วควรเป็นประชาชนที่คุมการทำงานของฝ่ายการเมือง
-ระดับที่สาม คือ อำนาจระดับบนสุดที่ขณะนี้ยังมองไม่เห็นว่าเป็นอย่างไร เพราะอำนาจนี้จะมีการระบุไว้ในบทเฉพาะกาล หรือไม่ก็เป็นอำนาจที่ใช้ในยามวิกฤตซึ่งเปิดทางให้กลไกกุมอำนาจในความเป็น จริง แปลงร่างเป็นองค์กรในระดับรัฐธรรมนูญเพื่อใช้รัฐธรรมนูญนี้ต่อไป

นายวรเจตน์กล่าวว่าตนไม่อยากเห็นรัฐธรรมนูญออกมาในรูปแบบนี้ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ความขัดแย้งดำรงอยู่ต่อไป และได้หยิบยกประเด็นที่เขาเห็นว่าเป็นปัญหาของร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ เช่น การระบุว่าสมาชิวุฒิสภาไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นการย้อนยุคกลับไปในทศวรรษที่ 2520 และการที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง

นายวรเจตน์อธิบายว่า จริงอยู่ว่ารัฐธรรมนูญในประเทศอื่นๆ ไม่มีการระบุว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง เพราะประเทศเหล่านั้นมีจารีตธรรมเนียมปฏิบัติว่านายกฯ ต้องแต่งตั้งโดยสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นถึงแม้จะไม่เขียนไว้ชัดเจน ก็ไม่มีการคิดถึงนายกฯ คนนอกหรือคนที่ไม่ผ่านการเลือกตั้งมาเป็นผู้นำสูงสุดทางบริหาร แต่สำหรับประเทศไทย หากไม่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญก็มีโอกาสที่มีนายกฯ คนนอก

 4 
 on: February 28, 2015, 11:56:54 AM 
Started by MaysaaNitto - Last post by MaysaaNitto


คลิป เสวนาวิชาการ "การปฏิรูป เพื่อความงาม ความเจริญ และความเป็นธรรม"
วิทยากรโดย ศ.ดร.สมบัติ จันทรวงศ์ l รศ.ม.ร.ว.พฤทธิสาณ ชุมพล l รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ l ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช l คุณอธึกกิต แสวงสุข (ใบตองแห้ง)
วันศุกร์ที่ 27 ก.พ. 2558 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

ขอบคุณ: PITVFANPAGE
โดย
http://www.konthaiuk.com/home.php
http://www.khonthaiuk.info/home.php
http://www.khonthaiuk.co.uk/home.php
http://konthaiuk.eu/home.php
http://www.konthaiuk.info/home.php


♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

27-02-2015 >>เสวนาอุบล"การปฏิรูปเพื่อความงามความเจริญและความเป็นธรรม"( อ.วรเจตน์)





♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

เวปไซด์ คนไทยยูเค สนับสนุน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียงส่วนใหญ่ ของ ปชช เท่านั้น

 5 
 on: February 28, 2015, 09:40:42 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เวลา 21:44:02 น.



สัมภาษณ์พิเศษ โดยอนุชา ทองเติม


ณสถานการณ์ประชาธิปไตยไม่ปกติเช่นนี้ "ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กำลังเฝ้ามองสภาพแวดล้อมอย่างใจจดใจจ่อ

ต่อไปนี้คือบทสนทนาของเขา

: มองปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง

ผมประเมินมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า กระบวนการทำลายล้าง 3 ส่วน ต้องเดินให้บรรลุเป้าหมาย คือต้องกำจัดคนในตระกูลชินวัตร พรรคเพื่อไทย (พท.) รวมถึง นปช. และบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่า คุณยิ่งลักษณ์ (ชินวัตร อดีตนายกฯ) จะถูกถอดถอน และจะถูกดำเนินคดีทางอาญาด้วย เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 35 ใน (4) ไม่ว่าจะเป็นบ้านเลขที่ 111, 109 ต่างถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ดังนั้น จึงเหลือเพียงคุณยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย และ นปช. จึงต้องเอาให้เกลี้ยง

เริ่มจากการวางบิลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นหนังสือเตือนก่อนลงมือ 2 วัน จากนั้นจึงเอาหนังสือเตือนทั้งครั้งแรกและครั้งที่สองเป็นตัวเดินเรื่องและเข้ามาเป็นหลักฐาน แล้วเอาการอภิปรายโดยพยานต่างเลือกปฏิบัติ เอาชาวนามาก็เป็นพวกประเภทเป่านกหวีด ขณะที่การคัดเลือก สนช. ซึ่งมีกลุ่ม 40 ส.ว. อยู่ด้วยและมีความเจนจัดในสภา แต่ลำพังน้ำหน้าอย่างกลุ่ม 40 ส.ว. ไม่มีปัญญาหรอกถ้าไม่มีใครไปให้ท้าย แต่เราไม่ยอมรับอยู่แล้ว

: หากนี่คือการลงดาบ ดาบเล่มต่อไปสำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คืออะไร

คุณยิ่งลักษณ์มีประมาณ 15 เรื่อง เกี่ยวกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) 2 ชุด ใน ครม.ยิ่งลักษณ์ 1 จะเป็นเรื่องการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และเข้าใจว่า ครม. จะโดนทั้งคณะ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้าน ซึ่งเหมารวม ส.ส. ทั้งพรรคเพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พลังชล น่าจะเกลี้ยงหมด

: หากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความผิด คิดว่าควรหาทางออกอย่างไร

15 คดีที่ตั้งมาก็เพื่อให้หนี มากกว่าต้องการดำเนินคดี การต่อสู้เท่านั้นที่เป็นหนทางรอด การยอมจำนนเป็นทางนำไปสู่ความตาย วันนี้คุณยิ่งลักษณ์มีภูมิต้านทานจากประชาชน พฤติกรรมทั้งหมดที่คุณยิ่งลักษณ์ถูกกระทำต่างเป็นการสร้างภูมิต้านทานให้ตัวเอง การที่คุณยิ่งลักษณ์สู้คดีโดยไม่ไหวหวั่นเชื่อว่าจะสร้างพลังอย่างมหาศาล และผมไม่เชื่อว่าคุกจะสามารถขังคุณยิ่งลักษณ์ได้นาน

ดังนั้น ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ยืนหยัดก็จะมีสง่ามาก ไม่ได้แตกต่างไปจาก นางออง ซาน ซูจี ของพม่า คนไทยจะยกย่องผู้ถูกกระทำที่กล้ายืนหยัดในความถูกต้อง ประชาชนจะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก แต่หากเมื่อไหร่ที่ตัดสินใจตามแรงกดดัน ก็จะเข้าทางของเขาทันที

: อยากทราบเหตุผลที่บอกให้คนเสื้อแดงใช้ความอดทนสูงสุด

เหล่านี้ล้วนเป็นการบีบให้คนเสื้อแดงออกมา หากเราออกมา ความล้มเหลวของรัฐบาลทั้ง เศรษฐกิจ ปากท้อง การเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ได้ ก็จะบอกว่าเป็นเพราะคนเสื้อแดง ขณะนี้เราจึงไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำเหมือนเดิม เพราะฝ่ายยึดอำนาจได้เตรียมการมา 3 ปี เพื่อปฏิบัติการเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เราจึงต้องใช้ความอดทน เพราะยิ่งเร่งก็จะยิ่งช้า เราจะกลายเป็นเหยื่อ ผมไม่ห่วงว่ารัฐบาลจะเดินเลยโรดแม็ป เพราะแค่เดินตามโรดแม็ปยังยากเลย คนที่คิดอยู่นานจะอยู่สั้น คนที่คิดอยู่สั้นจะอยู่นาน

: พรรคเพื่อไทย (พท.) กำลังเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรม คิดว่าเป็นทางออกหรือทางตัน

เรื่องนี้คนเรามักปากอย่างใจอย่าง พวกที่ชอบออกมาต่อต้านการนิรโทษกรรมเวลาพูดกันส่วนตัวต่างอยากถูกนิรโทษฯ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นประชาชนคนธรรมดาหรืออยู่ในผ้าเหลืองก็ตาม ต่างคนต่างพูดให้ตัวเองดูดี ทุกอย่างคือละครเป็นการแสดงตบตากันไป แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 35 ทำให้รู้ว่าการปรองดองนิรโทษกรรมไม่มีวันที่จะกลายเป็นจริง ไม่ว่าจะขอให้เฉพาะประชาชนไม่รวมแกนนำก็ไม่ยอม

: ได้มองไปถึงช่วงที่เข้าสู่โหมดการเลือกตั้งหรือไม่

ผมขอประกาศอย่างชัดเจนว่าหากรัฐธรรมนูญไม่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างนี้ ผมจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ขออยู่ภายใต้คนที่มาจากการแต่งตั้ง มันไม่มีค่า แต่ก็ยังมีความเชื่ออยู่ลึกๆ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่ได้ประกาศใช้ เพราะเขียนให้มีเรื่อง และจะมีการทำประชามติ ถ้าผ่านก็สืบทอดอำนาจกันไป ถ้าไม่ผ่านก็ตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) ขึ้นมาร่างใหม่ จากนั้นก็ทอดเวลาออกไปยาวอีก แต่ก็คิดต่างไปอีกว่าที่สุดแล้วเมื่อแสดงพฤติการณ์กันมาทั้งหมด จะทำให้อยู่ไม่ได้ เพราะคนไทยเสียอะไรเสียได้ แต่อย่าเสียรู้ คนไทยเป็นคนตื่นยาก แต่ตื่นมาแล้วเอาเรื่อง เวลาลุกขึ้นมาเชื่อว่าไม่มีอะไรเอาอยู่ ที่ คสช. คิดว่าโลกเข้าใจโรดแม็ปนั้นเปล่าเลย เพราะโลกเขารับฟังเพียงว่าจะมีการคืนอำนาจให้ประชาชนเมื่อไหร่

: เมื่อไม่ร่วมสังคายนาทางการเมืองแล้วจะยืนอยู่จุดใด

การเข้าไปเป็น ส.ส. ภายใต้กติกาที่ไม่เป็นธรรมคือการเป็นทาสของความไม่ถูกต้อง ผมเห็นว่าบรรดานักประชาธิปไตยทั้ง 14 ตุลาคม หรืออะไรก็แล้วแต่ ต่างเปลี่ยนจุดยืนกันมาก จึงคิดรักษาจุดยืนตรงนี้เอาไว้ จะไม่ยอมร่วมในสิ่งที่ตัวเองเคยแสดงจุดยืน ตำแหน่ง ส.ส. เป็นเรื่องเล็ก ไม่ได้รู้สึกว่ามันวิเศษ ความรู้สึกที่ได้มากกว่าคือการได้อยู่กับประชาชน ผมรอได้ที่จะให้บ้านเมืองเป็นปกติโดยมีรัฐธรรมนูญของประชาชนแล้วค่อยกลับเข้าสู่วงการเมืองอีกครั้ง

: อนาคต นปช. กับพรรคเพื่อไทย (พท.) จะเดินหน้าในยุทธศาสตร์ 2 ขาเหมือนเดิมได้หรือไม่

เพื่อไทย (พท.) ต้องสร้างนักเลือกตั้งให้เป็นนักต่อสู้ทางประชาธิปไตย บทเรียนที่ผ่านมาชี้ว่าหากไม่เปลี่ยนจะไม่มีวันรักษาประชาธิปไตยเอาไว้ได้ แม้ชนะทุกครั้งแต่ไม่มีปัญญารักษาอำนาจไว้แม้เพียงครั้งเดียว หากเราเป็นนักต่อสู้เราจะสร้างประชาชนให้มีความแข็งแรงในการเป็นเกราะกำบัง ดังนั้น หากเรากับพรรคเพื่อไทย (พท.) จะไปกันได้ก็ต้องไปในแนวทางของอุดมการณ์ เสื้อแดงไม่ใช่ของตายที่พรรคเพื่อไทย (พท.) จะทำอะไรก็ได้ ขณะเดียวกัน นปช. ก็ต้องกล้าเห็นต่างจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ผมต้องการสร้างคนเสื้อแดงให้เป็นมนุษย์ที่มีอุดมการณ์

: สุดท้ายแล้วอนาคตพรรคเพื่อไทย (พท.) จะเป็นอย่างไรและควรเดินหน้าอย่างไร

ชะตากรรมของ ส.ส.เพื่อไทย (พท.) คงไม่ต่างจากพรรคไทยรักไทย (ทรท.) พรรคพลังประชาชน แต่คิดว่าวันนี้เรื่องพรรคเป็นเรื่องรองลงมา พรรคควรรอการเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตย มากกว่ารอการเลือกตั้งที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

เราควรเคารพประชาชนที่ให้อำนาจเรา ซึ่งเราไม่เคยรักษาอำนาจนั้นได้เลย

 

 (ที่มา:มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับ 20-26 กุมภาพันธ์ 2558)

 6 
 on: February 28, 2015, 09:33:03 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
เปิดชื่อสนช.ตั้ง"เมีย-ลูก-ญาติ"ช่วยงานพรึ่บ กินเงินเดือนหลวง ก๊วน40ส.ว.-สายทหารแน่น



วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เวลา 03:09:21 น.


สภาฯครอบครัว! เผยชื่อ สนช. ตั้ง “เมีย-ลูก-ญาติ” ช่วยงานพรึบพรับ กินเงินเดือนหลวง ชี้ ยกก๊วน  40 ส.ว.- สายทหารแน่น   


               
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เริ่มปฏิบัติหน้าที่มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2557 ได้มีการแต่งตั้งเครือญาติของตัวเองมาช่วยงานในหน้าที่ ของสนช. เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย วิชาการ ตลอดจนศึกษาสภาพปัญหา และข้อร้องเรียนต่างๆเพื่อรวบรวมจัดทำญัตติ กระทู้ถาม หรือข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ต่อสนช. ซึ่งจากการตรวจสอบคำสั่งแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ-ผู้ปฏิบัติงานในเว็ปไซต์สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา พบว่า มีสนช.เกือบ 50 ราย มีคำสั่งแต่งตั้งภริยา  บุตร และเครือญาติของตัวเองให้มาช่วยงานในตำแหน่งสนช. ได้แก่ตำแหน่ง

ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสนช. อัตราเงินเดือน 24,000 บาท

ผู้ชำนาญการประจำตัวสนช. อัตราเงินเดือน 20,000 บาท

ผู้ช่วยประจำตัวสนช. อัตราเงินเดือน 15,000 บาท

ผู้ช่วยผู้ดำเนินงานของสนช. อัตราเงินเดือน 15,000 บาท

สำหรับสมาชิก สนช.ที่แต่งตั้งลูก เมีย และเครือญาติมาช่วยงานนั้น มีทั้งกลุ่ม 40 ส.ว. อาทิ

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม แต่งตั้ง นายจิรภัทร บุญถนอม บุตรชาย เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสนช. เงินเดือน 24,000 บาท และนายสมเกียรติ บุญถนอม น้องชาย เป็น ผู้ช่วยประจำตัวสนช. เงินเดือน 15,000 บาท

นายตวง อันทะไชย แต่งตั้ง นายปิยะณัฐ อันทะไชย บุตรชาย เป็นผู้ช่วยประจำตัวสนช.

นายสมชาย แสวงการ แต่งตั้ง นายเอกชัย แสวงการ น้องชาย เป็นผู้ช่วยประจำสนช. ขณะที่

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์  แต่งตั้ง น.ส.นันทนัช ศิรธรานนท์ บุตรสาว เป็นผู้ช่วยประจำตัวสนช.

พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ แต่งตั้ง พ.อ.หญิง อรัณยานี วงษ์สุวรรณ  ภริยา เป็นผู้ช่วยประจำตัวสนช. เงินเดือน 15,000 บาท

ขณะที่ กลุ่มนายทหารที่มีการแต่งตั้งลูก เมีย และเครือญาติ มาช่วยงานอาทิ

พล.อ.อ.ไพศาล สีตบุตร พี่ชาย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. แต่งตั้งนางสุพร สีตบุตร ภริยา เป็นผู้ช่วยประจำตัว

พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผบ.ทหารสูงสุด แต่งตั้ง น.ส.รวิตา จักกาบาตร์ บุตรสาว เป็น ผู้ช่วยประจำตัวสนช.

พล.อ.อู๊ด เบื้องบน แต่งตั้ง พ.ต.ศิริพัฒน์ เบื้องบน บุตรชาย เป็น ผู้ช่วยประจำตัวสนช.

พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย แต่งตั้งน.ส.พิมดาว พานิชสมัย บุตรสาว เป็นผู้ช่วยประจำตัวสนช. เงินเดือน 15,000 บาท

พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ แต่งตั้งนางพรจรัส อารีราชการัณย์ บุตรสาว เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสนช.

พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ แต่งตั้งนายนิรุธ สัจจานิตย์ บุตรชาย เป็น ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สนช. เงินเดือน 24,000 บาท

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร แต่งตั้ง ร.ท.บดินทร์ สิงห์ไพร บุตรชาย เป็นผู้ชำนาญการประจำตัวสนช. เงินเดือน 20,000 บาท

ขณะเดียวกันยังพบว่า มีสนช.บางส่วนแต่งตั้งภริยา และบุตร เป็นจำนวนหลายคนมาช่วยงาน อาทิ

พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ แต่งตั้งพล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ พี่ชาย เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสนช. เงินเดือน 24,000 บาท และนายสรรพงศ์ สังขพงศ์ บุตรชาย เป็น ผู้ช่วยประจำตัวสนช. เงินเดือน 15,000 บาท

นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล แต่งตั้งนางมารีแย นราพิทักษ์กุล ภริยา เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสนช. เงินเดือน 24,000 บาท นายนภัสรพี นราพิทักษ์ บุตรชาย เป็นผู้ชำนาญการประจำตัวสนช. เงินเดือน 20,000 บาท  น.ส.นิอาอีดา นราพิทักษ์กุล บุตรสาว เป็นผู้ช่วยประจำตัวสนช. เงินเดือน 15,000 บาท 

พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ แต่งตั้งนายอรรณพ ผลพานิชย์ ญาติ เป็นผู้ช่วยประจำตัวสนช. เงินเดือน 15,000 บาท ร.ต.ธนพล ผลพานิชย์ พี่ชาย เป็นผู้ช่วยดำเนินงานสนช. เงินเดือน 15,000 บาท

คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี แต่งตั้งนายสุวงศ์ ยอดมณี บุตรชาย เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสนช. เงินเดือน 24,000 บาท นางนิภาภรณ์ ยอดมณี ญาติ เป็นผู้ช่วยประจำตัวสนช. เงินเดือน 15,000 บาท

พล.ร.ท.ธราธร ขจิตสุวรรณ  แต่งตั้งพล.ร.ต.หญิง พวงพลอย ขจิตสุวรรณ ภริยา  เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสนช. เงินเดือน 24,000 บาท  เรือตรีหญิงอนพัทย์ ขจิตสุวรรณ บุตรสาว เป็นผู้ชำนาญการประจำตัวสนช. เงินเดือน 20,000 บาท

พล.ร.อ.ชุมนุม อาจวงษ์ แต่งตั้งน.ส.สุลัยพักตร์ อาจวงษ์ บุตรสาว เป็นผู้ชำนาญการประจำตัวสนช. เงินเดือน 20,000 บาท น.ส.ภิญญาพัชญ์ อาจวงษ์ บุตรสาว เป็นผู้ช่วยประจำตัวสนช. เงินเดือน 15,000 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “พรเพชร” ป้อง สนช.ตั้งลูก-เมียช่วยงาน ชี้ไม่ได้มีกฎห้าม


 7 
 on: February 28, 2015, 09:09:09 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เวลา 01:08 น.  ข่าวสดออนไลน์    



มีก่อการร้ายสักศพไหม

คอลัมน์ "ชกไม่มีมุม"

โดย วงค์ ตาวัน


 การที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงท่าทีอย่างทันควันว่า ยอมรับกระบวนการตรวจสอบ และพร้อมจะให้ความร่วมมือในการชี้แจงข้อกล่าวหาของป.ป.ช.ในคดีสลายม็อบเมื่อ ปี 2553 นั้น ย่อมเป็นเรื่องดี และย่อมทำให้นายอภิสิทธิ์ดูดีไปพร้อมๆ กันด้วย


 แม้ว่าจะเป็นน้ำเสียงที่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกอันอบอุ่นปลอดภัยยิ่งนักก็ตาม


 "ได้รับทราบมติ ป.ป.ช. ที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผมในกรณีเหตุการณ์ปี 2553 แล้ว ผมยอมรับกระบวนการตรวจสอบ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการชี้แจงข้อกล่าวหาต่อไป


 โดยจะนำเอาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่า ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนตามกฎหมายทุกประการ


 เพื่อคืนความปกติสุขให้สังคม ในสถานการณ์ที่มีการใช้อาวุธและมีการก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนไม่เคยละเว้นในการหาทางแก้ไขปัญหาเมื่อมีการสูญเสียเกิดขึ้น


 ผมพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองต่อไปครับ"


 นั่นคือข้อความโดยรวมของนายอภิสิทธิ์


 ประเด็นสำคัญที่นายอภิสิทธิ์เตรียมจะใช้ในการแก้ข้อกล่าวหา แน่นอนว่าคงต้องอ้างอิงกรณีชายชุดดำและการใช้อาวุธสงครามในที่ชุมนุม


 จนเป็นเหตุให้ศอฉ.มีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธจริงพร้อมกระสุนจริงได้


 โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันตัว


 ขณะเดียวกัน ยังจะใช้เป็นข้อต่อสู้ด้วยว่า ทำไมจึงแก้ปัญหาการชุมนุมประท้วงของประชาชน โดยไม่เป็นไปตามหลักสากล


 นั่นคือ ไม่ได้ใช้ตำรวจหน่วยปราบจลาจล แก๊สน้ำตา


 แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้ทหารพร้อมอาวุธจริง แถมตัวเองไปตั้งกองบัญชาการอยู่ในกรมทหาร!!


 ทั้งที่รัฐบาลชุดสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ใช้หน่วยปราบจลาจลและแก๊สน้ำตา ตามหลักสากลแท้ๆ


 แต่เมื่อมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ด้วยถูกยิงแก๊สน้ำตาอย่างเป็นปริศนา ฝ่ายป.ป.ช.ยังเอาเป็นเอาตายกับคดีนี้


 ขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ใช้ทหารกับอาวุธสงคราม ตายถึง 99 ศพ กว่าจะสรุปแจ้งข้อหาได้ก็ปาเข้าไป 5 ปี


 อีกทั้งอ่านถ้อยความของนายอภิสิทธิ์ที่นำมาลงให้ดูข้างต้น ก็บอกชัด เน้นว่าได้ทำไปตามอำนาจหน้าที่ เพราะเป็นสถานการณ์ที่มีการใช้อาวุธและมีการก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง


 ประเด็นสำคัญมีอยู่ว่า มีสำนวนการไต่สวนชันสูตรศพที่ศาลอาญาพิจารณาแล้วชี้ว่า


 มีผู้เสียชีวิต 16 ราย ถูกยิงด้วยกระสุนเจ้าหน้าที่ หรือยิงจากฝั่งเจ้าหน้าที่


 อีกทั้งผู้เสียชีวิตทั้ง 99 ศพ


 ไม่มีแม้แต่ศพเดียวที่เป็นชายชุดดำและมีอาวุธสงครามเป็นผู้ก่อการร้าย!!!

 8 
 on: February 28, 2015, 08:47:35 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8858 ข่าวสดรายวัน


ถอยหลังเข้าคลอง

ทิ้งหมัดเข้ามุม
สมิงสามผลัด



ทุกวันนี้ คสช.ยังเดินหน้าสร้างความปรองดอง เพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ โดยทำไปพร้อมๆ กับการนำประเทศกลับสู่การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย



ความจริงแล้ว "ประชาธิปไตย" กับ "ปรองดอง" ก็เรื่องเดียวกัน



คนในชาติจะเลิกขัดแย้งแตกแยกกันได้ อย่างแรกเลยต้องเท่าเทียมกัน ต้องเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง



ฉะนั้น การร่างรธน.ฉบับใหม่ถึงสำคัญยิ่งยวด



แต่ดูแล้วที่กมธ.ยกร่างรธน.กำลังทำกันอยู่ มีแนวโน้มจะเป็นปัญหาในอนาคต



ประเด็นแรก กมธ.ยกร่างเคาะแล้วว่าจะมีส.ว. 200 คน เลือกแบบเท่ๆ ว่า "เลือกทางอ้อม" มาจากกลุ่มอาชีพต่างๆ 5 ส่วนคือ



ให้อดีตนายกฯ ปธ.รัฐสภา ปธ.ศาลฎีกาเลือก 10 คน



ให้อดีตรองปลัดกระทรวง ผบ.กองทัพ และรัฐวิสาหกิจ เลือกกันเอง 30 คน



ให้ผู้แทนองค์กรวิชาชีพต่างๆ เลือกกันเองไม่เกิน 10 คน



ให้องค์กรด้านเกษตร แรงงาน วิชาการ เลือกกันเองไม่เกิน 50 คน



ที่เหลืออีก 100 คนก็เลือกมาจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ



สรุปง่ายๆ ได้เลยว่า ส.ว.ลากตั้งนั่นแหละ



เพราะระบบเดิม ส.ว.มาจากเลือกตั้ง 77 คน แต่งตั้งอีก 73 คน รวมเป็น 150 คน



รัฐบาลที่แล้วเคยมีความพยายามจะแก้รธน.ที่มาส.ว. ให้เป็น"เลือกตั้ง"ทั้งหมด แต่ศาลรธน.ชี้ว่าทำไม่ได้ เพราะขัดกับรธน.ปี 50 เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตามมาตรา 68



ขอให้แก้จากเลือกตั้งครึ่งหนึ่งกับแต่งตั้งครึ่งหนึ่ง มาเป็นเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งหมด



ท่านบอกว่าทำไม่ได้



แต่ที่ทำกันอยู่ตอนนี้ เท่ากับว่าเลิกระบบ"เลือกตั้ง"โดยประชาชนไปเลย



นี่ยังไม่รวมประเด็นที่กมธ.ยกร่างเคาะให้"นายกฯ"ไม่ต้องมาจากเลือกตั้ง ไม่ต้องเป็นส.ส.นะ



ร่างรธน.แบบนี้ก็เข้าทางพวกม็อบนกหวีดเต็มๆ



ต่อไปก็แต่งตั้งองค์กรอิสระกันเพลินๆ ใช้เป็นเครื่องมือล้มรัฐบาลที่มาจากประชาชน



หัวหน้าพรรคบางพรรคก็ไม่ต้องขอ นายกฯ ม.7 อีกแล้ว



ล้มรัฐบาลเสร็จก็ตั้งนายกฯคนนอกกันเลย



ที่ทำกันอยู่นี้ เรียกว่าประชาธิปไตยย้อนยุค ถอยหลังเข้าคลอง

 9 
 on: February 28, 2015, 08:36:01 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เวลา 15:40 น.  ข่าวสดออนไลน์    



ปฏิรูปพุทธอิสระ : ใบตองแห้ง

ระหว่างพระธุดงค์ปิดถนนกับพระนำม็อบตั้งกรวย ตั้งการ์ด คุณเลือกใคร ขอเป็น "สองไม่เอา" ได้ไหม หรือสามไม่เอา สี่ไม่เอา ฯลฯ แต่ยังเป็นพุทธอยู่


"พุทธอยู่ที่ใจ" ไม่ต้องพึ่งพระ ท่องคาถานี้ไว้ เพราะเหลือพระให้พึ่งได้น้อยเต็มที ถามจริง พระกระแสหลักวันนี้อยู่ที่ไหน ไม่ใช่ธรรมกาย ไม่ใช่สันติอโศก แต่พระปลุกเสกพระแก้ชงนั่นไง พระสร้างเหรียญสร้างพระเครื่องขายได้ร้อยล้านพันล้าน สุดยอดธุรกรรมเก็งกำไร


กระแสถล่มธรรมกายที่กำลังแรงในวันนี้ คำถามสำคัญคือต้องการปฏิรูปพุทธศาสนาจริงหรือ แล้วแนวทางปฏิรูปคืออะไร คือทำลายธรรมกาย คือเปลี่ยนผู้มีอำนาจในมหาเถรสมาคม แล้วได้ผลจริงไหม


พูดอย่างนี้ไม่ได้นิยมชมชื่นลัทธิจานบิน ไม่ได้ปกป้องมหาเถรสมาคม เพราะผมเห็นพ้องกับพระไพศาล วิสาโล ว่าธรรมกายคือภาพสะท้อนปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าของวงการพุทธศาสนาไทย เปรียบไปก็เหมือนยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่โผล่มาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่กรณีสันติอโศก ยันตระ ภาวนาพุทโธ อิสระมุนี หรือเณรคำ


แต่คนที่เล่นงานธรรมกายกำลังเล่นแค่เปลือก หนำซ้ำ ยังเอาการเมืองเรื่องเสื้อสีเข้ามาพัวพัน เช่นโยงธรรมกายเข้ากับทักษิณ ทั้งที่ธรรมกายก็ถูก "นักวิชาการแดง" จำนวนมากวิพากษ์เช่นกัน ไม่ยักมองพวกตัวบ้าง นุ่งผ้าเหลืองเดินนำพระสวนโมกข์ พระวัดชลประทานฯ มัวหมองไปถึงท่านพุทธทาส ท่านปัญญา ที่มรณภาพไปตั้งนานไม่ควรเอาท่านมาพัวพันกับสีไหน


จะว่าไปก็ตลกนะครับ สังคมไทย เพราะพวกรักธรรมกายพวกเกลียดธรรมกายบางคนก็อาการหนักไม่แพ้สงครามสี หรือ "ป่วย" กว่าด้วยซ้ำ


พูดอย่างนี้ไม่ได้บอกว่า อย่าเอาผิดธัมมชโย เดี๋ยวสังคมแตกแยก เพียงแต่ต่อให้ชี้ว่าธัมมชโยปาราชิก คุณก็ล้มธรรมกายไม่ได้ ต่อให้ยึดจานบิน เขาก็ออกไปเป็นลัทธิแบบสันติอโศก ซึ่งยังขยายสาวกได้มากมายพร้อมกับพันธมิตรฯ ล้างพิษตับไส้


อ๊ะอ๊ะ ไม่ได้บอกว่าท่านโพธิรักษ์เลวร้ายอะไร สันติอโศกแข็งปั๋งเรื่องวัตรปฏิบัติ เพียงแต่สุดโต่งไปอีกข้างคือพาสาวกไปสร้าง "คอมมูน" ที่ "ล้น" ไปจากวิถีชีวิตคน


ทำไมธรรมกายใหญ่โต ก็ต้องถามว่าทำไมเกิดสันติอโศก ยันตระ ลักษณะร่วมกันคือสามารถสกัดวาทกรรมจากคำสอนของพุทธศาสนามานำเสนอในแนวทางของตน แล้วมันจับใจคน โดยเฉพาะคนชั้นกลาง ซึ่งเสื่อมศรัทธาพฤติกรรมของพระสงฆ์อย่างเณรคำ พระปลุกเสกพิธีกรรม พุทธพาณิชย์ ที่มีเกร่อ


ลักษณะเดียวกันนี้ที่คนชั้นกลางเลื่อมใส ท่านพุทธทาส ท่านปัญญา พระประยุทธ์ ปยุตโต หรือ ท่าน ว.วชิรเมธี ซึ่งนำสารธรรมของท่านพุทธทาสมาอินเทรนด์กับวัฒนธรรมป๊อปอีกที เพียงแต่คำสอนของสันติอโศกกับธรรมกายฉีกไปคนละด้าน


สังเกตให้ดี ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา หนังสือธรรมะขายดิบขายดี สำนักสงฆ์พระรุ่นใหม่มีการศึกษาผุดขึ้นรอบกรุงเทพฯ สนองความเติบโตของทุนนิยม ที่ทำให้คนเคว้งคว้าง ศีลธรรมเก่าปะทะสังคมใหม่ ค่านิยมเก่าปะทะวิถีชีวิตใหม่ ทำให้คนจำนวนมากต้องการที่พึ่งทางใจ พระสงฆ์ทั่วไปซึ่งมาจากชนบท บวชเรียนตั้งแต่เด็ก สวดภาษาบาลีสันสกฤต สัพพีติโย สนองอาการทางจิตของสังคมไม่ได้


แล้วธรรมกายมาจากไหน พระวัดพระธรรมกายจบปริญญาตรีขั้นต่ำ เข้าใจเข้าถึงคนชั้นกลาง รู้จักใช้ระบบบริหารการตลาด พัฒนาองค์กร จัดกลุ่มเป้าหมายลูกค้า เทียบวัดธรรมดาคือ MBA กับโชห่วย เทียบได้ที่ไหน ฉะนั้นต่อให้มหาเถรไล่ธรรมกายออกไป ลัทธิจานบินก็อยู่ได้ หรือไม่มีธรรมกาย เดี๋ยวก็มีลัทธิใหม่


นี่เป็นปัญหาของวงการพุทธศาสนา ที่จะต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ เป็นปัญหาของสังคมไทย ที่จะต้องปฏิรูปความคิดความเชื่อ ค่านิยม ศีลธรรม ให้สอดรับกับชีวิตสมัยใหม่ ไม่ใช่มุ่งบังคับแข็งขืนให้เป็นเหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่ออกกฎหมายคุ้มครองศาสนา ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่ผูกอำนาจทุกอย่างไว้กับพระ 20 รูปในมหาเถรสมาคม


ฉะนั้น ใครที่วิจารณ์มหาเถรสมาคม ก็ควรมองให้ไกลกว่าต้องการให้มหาเถรมีมติถูกใจ หรือต้องการให้พระรูปนั้นรูปนี้เป็นใหญ่ แต่มองให้เห็นว่าระบอบการปกครองสงฆ์แบบ "อาณาจักร" ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยเผด็จการสฤษดิ์ แก้ปัญหาไม่ได้ เราปฏิรูปประชาธิปไตยเพื่อกระจายอำนาจ ไม่ใช่รวมศูนย์อำนาจ ศาสนาก็เช่นกัน พระผู้ใหญ่ 20 ท่านเราเคารพนับถือ แต่จะให้ท่านตัดสินทุกเรื่องไม่ได้ ทำอย่างไรจะปฏิรูปให้เป็น "พุทธอิสระ" ที่ไม่ใช่แค่ฉายาคนห่มผ้าเหลือง แล้วก็ต่อสู้กันจริงจังในเรื่องความคิดปรัชญาพระธรรมวินัย

 10 
 on: February 28, 2015, 03:36:14 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


นายกฯคนนอก-ส.ว.ลากตั้ง สร้าง"ประชาธิปไตยแบบ..เศษเสี้ยว"

Artist: อาจารย์พนัส ทัศนียานนท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Hosted by: คุณ จอม เพชรประดับ
Release date: วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558
อาจารย์พนัส ทัศนียานนท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia.com ถึงการร่างรัฐธรรมนูญ ของ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ คสช.
ว่า เป็นการนำประเทศย้อนหลังไปมากกว่า 40 ปี เพราะยิ่งกว่าเลวร้ายยิ่งกว่า ประชาธิปไตยครึ่งใบ
นอกจาก จะเปิดช่องให้ คนนอกมาเป็น นายกรัฐมนตรี ได้เพื่อการควบคุมของอำนาจที่ลากตั้งกันมา­แล้ว
คนที่เป็น ส.ส.ก็ยังจะต้องมีการตรวจสอบควบคุมจากองค์­กรอิสระอีกเป็นจำนวนมาก
ทั้งยังถูกควบคุมด้วยสมัชชาคุณธรรมแห่งชาต­ิ และยังจะต้องถูกควบคุมจาก วุฒิสภา ที่มาจากการลากตั้งด้วย
ซึ่งไม่เป็นประชาธิปไตยมากกว่า ประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ แต่เป็นประชาธิปไตยแบบเศษเสี้ยว เท่านั้นเอง
และการที่จะให้ สมาชิกวุฒิสภา สามารถออกกฎหมายได้ด้วยนั้น ก็ยิ่งจะทำให้เกิดความซ้ำซ้อน
ขัดแย้ง ทะเลาะกันสับสนวุ่นวาย กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
อาจารย์พนัสกล่าวว่า ถ้าอ่านใจ คสช. เพราะเชื่อมั่นว่าจะเอาอำนาจควบคุมประชาชน­ได้
เห็นว่าประชาชนไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านคัด­ค้าน สุดท้ายประชาชนก็อาจจะรู้สึกคุ้นเคยและชิน­เหมือนกับประเทศพม่า
ต้องการให้ย้อนกลับไปเหมือนพม่าเมื่อ 40 ปีที่แล้ว แล้วค่อยเริ่มต้นสร้างประชาธิปไตยกันใหม่
และเชื่อว่า การเลือกตั้ง จากรัฐธรรมนูญใหม่นี้ จะยังจำเป็นต้องมีกฎอัยการศึกอยู่
การเลือกตั้งภายใต้กฎอัยการศึกแน่นอน โดย คสช.จะไม่สนใจกระแสต่อต้านจากนานาชาติและจ­ากคนไทยบางกลุ่มในประเทศ


●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

ขอบคุณ: คุณ jom voice
โดย
http://www.konthaiuk.com/home.php
http://www.khonthaiuk.info/home.php
http://www.khonthaiuk.co.uk/home.php
http://konthaiuk.eu/home.php
http://www.konthaiuk.info/home.php


♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

27-02-2015 >>นายกฯคนนอก-ส.ว.ลากตั้ง สร้าง"ประชาธิปไตยแบบ..เศษเสี้ยว"





♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●

เวปไซด์ คนไทยยูเค สนับสนุน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียงส่วนใหญ่ ของ ปชช เท่านั้น

Pages: [1] 2 3 ... 10