Pages: [1] 2 3 ... 10
 1 
 on: Today at 02:56:08 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8641 ข่าวสดรายวัน


อีก 14 เดือน

ทิ้งหมัดเข้ามุม
สมิงสามผลัด



หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) แล้วเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา



หากเป็นไปตามโรดแม็ปที่พล.อ. ประยุทธ์เคยประกาศไว้ ตอนนี้ถือว่าเข้าสู่ช่วงที่ 2 ของโรดแม็ปคสช.แล้ว



เท่ากับว่าภารกิจตามช่วงที่ 1 ของโรดแม็ป คือการสร้างความ "ปรองดอง-สมานฉันท์" สำเร็จลุล่วงแล้ว



เป็นไปตามกำหนดที่วางกรอบไว้ 2 เดือนในการสลายสีเสื้อ



ลดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม



และเมื่อดูตามไทม์ไลน์ที่คสช.กำหนดไว้นั้น ห้วงเวลานี้ก็ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 ของโรดแม็ปเต็มตัว เพราะมีรธน.ฉบับชั่วคราวแล้ว



เรื่องเร่งด่วนคือการแต่งตั้งสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งกำหนดให้มีได้ไม่เกิน 220 คน โดยกระบวนการสรรหานี้จะต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนส.ค.นี้ แต่อาจจะเร็วภายในปลายเดือนนี้ก็ได้



โดยภารกิจแรกของสนช.ก็คือการ แต่งตั้ง "นายกฯและครม." เข้ามาบริหารประเทศชั่วคราว



จากนั้นแต่งตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีสมาชิกไม่เกิน 250 คน



ในขั้นตอนที่ว่าทั้งหมดในช่วงที่ 2 ของโรดแม็ปคสช.นี้ กระบวนการที่สำคัญที่สุด คือการตั้งกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คน เพื่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 20 (ฉบับถาวร)



โดยมีกำหนดให้ยกร่างให้เสร็จภายใน 120 วัน หรือ 4 เดือน



สปช.สามารถพิจารณาเห็นชอบ หรือแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายใน 115 วัน



ประธานสปช.จะนำรัฐธรรมนูญฉบับทางการนี้ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายใน 30 วัน และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ต่อไป



รวมระยะเวลาการดำเนินการทั้งหมด 9 เดือนเต็ม



สรุปโดยเข้าใจง่ายๆว่า หากคสช. ตั้งสนช. ครม. และสปช.ได้เสร็จภายในเดือนต.ค.นี้ การยกร่างรธน.ฉบับใหม่ก็จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ และมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนก.ค.2558



หลังจากนั้นอีก 3 เดือนก็จะมีการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศ



คาดว่าช่วงเดือนต.ค.2558



บ้านเมืองก็จะกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยตามเป้าประสงค์หลักของคสช.

 2 
 on: Today at 02:38:35 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
"จักรภพ เพ็ญแข" ให้สัมภาษณ์ BBC

บีบีซีอัพโหลดวีดีโอสัมภาษณ์นายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งอาจจะสามารถทำให้รับชมได้ดีกว่าเดิม


https://www.facebook.com/photo.php?v=1533005450253823&set=vb.1526071940947174&type=2&theater

 3 
 on: Today at 01:46:41 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

            วีระกานต์ ลั่นชัด เสื้อแดง-เพื่อไทย ไม่ร่วมสภาปฏิรูป ชี้พูดคุยหารือด้วยได้ แต่อย่าแต่งตั้ง ชี้มาตรา 44 เป็นการกำหนดอำนาจโดยไม่ตรวจสอบ คนใช้ต้องประมาณตน เผลอเมื่อไรพังแน่

            วันนี้ (25 กรกฎาคม 2557)  รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 นำเสนอข่าวความคิดเห็นของนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 โดยนายวีระกานต์ กล่าวว่า พูดถึงเรื่องมาตรา 44 นั้น อย่างที่เห็นคือค่อนข้างเบ็ดเสร็จ และเป็นการกำหนดอำนาจที่ไม่มีการตรวจสอบ จึงเป็นอันตรายพอสมควร ฉะนั้นผู้ใช้อำนาจตามมาตรานี้ก็ต้องประมาณตน เพราะหากเผลอเมื่อไรก็พังเมื่อนั้น

            เมื่อถามว่ามาตราใดที่น่าห่วงมากที่สุด นายวีระกานต์ กล่าวว่า จริง ๆ ตนไม่เห็นด้วยสักมาตรา เพราะกฎหมายใด ๆ ก็ตาม ถ้าไม่ผ่านสภานิติบัญญัติก็ใช้ไม่ได้ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องการติดต่อให้เข้าร่วมสภาปฏิรูปนั้น ตนพูดชัดเจนตั้งแต่ถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว เราจะไม่ขัดขวางการทำงานของท่าน แต่ขอความกรุณาอย่าแต่งตั้งตำแหน่งใด ๆ ไม่ว่าฝ่ายไหนทั้งนั้น นี่เป็นคำขอของพวกเราทุกคนในกลุ่มของคนเสื้อแดง ส่วนทางพรรคเพื่อไทยก็เช่นกัน เขาก็มีมติไม่เข้าร่วม แต่จะให้พูดคุยหารือเรายินดี แต่อย่าแต่งตั้ง

 4 
 on: July 25, 2014, 08:38:05 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


องค์การเสรีไทยฯ แถลง ไม่ยอมรับและประณามรัฐธรรมนูญของระบอบเผด็จการ

พร้อมรับเป็นผู้ประสานงานยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

แถลงการณ์ขององค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

เรื่อง ไม่ยอมรับและประณามรัฐธรรมนูญของระบอบเผด็จการ

ตามที่คณะรัฐประหารผู้เรียกตนเองว่า คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช. ได้รับพระราชทานเอกสารที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๗ และใช้อำนาจที่ยึดมาโดยผิดกฎหมาย ประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดินไทยนั้น องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ขอประกาศว่าโดยที่ คสช. นั้นเองเป็นองค์การอาชญากรรมที่กระทำความผิดอย่างอุกอาจและจงใจเจตนาในการทำลายประชาธิปไตย อ้างว่ากระทำการยึดอำนาจเพื่อแก้ไขปัญหาและจะคืนความสุขให้กับปวงชนชาวไทย ทั้งที่ตนเองมีส่วนรู้เห็นหรือแม้แต่มีส่วนร่วมกับแผนบ่อนทำลายรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมาตั้งแต่ต้น จึงไม่มีสิทธิตามกฎหมายและความชอบธรรมใดๆ ที่จะออกคำสั่งแก่ปวงชนชาวไทย ดั่งว่า ตนเองเป็นประมุขแห่งรัฐ เอกสารที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญฯ ฉบับนี้ จึงไม่ควรถือว่ามีอำนาจผูกพันใดๆ ต่อสิทธิ เสรีภาพ และการแสดงออกทางกฎหมายของปวงชนชาวไทย เราจึงขอยืนยันไม่ยอมรับอำนาจ อันเกิดจากการใช้กำลังที่เหนือกว่าเข้าข่มขู่บังคับเช่นนี้ และขอให้ผู้สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยทุกคนมีจุดยืนที่แน่วแน่ร่วมกันดังกล่าว

ความในมาตราต่างๆ ทั้ง ๔๘ มาตรา ที่คณะรัฐประหาร คสช. ได้รับพระราชทานมานั้น มีสาระที่ขัดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอยู่เกือบทั้งฉบับ ในภาพรวมนั้น ก็เป็นเอกสารที่สร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้เครือข่ายอำนาจเดิมและอภิสิทธิ์ชน ซึ่งมีจำนวนเพียงน้อยนิดของสังคมไทย โดยไม่ได้ใส่ใจต่อความรู้สึกนึกคิดของปวงชนชาวไทย ๖๕ ล้านคนเลย ประหนึ่งว่าพวกเราคือผู้ใต้บังคับบัญชาที่จะถูกสั่งการให้กระทำการใดๆ ก็ได้ตามอำเภอใจของผู้สั่งการ ทัศนคติเผด็จการเยี่ยงนี้ ปรากฎชัดทั่วไปทั้งฉบับ เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า เครือข่ายอำนาจเดิมที่นำมาสู่การรัฐประหารในคราวนี้ มีความขัดแย้งขั้นพื้นฐานกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง ความขัดแย้งที่หยั่งรากลึกในสังคมไทยตลอดมา ก็มาจากทัศนคติอันล้าหลังเยี่ยงนี้ เราจึงไม่อาจปลงใจเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อทั้งปวงของคณะรัฐประหาร คสช. ได้เลย

อย่างไรก็ตาม เราขอยกตัวอย่างสาระที่ไม่น่าเชื่อว่าจะปรากฎในโลกยุคใหม่ จากเอกสารฉบับนี้บางมาตราไว้ให้ปรากฎ เพื่อย้ำยืนยันจุดยืนต่อต้านระบอบเผด็จการที่กำลังครอบงำเมืองไทย และให้วิญญูชนได้พิจารณาด้วยตนเอง ดังนี้

๑. มาตรา ๓๕ เป็นมาตราที่ระบอบเผด็จการไทย จงใจเจตนาวางรากฐานของการผูกขาดอำนาจในระยะยาวจนอาจถึงขั้นถาวร วรรคต่างๆ ในมาตรานี้ มีเจตนาทำลายโอกาสที่สังคมไทยจะได้กลับคืนสู่ภาวะประชาธิปไตยอันมั่นคง ด้วยการทำลายระบบพรรคการเมือง เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรแตกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย คงอำนาจอันล้นพ้นของศาลรัฐธรรมนูญที่จะทำลายกลไกที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อใดก็ได้ องค์การอิสระของรัฐ ที่ไม่เคยเป็นอิสระจริง ก็ยังมีอำนาจมากมายต่อไปในบทบาทผู้แสดงสมทบของระบอบเผด็จการไทย แม้แต่การให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจชี้ขาดสูงสุดว่า บุคคลใดกระทำผิดในฐานะซื้อเสียงและให้คนผู้นั้นหมดสิทธิทางการเมืองไปชั่วชีวิต ก็เป็นหนทางที่อาจนำมาสู่การกลั่นแกล้งรังแกและละเมิดสิทธิทางการเมืองได้ไม่ยาก รวมความแล้ว มาตรานี้มีความประสงค์ที่จะทำลายโอกาส ที่ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใดด้วยเสียงข้างมากเช่นที่เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๔ เป็นต้นมา

๒. มาตรา ๓๘ ที่ให้อำนาจยกร่างรัฐธรรมนูญแบบไม่รู้จบ ร่างเสร็จไม่พอใจก็ยกร่างใหม่ ได้ตามความพอใจอย่างไม่มีกรอบเวลา ก็นับเป็นการย้อนยุครัฐธรรมนูญแบบเผด็จการทหารที่เราเคยผ่านมาแล้วในสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อเนื่องกับ จอมพลถนอม กิตติขจร ที่ใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญยาวนานถึง 12 ปี คณะรัฐประหารและเครือข่ายอำนาจเดิมของไทย สามารถที่จะใช้ความข้อนี้ยืดระยะการร่างรัฐธรรมนูญต่อไปได้นานเท่านาน ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่องค์การเสรีไทยฯ ได้กล่าวไว้ตั้งแต่แรกเริ่มว่า การยึดอำนาจครั้งนี้ต้องการครอบงำประเทศไทย เป็นระยะเวลาอันยาวนาน จนกว่าเขาจะแน่ใจว่าปวงชนชาวไทยไม่สามารถลุกขึ้นมาแบ่งปันอำนาจหรือต่อรองใดๆ กับเขาได้อีก

๓. มาตรา ๔๔ ก็ไม่แตกต่างนักกับมาตรา ๑๗ สมัยเผด็จการสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มาตรานี้ให้อำนาจอย่างกว้างขวางและเบ็ดเสร็จกับคณะที่ใช้กำลังเข้ายึดครองอำนาจการปกครองแผ่นดิน ถึงขั้นล้างบาปอันใหญ่หลวงให้กับตนเองและผู้สมรู้ร่วมคิดโดยสิ้นเชิง มิหนำซ้ำยังตั้งตัวเหนือหลักการนิติรัฐ-นิติธรรม อันเป็นหลักสากลที่ทั่วโลกยอมรับ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้ยางอายและไม่มีศักดิ์ศรีใดๆ หลงเหลืออยู่อีกเลย

๔. เอกสารฉบับนี้ให้อำนาจอย่างล้นพ้นแก่ข้าราชการประจำของรัฐ โดยให้ข้าราชการประจำมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งเดิม หลักการที่ปวงชนชาวไทยเป็นผู้กำหนดทิศทางของรัฐ โดยมีข้าราชการประจำมีหน้าที่รับปฏิบัติ ถูกทำลายลงในพริบตา จากนี้ไปเราอาจได้เห็นข้าราชการประจำแสดงอำนาจบาตรใหญ่ต่อประชาชนมากขึ้น ซึ่งเป็นบรรยากาศย้อนยุคไปในอดีต ที่ผู้ทำงานให้กับรัฐมีอำนาจเหนือกว่าประชาชนผู้เสียภาษีอากร มาเป็นเงินเดือนและค่าตอบแทนของเขา นับเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบอบเผด็จการโดยแท้

องค์การเสรีไทยฯ และผู้สนับสนุน เห็นว่าข้อกำหนดใดๆ ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ที่ปรากฎในเอกสารรัฐธรรมนูญเผด็จการนี้ นับว่าไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย เนื่องจากว่า มาตราที่ให้อำนาจอย่างล้นเหลือแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีลักษณะที่ครอบงำการใช้อำนาจรัฐทั้งระบบอยู่แล้ว จึงขอยืนยันว่าคณะรัฐประหารและเครือข่ายเผด็จการไทย มีเจตนาอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย

การที่คณะรัฐประหาร คสช. ประกาศซ้ำอยู่หลายครั้งว่า พวกเขาได้กระทำการยึดอำนาจการปกครองอย่างผิดกฎหมาย ก็เพื่อต้องการให้เกิดกระบวนการปฏิรูปการเมือง เพื่อลดความขัดแย้งนั้น แต่สิ่งที่ปรากฎในเอกสารรัฐธรรมนูญเผด็จการ แสดงชัดเจนว่าได้ตัดขาดอำนาจของประชาชนออกจากกระบวนการเลือกตั้งออกโดยสิ้นเชิง และไม่มีที่ใดในเอกสารรัฐธรรมนูญเผด็จการที่ระบุถึงมาตรการปฏิรูปศาลและอำนาจในกระบวนการยุติธรรม องค์การอิสระฯ ระบบราชการ และแม้แต่กองทัพแห่งชาติเอง ทั้งที่ทุกสถาบันในประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นมานานเกือบหนึ่งทศวรรษ จึงนับเป็นการใช้อำนาจเถื่อนบังคับขับไสปวงชนชาวไทยไปสู่ทิศทางที่พวกเขาต้องการ โดยใช้กำลังและอาวุธกดขี่ประชาชน

เราจึงขอประณามเอกสารซึ่งคณะรัฐประหารเรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๕๗ ว่าเป็นเอกสารเถื่อน และเป็นมิจฉาทิฏฐิต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

นอกจากนั้น องค์การเสรีไทยฯ ขอรับเป็นผู้ประสานงานยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนขึ้นในเร็ววันนี้ เพื่อให้เป็นทางเลือกของปวงชนชาวไทยต่อไป ในระหว่างดำเนินการในเรื่องนี้ ปวงชนชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สนับสนุนแนวทางประชาธิปไตย โปรดแสดงการต่อต้านอำนาจเถื่อนของเผด็จการ คสช. ด้วยการเผยแพร่ตราสัญลักษณ์ขององค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ในทุกโอกาสที่ท่านสามารถกระทำได้ เพื่อแสดงว่าชาวประชาธิปไตยยังมีตัวตนและพร้อมต่อสู้เพื่อทำลายอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทยต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง

แถลง ณ วันศุกร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๗

 5 
 on: July 25, 2014, 08:12:04 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 09:36:35 น.



เฟซบุ๊กบีบีซีไทย (BBC Thai) ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ "นายจักรภพ เพ็ญแข" อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  และเลขานุการบริหารขององค์กรเสรีไทย โดยรายละเอียดของการสัมภาษณ์มี ดังนี้
       
ที่ผ่านมากลุ่มได้รับการสนับสนุนจากคนในหลายประเทศ ที่สำคัญคือในสหรัฐ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์และในยุโรป รัฐบาลของหลายแห่งมีท่าทีตอบรับด้วยดีโดยเฉพาะส่วนหนึ่งเนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทำให้เป็นที่ตระหนักกันว่ามีความจำเป็นจะต้องผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยในประเทศ
   
รัฐบาลประเทศที่ให้ความเห็นอกเห็นใจนั้น มีทั้งในตะวันตกและในเอเชียและขณะนี้ได้มีสมาชิกของเสรีไทยเดินทางไปยุโรปเพื่อจะพูดคุยกับตัวแทนรัฐบาลประเทศต่างๆ ทั้งที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งไป และที่เพิ่งก้าวเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ซึ่งเชื่อว่าล้วนเห็นด้วยว่า ต้องมีการผลักดันเพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ประชาธิปไตย และกลุ่มกำลังพูดคุยกับทางอียู เพื่อให้เห็นว่าในช่วงสองเดือนนี้สถานการณ์ในเมืองไทยไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าจะมีการนำเสนอภาพในทางตรงข้ามก็ตาม ทั้งโอกาสในอันที่จะกลับไปสู่ประชาธิปไตยก็ยังไม่ชัดเจน “ต่างประเทศก็รอฟังเสียงเราในฐานะที่เป็นตัวแทนหนึ่งของกลุ่มคนที่ต่อต้านการรัฐประหาร”

โดยเมื่อถามว่าคิดว่าจะต้องสู้นานแค่ไหน นายจักรภพตอบว่า น่าจะใช้เวลานานกว่าที่คาดกันไว้แต่เดิม...

 6 
 on: July 25, 2014, 08:02:01 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
"จักรภพ" เผยผ่าน "บีบีซีไทย" เดินหน้าชี้แจงต่างชาติ-การต่อสู้นี้ยาวนาน

July 24, 2014 at 6:45pm

จักรภพชี้ทำใจการต่อสู้ต้องยาว

 

 

เสรีไทยระบุส่งคนไปคุยอียูเพิ่มเติม ระบุทั้งไทยและเทศจำนวนมากสนับสนุนแต่น้อยรายอย่างออกนอกหน้า พร้อมกับยอมรับว่า การต่อสู้หนนี้น่าจะนานกว่าที่คาดกันแต่เดิมเพราะไม่ได้ต่อสู้กับทหารเท่านั้น แต่ต้องสู้กับเครือข่ายผู้สนับสนุนการทำรัฐประหารจำนวนมาก

 

นายจักรภพ เพ็ญแข แห่งองค์กรเสรีไทยกล่าวในการให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า ที่ผ่านมากลุ่มได้รับการสนับสนุนจากคนในหลายประเทศ ที่สำคัญคือในสหรัฐ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์และในยุโรป  รัฐบาลของหลายแห่งมีท่าทีตอบรับด้วยดีโดยเฉพาะส่วนหนึ่งเนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทำให้เป็นที่ตระหนักกันว่า มีความจำเป็นจะต้องผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยในประเทศ

 

รัฐบาลประเทศที่ให้ความเห็นอกเห็นใจนั้น นายจักรภพบอกว่ามีทั้งในตะวันตกและในเอเชีย และขณะนี้ได้มีสมาชิกของเสรีไทยเดินทางไปยุโรปเพื่อจะพูดคุยกับตัวแทนรัฐบาลประเทศต่างๆ ทั้งที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งไป และที่เพิ่งก้าวเข้ามารับตำแหน่งใหม่ซึ่งเชื่อว่าล้วนเห็นด้วยว่าต้องมีการผลักดันเพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ประชาธิปไตย และกลุ่มกำลังพูดคุยกับทางอียูเพื่อให้เห็นว่าในช่วงสองเดือนนี้สถานการณ์ในเมืองไทยไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมแม้ว่าจะมีการนำเสนอภาพในทางตรงข้ามก็ตาม ทั้งโอกาสในอันที่จะกลับไปสู่ประชาธิปไตยก็ยังไม่ชัดเจน “ต่างประเทศก็รอฟังเสียงเรา ในฐานะที่เป็นตัวแทนหนึ่งของกลุ่มคนที่ต่อต้านการรัฐประหาร”

 

เมื่อถามว่าคิดว่าจะต้องสู้นานแค่ไหน นายจักรภพตอบว่า น่าจะใช้เวลานานกว่าที่คาดกันไว้แต่เดิม เพราะถึงที่สุดแล้ว การคัดค้านหนนี้ไม่ใช่แค่คณะทหาร คสช.แต่เป็นเครือข่ายของผู้คนกลุ่มต่างๆตั้งแต่ระบบราชการ วิชาการ นักธุรกิจ และสื่อที่อยู่ในกลุ่มสนับสนุนการทำรัฐประหาร จึงไม่ใช่เรื่องแค่ต่อต้านคณะคสช.เท่านั้น และเชื่อว่าคงจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าเป็นปี ซึ่งก็ต้องใจเย็น

 

“ขณะนี้ประเทศไทยเหมือนบ้านมีปลวกขึ้น มันชอนไชไปตามเนื้อไม้ ถ้าเราไม่ดูตาม้าตาเรือไปทำลายปลวก เนื้อไม้และบ้านอาจถูกทำลาย แต่ถ้าเราไม่ทำบ้านก็อาจจะถูกโค่น"

 

ด้านนายเสข วรรณเมธี โฆษกกระทรวงต่างประเทศให้สัมภาษณ์บีบีซีด้วยว่า ที่กลุ่มเสรีไทยระบุว่าได้คุยกับฝรั่งเศส นั้นกระทรวงต่างประเทศตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นความจริง ทางฝรั่งเศสยืนยันว่าไม่มีการพบปะกัน  เช่นเดียวกับสหภาพยุโรป ก็ไม่มีการยืนยันเรื่องนี้ เรื่องทางกลุ่ม มีหนังสือส่งไปที่นิวยอร์ค อาจจะมีสมาชิกสหประชาชาติบางประเทศได้รับ แต่ก็ไม่เห็นว่ามีปฏิกิริยาใดๆ  (คลิ้กลิงค์เพื่อฟังเสียง)

 

https://audioboo.fm/boos/2349322-

 7 
 on: July 25, 2014, 07:19:41 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
′ชูวิทย์′ ชี้ชีวิต′ยิ่งลักษณ์′ ถูกขีดให้มีชะตากรรมคล้าย′ทักษิณ′ แนะอ่าน "หลายชีวิต" ของหม่อมคึกฤทธิ์


วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 10:40:27 น.





เมื่อวันที่  25 ก.ค. 2557 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว   ชูวิทย์ I′m No.5 หลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ บินไปยุโรป และไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย ที่สนามบินฝรั่งเศส ดังนี้

 

 

หลายชีวิต

 

 

 

ครั้งหนึ่งประเทศไทยเคยมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นพี่น้องจากครอบครัวเดียวกันคือ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีคนที่ 6 และน้องชายชื่อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 13

 

หลังจากนั้นอีก 25 ปี ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และถัดไปอีก 10 ปี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของไทย

 

ชีวิตของยิ่งลักษณ์ ถูกขีดให้มีชะตากรรมคล้ายคลึงกับทักษิณในหลายๆเรื่อง

 

1. เป็นนักธุรกิจก่อนเดินเข้าสู่การเมือง

 

2. ทักษิณถูกออกจากตำแหน่งโดยรัฐประหาร ส่วนยิ่งลักษณ์ถูกออกจากตำแหน่งโดยศาลรัฐธรรมนูญ และภายหลังมีการรัฐประหาร

 

3. เป็นสมาชิกพรรคที่มีรากเหง้ามาจากนโยบายประชานิยม

 

4. มีคดีความเกิดขึ้นจากการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 

5. ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์การเมือง โดยทักษิณชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงมากกว่าครึ่งเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ ส่วนยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

 

6. ทั้งคู่มีทั้งคนรักและคนเกลียดมากที่สุด

 

ผมไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องผลของคดีความหรือไม่ แต่ชีวิตคนเป็นเรื่องแปลกสุดจะคาดเดา

 

ผมเคยอ่านหนังสือยอดนิยมเรื่อง "หลายชีวิต" เขียนโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มีผู้นำไปแปลเป็นภาษาต่างๆมากมาย

 

ในหนังสือกล่าวถึงผู้คนต่างเพศ ต่างวัย ต่างชาติตระกูล ทุกคนเดินทางลงเรือลำเดียวกัน เพื่อไปสู่ปลายทางเดียวกัน ด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายเมื่อเรือล่ม ทุกคนก็มาจบชีวิตพร้อมกัน

 

จุดจบของชีวิตไม่มีใครคาดคิด

 

ชะตากรรมคุณยิ่งลักษณ์ถูกกำหนดให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยได้เพราะคุณทักษิณ และอาจมีชะตากรรมตอนท้ายไม่แตกต่างจากคุณทักษิณเลย

 

 

............

 

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กกับมติชนออนไลน์
www.facebook.com/MatichonOnline

 8 
 on: July 25, 2014, 11:33:06 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 23:50:00 น.

มติชนรายวัน 24 กรกฎาคม 2557


วิพากษ์สูตรเช็กบิล ′ป.ป.ช.′ "สหสาขาวิชาศาสตร์"


หมายเหตุ - นักวิชาการและอดีตกรรมการ ป.ป.ช.แสดงความคิดเห็นต่อกรณีนายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปรามปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) การบรรยายหัวข้อ "ปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศไทย : บทบาทของนักฎหมายและนักเศรษฐศาสตร์" โดยเสนอการผนึกกำลังระหว่างนิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ นำการศึกษาวิจัยมาใช้ป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้เกิดผลมากยิ่งขึ้น เช่นโครงการจำนำข้าวที่ใช้ผลศึกษาของทีดีอาร์ไอมาประกอบการตัดสิน



สมชาย ปรีชาศิลปกุล - สมลักษณ์ จัดกระบวนพล


รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ในแง่หนึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่ ป.ป.ช.ควรแถลงให้เห็นถึงข้อสงสัย ที่มีปัญหาตอนนี้คือ เรื่องของความยุติธรรมเชิงกระบวนการ สิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตั้งคำถาม ผมคิดว่าเป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับความยุติธรรมเชิงกระบวนการว่ามันมีมากน้อยแค่ไหน หมายถึงคนทุกคนควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน หมายความว่าคุณยิ่งลักษณ์อาจจะผิด แต่ในทางปฏิบัติที่เท่าเทียม อย่างกรณีโครงการรับจำนำข้าวได้รับการปฏิบัติอย่างรวดเร็ว แต่โครงการประกันราคาข้าวสมัยรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้ช้า กรณีนี้นายอภิสิทธิ์อาจจะไม่ผิดก็ได้ แต่เมื่อกระบวนการตัดสินเข้าสู่องค์กรที่มีอำนาจในการตัดสินในแง่หนึ่งจะต้องมีความยุติธรรมเชิงกระบวนการด้วย ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าทำไมการดำเนินการกับคนบางกลุ่มถึงเร็ว บางกลุ่มถึงช้า

สำหรับงานทีดีอาร์ไอเป็นงานทางวิชาการ ชี้ว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นการแทรกแซงตลาดทำให้เกิดความเสียหายขึ้นกับตลาด รัฐบาลที่ผ่านมาแทรกแซงตลาดในหลายเรื่องอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง โครงการรับจำนำราคาข้าวไม่ใช่รายแรก ถ้า ป.ป.ช.บอกว่าแทรกแซงตลาดแล้วทำให้เกิดปัญหา ผมคิดว่าควรต้องกลับไปดูนโยบายอื่น เช่น รถเมล์ ทำไมต้องกำหนดราคา ทำไมไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด การสร้าง ปตท. หรือเรื่องราคาน้ำมัน แม้กระทั่งการประกันราคาขั้นต่ำของพืชผลเกษตรต่างๆ การประกันราคาข้าวของนายอภิสิทธิ์ ก็เป็นการแทรกแซงตลาดเหมือนกัน ถ้าจะเป็นปัญหาเกิดขึ้นควรจะเป็นความรับผิดทางการเมือง คือหมายความว่านโยบายนี้สังคมไม่ชอบใจ มีการวิจารณ์ และถ้ามีการเลือกตั้งสังคมก็ไม่เลือก

การใช้หลักแนวทางการศึกษาหรือที่เขาเรียกว่า นิติเศรษฐศาสตร์ เป็นการใช้วิธีคิดทางเศรษฐศาสตร์มาวิเคราะห์ระบบกฎหมาย แต่ไม่ใช่การจับแพะชนแกะว่าการตัดสินคดีนี้ควรใช้งานวิจัยของทีดีอาร์ไอมาตัดสินว่าผิด อันนี้ไม่ใช่ ผมเข้าใจว่าคนพูดเองก็อาจจะไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร ไม่แน่ใจว่าในเมืองไทยจะมีคนเข้าใจเรื่องนิติเศรษฐศาสตร์สักเท่าไหร่ แนวทางนี้ใช้ในสหรัฐอเมริกาเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาอย่างหนึ่ง ซึ่งในเมืองไทยยังไม่มีใครสอน

ผมคิดว่าผลงานวิจัยของทีดีอาร์ไอไม่ใช่ข้อสรุปที่ถูกต้อง ตอนที่ทีดีอาร์ไอออกมาพูดก็มีคนโต้แย้งเยอะ เพราะการวิจัยอยู่บนฐานแนวคิดแบบเศรษฐกิจเสรีนิยม คือ ไม่ต้องการให้แทรกแซงตลาดเกิดขึ้น ความคิดนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดนโยบายใหม่ แต่คนในสังคมหรือบางกลุ่มอาจจะเห็นว่ารัฐบาลควรจะอุดหนุนคนกลุ่มนี้มากกว่าก็ได้ มีการโต้แย้งได้หลายแง่มุม

การที่จะยึดงานวิจัยชิ้นเดียวมาเป็นคำตอบ ผมคิดว่าเป็นการตัดสินที่แย่มาก ส่วนกรณีการทุจริตหรือปล่อยให้มีการโกงนั้น ในแง่หนึ่งข้อมูลนี้ควรทำให้ชัดเจน ซึ่งโครงการมูลค่าแสนล้าน ถ้าโกง 8 หมื่นล้าน คิดว่านายกรัฐมนตรีควรจะต้องรับผิด แต่ถ้าตัวเลขที่ออกมามีการโกง 30,000 บาท ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิด นายกฯ ทุกคนก็ต้องรับผิดเพราะไม่มีโครงการใดในประเทศไทยที่ไม่มีการทุจริต ดังนั้น ถ้านายกฯ จะต้องรับผิดชอบควรเป็นการทุจริตที่ทำให้เห็นชัดว่าเป็นความบกพร่องของโครงการอย่างชัดเจน เรื่องนี้ต่างจากการบอกว่าการจำนำข้าวขาดทุน

เพราะการขาดทุนไม่ใช่การทุจริต แต่หมายความถึงการที่รัฐบาลจะเลือกใช้งบประมาณในการอุดหนุนคนบางกลุ่ม จะพูดว่าขาดทุนเลยก็ไม่ชัดเจน เช่นในอดีตรัฐบาลเคยอุดหนุนธนาคารจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ด้วยงบประมาณกว่าแสนล้าน รวมมูลค่าทั้งหมดอาจจะถึงล้านล้านด้วยซ้ำ ตรงนี้เป็นนโยบายที่รัฐเลือกว่าจะใช้งบประมาณลงในส่วนไหนที่เห็นว่ามีความสำคัญ กรณีนี้ไม่ใช่การทุจริต แต่เป็นแนวทางของรัฐบาลในการเลือกลงทุน

การตัดสินครั้งนี้อาจจะมีผล คือ ต่อไปรัฐบาลใดจะมีการอุดหนุนใคร อาจจะมีปัญหาเมื่อไปอุดหนุนกลุ่มที่องค์กรอิสระคิดว่าไม่ควรอุดหนุน ถ้าไปอุดหนุนเกษตรกร หรือคนต่างจังหวัดจะเป็นปัญหา คือ ถ้าจะทำรถไฟความเร็วสูงไม่ได้ แต่ทำรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ทำได้ คือ ต่อไปการจะอุดหนุนทำได้ถ้าคนในกลุ่มชนนั้นนำไทย คนกรุงเทพฯ หรือภาคอุตสาหกรรมจะรู้สึกว่าไม่น่ารังเกียจ แต่ถ้าอุดหนุนเกษตรกรคนต่างจังหวัดจะเป็นเรื่องน่ารังเกียจเพราะเป็นประชานิยม


สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)


กรณีนายวิชา มหาคุณ ระบุว่า การทำงานของ ป.ป.ช.จะใช้สหสาขาวิชาศาสตร์มาประกอบการพิจารณาคดีทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น ส่วนตัวไม่รู้ความหมายที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับแนวคิดดังกล่าว แต่ถ้าหากภายในอนาคตจะมีการปรับปรุงรูปแบบของการทำงานและการพิจารณาคดีโดยนำแนวคิดข้างต้นมาประยุกต์ใช้ก็มองว่าน่าจะช่วยให้การติดตามคดีมีความกว้างขวางเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันคิดว่าการวินิจฉัยคดีของ ป.ป.ช.ควรยึดตัวบทกฎหมายเป็นหลักมากกว่า

ส่วนตัวได้มีโอกาสเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในสถาบันพระปกเกล้าและเป็นที่ปรึกษาหัวข้อมาตรฐานของความดีเพื่อป้องกันการทุจริต ซึ่งเห็นด้วยเพราะกฎหมายบ้านเรานั้นมีการปรับปรุงปิดช่องโหว่มาเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีคนละเมิดกฎหมาย การเพิ่มโทษหนักขึ้นก็เป็นหนทางหนึ่งให้คนเกิดความเกรงกลัว แต่มันไม่ชะงักเหมือนการอบรมจริยธรรม ยกตัวอย่างกรณีคนขับรถยนต์รายหนึ่ง ขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงสี่แยก เห็นว่าสัญญาณไฟจราจรกำลังเป็นสีแดง ถ้าคนไม่ดีก็จะขับเลยหรือฝ่าสัญญาณไป แต่ถ้าเป็นคนดีมีจริยธรรมจะไม่ปฏิบัติเช่นนั้น จะหยุดเพื่อรอสัญญาณไฟ เช่นเดียวกับการทุจริต หากได้รับการอบรมทางจริยธรรมมาเป็นอย่างดีจะไม่กระทำการทุจริตหรือล้ำเส้นในทรัพย์สินของผู้อื่นหรือเอาประโยชน์ของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง



ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ ปรกติ - เอกชัย ไชยนุวัติ


ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ ปรกติ
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


มองว่ามาจากความเห็นที่แตกต่างกัน การสืบสวนสอบสวนทุกคดีโดยหลักต้องทำให้เร็วที่สุด ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของคดีนั้นๆ ส่วนกรณีนี้คนนอกพูดไม่ได้หรอก ต้องเป็นคนทำงานนี้จึงสามารถให้คำตอบได้ แต่โดยหลักแล้วการสอบสวนต้องทำให้เร็วที่สุด เพื่อคุ้มครองสิทธิของคนที่ถูกกล่าวหา

หลายฝ่ายมองว่า ป.ป.ช.นำงานวิจัยเรื่องโครงการจำนำข้าวของทีดีอาร์ไอมาเป็นตัวเพิ่มน้ำหนักในการตัดสิน โดยปกติแล้วการพิจารณาคดีตามหลักนิติศาสตร์ต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีอยู่ จะบอกว่าใครทำความผิดก็ต้องเอาหลักวิทยาศาสตร์มาประกอบ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่การสืบสวนสอบสวนต้องเอาวิทยาการต่างๆ มาคำนวณ อยู่ที่คนนำหลักฐานมาแสดงว่ามีความน่าเชื่อถือหรือเปล่า จะเดาไม่ได้

รัฐบาลยืนกรานเดินหน้าโครงการจำนำข้าวเพราะบอกว่าเป็นนโยบายที่หาเสียงกับประชาชนไว้ ท่ามกลางเสียงติติงว่าเป็นนโยบายที่สร้างความเสียหายแก่ฐานะทางการคลังและการค้าข้าวของไทย ทุกคนต้องเสี่ยงทั้งนั้น สมมุติคุณหาเสียงว่าหากได้รับเลือกตั้งแล้วจะไปตีเมืองเมืองหนึ่งเป็นเมืองขึ้น เมื่อได้รับเลือกเข้ามาแล้วจะมีคนบอกว่าไม่ควรหาเรื่องใส่ตัว ต้องเสี่ยงรับผล

เป็นธรรมดาในการดำเนินนโยบาย ในฐานะที่เป็นรัฐต้องชั่งน้ำหนักว่าควรดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงมาไหม ถ้าเชื่อว่าถูกก็ทำต่อไป แต่ถ้ามันผิดแล้วมีหลักฐานว่านโยบายนั้นสร้างความเสียหายก็ต้องยอมรับผล


เอกชัย ไชยนุวัติ
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม


การแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่างๆ ในการพิจารณาคดีนั้น มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ 1.การไต่สวน วิธีการนี้ผู้พิพากษาและพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถแสวงหาข้อเท็จจริงได้เอง กรณีเช่นนี้จะทำจนกว่าความจริงจะยุติ 2.การกล่าวหา ผู้พิพากษาหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะไม่มีอำนาจในการจะแสวงหาข้อเท็จจริง หรือจะเรียกใครเข้าให้ข้อมูลหรือนำเอกสารอื่นใดมาใช้ไม่ได้ จะต้องเป็นการกล่าวหาซึ่งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาจะต้องนำข้อเท็จจริงต่างๆ มาใช้คัดง้างกันเอง ผู้พิพากษาจะมีหน้าที่เพียงแค่พิจารณาไปตามเอกสารข้อเท็จจริงนั้นๆ ว่า ผู้ถูกกล่าวหานั้นได้กระทำความผิดไปตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ จะพิจารณาเนื้อหานอกเหนือประเด็นจากนี้ไม่ได้

ดังนั้น สิ่งที่นายวิชา มหาคุณ ได้นำเอาข้อมูลของทีดีอาร์ไอมาใช้ จึงไม่ผิดแต่อย่างใด ถือเป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงประกอบคำกล่าวหา โดยใช้ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ถือว่าไม่ผิด เป็นการหาข้อเท็จจริงมาใช้ในการประกอบคดี

แต่สิทธิและเสรีภาพของบุคคลถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ดังนั้น การจะตัดสินความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้นั้น โทษดังกล่าวมีโทษจำคุก อันเป็นโทษที่ไปจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ทั้งนี้ นักกฎหมายทุกคนจะทราบดีว่า โทษใดก็ตามที่มีบทลงโทษไปกระทบกับสิทธิขั้นพื้นฐานดังกล่าวจะต้องกระทำการอย่างรอบคอบ รัดกุมที่สุด ที่สำคัญคือ จะต้องพิสูจน์ให้ได้โดยปราศจากข้อสงสัยด้วยประการทั้งปวง ถ้ายังมีข้อสงสัยใดๆ อยู่ จะต้องยกประโยชน์อันนั้นให้จำเลย ในที่นี้คดีโครงการรับจำนำข้าวก็คือตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่วนตัวคิดว่าเป็นการดีที่อดีตนายกฯ จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ฉะนั้น หากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานไม่สามารถระบุให้ชัดเจนได้ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงการรับจำนำข้าวเป็นการจงใจหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จริงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่สามารถที่จะเอาผิดได้

กรณี ป.ป.ช.จะนำหลักของสหสาขาวิชาศาสตร์มาใช้ในการพิจารณาคดีเพื่อประกอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานสามารถทำได้ แต่การลงโทษจะต้องพิสูจน์ให้ได้อย่างแจ่มชัดโดยปราศจากข้อสงสัยจึงจะสร้างความยุติธรรมให้กับจำเลย อย่างกรณีกฎหมายแพ่ง หากมีข้อเท็จจริงเพียงแค่ 50% ก็ยังเอาผิดได้ แต่สำหรับกฎหมายอาญาจะต้องมีความผิดถึง 100%

ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับการที่อดีตนายกฯ จะได้พิสูจน์ข้อกล่าวหากับศาล ไม่เช่นนั้นก็จะพูดกันไม่จบสิ้น ฝ่ายที่ไม่ชอบพรรคเพื่อไทยก็จะกล่าวว่าโครงการนี้ถูกทำให้เสียหายกว่า 5 แสนล้าน ส่วนฝ่ายที่เชียร์เพื่อไทยก็อาจจะบอกว่าไม่เป็นธรรม แต่ที่สำคัญคืออย่าหลงประเด็นว่าที่จะเอาผิดคือ มาตรา 157 จะต้องชัดเจนว่านายกฯเป็นคนสั่งตรงส่วนนั้นส่วนนี้ ละเลยไม่ไปดูแลตรงส่วนไหนอย่างไร จนทำให้เกิดการทุจริต เช่นเดียวกับคดีรถและเรือดับเพลิงที่ทั้งนายโภคิน พลกุล นายวัฒนา เมืองสุข และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ทั้งสามคนรอดจากคดีนี้เพราะความผิดยังไม่บ่งชี้ชัดเจน ต่างจากของนายประชา มาลีนนท์ ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นผู้สั่งการ

                    

 9 
 on: July 25, 2014, 03:48:45 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8640 ข่าวสดรายวัน


ชักใบให้เรือเสีย

ทิ้งหมัดเข้ามุม
มันฯ มือเสือ



ก้าวสู่เดือนที่ 3 ในการเข้ายึดอำนาจ ของ คสช.



ทุกอย่างเดินหน้าไปตามกรอบเวลาโรดแม็ป 3 ระยะ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ประกาศไว้



ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์เดินทางเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ประกาศบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อย



ขั้นตอนจากนี้จะเป็นการตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาลและสภาปฏิรูป 4 กลไกขับเคลื่อนโรดแม็ประยะที่ 2



หลายคนไม่เห็นด้วยกับการเข้ามาของ คสช. แต่เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ก็คงย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้



ได้แต่ทำใจ และเอาใจช่วยให้ คสช.และรัฐบาลที่จะตั้งขึ้นใหม่เดินหน้าทำงานได้สะดวกราบรื่น เพื่อส่งคืนอำนาจอธิปไตยอันสมบูรณ์ให้ประชาชนคนไทยได้ตามกำหนดระยะที่ 3 เดือนต.ค.ปีหน้า



อย่าให้ใครมาชักใบให้เรือเสีย



โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของบรรดาองค์กรอิสระ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ในการตัดสินคดีความทางการเมืองที่คั่งค้างมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว หรือก่อนหน้านั้น



ต้องยึดตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 63 เรื่อง นโยบายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของรัฐ ในการปฏิบัติงานด้วยความเที่ยงธรรม มีบรรทัดฐานชัดเจน สาธารณชนตรวจสอบได้



หลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆ ที่อาจมีผลทำให้เกิดความเข้าใจผิดแก่สาธารณชนในการบังคับใช้กฎหมาย อันจะนำไปสู่ความขัดแย้งและแตกแยกในสังคม



ที่สำคัญต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ



เจาะจงลงไปยังกรณีผลตรวจสอบโครง การรับจำนำข้าว



ที่ไม่เฉพาะผู้ถูกกล่าวหาอย่างอดีต นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังรวมไปถึงประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เห็นว่าการพิจารณาคดีตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ



ล้วนมีข้อพิรุธน่าเคลือบแคลงมากมาย



จึงนับเป็นโอกาสดี ที่ด้านหนึ่ง คสช.อาจใช้คดีจำนำข้าวเป็นบทตรวจสอบการทำหน้าที่ของป.ป.ช.ว่าเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรม มีบรรทัดฐานชัดเจน เสมอภาคและเท่าเทียม



ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์และเยียวยารอยแตกให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง



ตามกรอบนโยบายที่ คสช.วางไว้หรือไม่

 10 
 on: July 24, 2014, 10:00:46 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 14:19 น.  ข่าวสดออนไลน์





อ่านกลอน สุจิตต์ วงษ์เทศ : ราชการดีที่สุด


ยกย่องพรรคราชการพวกคนดี
ย่ำยีพรรคการเมืองพวกคนบ้าน
โลกนี้ดีที่สุดคือราชการ
เลวที่สุดสามานย์คือการเมือง



สุจิตต์ วงษ์เทศ
ข่าวสดออนไลน์ พฤหัสบดี 24 กรกฎาคม 2557

Pages: [1] 2 3 ... 10