Pages: [1] 2 3 ... 10
 1 
 on: Today at 01:45:48 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
                 
สาระ+ภาพ: การอนุมัติงบประมาณในโครงการต่างของ คสช.

Tue, 2014-07-29 20:40



การอนุมัติงบประมาณในโครงการต่างๆ โดยที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 ถึง 28 กรกฎาคม 2557 มีรายละเอียดดังนี้

17 มิ.ย. 2557 - ภายหลังจากที่ คสช. อนุมัติช่วยเหลือชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว ต่อมาวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ธ.ก.ส. แถลงปิดบัญชีหนี้้ค้างชำระโครงการจำนำข้าวฤดูกาล 2556/2557 ให้ชาวนา 838,538  ราย รวม 89,931 ล้านบาท โดยมาจากเงินสภาพคล่องของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) และ การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ (ที่มา: เว็บไซต์รัฐบาลไทย [1], [2], ไทยพับลิกา)

17 มิ.ย. 2557 - อนุมัติงบประมาณ 5,400 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ 5.8 แสนราย ซึ่งเป็นโครงการตกค้างในการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ปี 2555 และปี 2556 จนถึงปัจจุบัน (เว็บไซต์รัฐบาลไทย, ผลการประชุม คสช. 24 มิ.ย. 2557)

24 มิ.ย. 2557 - อนุมัติงบประมาณ 8,357 ล้านบาท ให้โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) ที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จำนวน 396 โครงการ (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์)

24 มิ.ย. 2557 - อนุมัติงบกลาง 96 ล้านบาท ให้กรมประมง กระทรวงเกษตรจัดหาพันธุ์กุ้ง แก้ปัญหาโรคกุ้งตายด่วนให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้ง

28 มิ.ย. 2557 - คสช. ให้ 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้งบประมาณด้านบริหารจัดการน้ำในปีงบประมาณ 2557 ที่ค้างอยู่ 17,000 ล้านบาท ไปดำเนินการแก้ไขน้ำท่วมให้ทันปีงบประมาณ 2557 โดยงบประมาณก้อนนี้ให้กันไว้ 3,000 ล้านบาทเพื่อใช้จ่ายในปี 2558

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวว่า โครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการเกี่ยวกับการขุดลอกคูคลอง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง (ที่มา: สำนักข่าวไทย)

4 ก.ค. 2557 - อนุมัติให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคาร พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า ใช้งบประมาณ 2,455 ล้านบาทเศษ ซึ่งในปีงบประมาณ 2557 นี้ใช้งบกลางของรัฐบาล สำหรับงบประมาณปี 2558 - 2560 ให้บรรจุไว้ในงบประมาณปกติของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป (เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์)

9 ก.ค. 2557 - คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีมติเห็นชอบช่วยเหลือชาวนาฤดูกาลผลิต 2557/58 โดยลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการผลิตให้เกษตรปลูกข้าวนาปีลงร้อยละ 3 ต่อปี รายละไม่เกิน 50,000 บาท โดยรัฐบาลเป็นผู้จ่ายชดเชยค่าดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส. แทนเกษตรกร คิดเป็นวงเงิน 2,292 ล้านบาท (คาดมีเกษตรเข้าร่วม 3.57 ล้านราย) (ธกส., รายการคืนความสุขให้คนในชาติ, 20 มิถุนายน 2557)

22 ก.ค. 2557 -  ที่ประชุม คสช.ได้อนุมัติให้ ขสมก. กู้เงิน เพื่อนำไปชำระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าเหมาซ่อมสำหรับปีงบประมาณ 2558 จำนวน 4,401 ล้านบาทเศษ แบ่งเป็น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 2,870 ล้านบาทเศษ และค่าเหมาซ่อม 1,531 ล้านบาทเศษ เพื่อแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน และให้เกิดการประหยัดดอกเบี้ยจ่ายกรณีผิดนัดชำระหนี้ โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ รวมทั้งพิจารณาวิธีการกู้เงิน เงื่อนไข รายละเอียดต่างๆ ในการกู้เงินตามที่ ขสมก.เสนอ (สำนักข่าวไทย)

22 ก.ค. 2557 - อนุมัติงบประมาณ 252 ล้านบาท โครงการพัฒนาปรับปรุงทำเนียบรัฐบาลและบ้านพิษณุโลก ตามที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ เสนอขออนุมัติงบประมาณ โดยอยู่ในส่วนค่าใช้จ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รัฐบาล คสช. (ไทยรัฐ)

22 ก.ค. 2557 - คสช.เห็นชอบโครงการขยายผลการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสนับสนุนงบกลาง 1,300,624,760 บาท เพื่อการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้กับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและโรงเรียนในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จำนวน 15,441 โรงเรียน ทั่วประเทศ (เว็บไซต์รัฐบาลไทย)

22 ก.ค. 2557 - ที่ประชุม คสช. อนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 119,153,000 บาท ให้แก่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาทุน 300 คน ของปีการศึกษา 2556 และ 2557

ทั้งนี้สำนักงบประมาณได้ให้การสนับสนุนงบประมาณกับทางเอไอทีไปแล้ว 3 ปี คือปี 2553-2555 ต่อมาเอไอทีได้ปรับเปลี่ยนสถานะไปเป็นองค์การระหว่างประเทศ มีการจัดทำกฎบัตรฉบับใหม่ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 30 มกราคม 2555 แต่ประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันกฎบัตรดังกล่าว และยังไม่มีการออก พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ที่จะให้การรองรับการให้ความคุ้มครองเอไอที ในฐานะองค์การระหว่างประเทศ ทำให้สถานภาพความเป็นนิติบุคคลของเอไอทีดังกล่าวยังไม่ชัดเจน สำนักงบประมาณจึงเห็นว่าไม่สามารถสนับสนุนงบประมาณให้แก่เอไอทีในฐานะรัฐภาคีสมาชิกได้ ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 56-57 ไม่มีการจัดสรรงบประมาณให้แก่เอไอที ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งยืนยันสถานภาพของเอไอที และองค์กรต่างๆ ภายใต้เอไอที รวมทั้งคณะกรรมการอำนวยการ มีสถานะตามเดิม และปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย พ.ศ.2510 ในเรื่องดังกล่าว คสช.ได้อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ไปตกลงรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป (เอเอสทีวี)

25 ก.ค. 2557 - อนุมัติงบผูกพันวงเงิน 200 ล้านบาท ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรและคอมพิวเตอร์ (SMART SME)

28 ก.ค. 2557 - ในรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของ คสช. เดือนที่ 2 (ห้วงวันที่ 21 มิถุนายน - 22 กรกฎาคม 2557) มีการรายงานการใช้งบประมาณของ คสช. ในด้านที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจเช่น กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด 21 ครั้ง สามารถลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน คิดเป็นมูลค่า 27 ล้านบาท ทั้งนี้มีการขอความร่วมมือผู้ประกอบการ และห้างค้าปลีกค้าส่งกว่า 1,000 ราย ตรึงราคาจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นจำนวน 205 รายการเป็นเวลา 6 เดือน รวมทั้งขอความร่วมมือให้ลดราคาจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จที่ประชาชนนิยมบริโภค 10 รายการอยู่ที่จานหรือ ชามละ 35 – 40 บาท

อนุมัติงบประมาณ 163 ล้านบาท เพื่อกระจายผลไม้ออกสู่ตลาดนอกแหล่งผลิต ได้แก่ ลำไยจาก 8 จังหวัดภาคเหนือ 74.5 ล้านบาท เงาะและลองกองจากภาคตะวันออก 51 ล้านบาท มังคุดและลองกองจากภาคใต้จำนวน 37.5 ล้านบาท

อนุมัติงบประมาณกว่า 6,160 ล้านบาทให้กับเกษตรกรปลูกยางพารา 112,253 ราย เพื่อช่วยเหลือปัจจัยการผลิตครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ในอัตราไร่ละ 2,520 บาท เฉพาะที่เปิดกรีดแล้ว

ทั้งนี้ยังไม่รวมงบประมาณ ที่ใช้จัดกิจกรรมเสริมสร้างบรรยากาศปรองดองสมานฉันท์ โดย "ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป" ของ กอ.รมน. ภาค 1 – 4 รวม 84,252 ครั้ง จัดทำ MOU ระหว่างผู้นำทางความคิดที่เคยเห็นต่างกันในแต่ละพื้นที่ 177 ฉบับ ครอบคลุมกว่า 403 แกนนำ จัดเวทีเสวนา 176 เวที ครอบคลุม 30,842 หมู่บ้าน

 

ขอขอบคุณไอเดียคุณ GunGun Buriyer ที่มาของข้อมูล: เว็บไซต์รัฐบาลไทย, ผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ,  สรุปผลการปฏิบัติงานของ คสช. เดือนที่ 2, สำนักข่าวไทย และไทยรัฐออนไลน์


http://www.prachatai.com/journal/2014/07/54807                                                        

 2 
 on: Today at 04:01:03 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 16:30:00 น.



เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 57 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ได้กล่าวถึงการเดินหน้าทำงานตามโรดแมป ระยะที่ 2 ของ คสช.หลังมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้ว โดยคาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้จะมีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ก่อนที่ สนช.จะเปิดประชุมได้ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม จากนั้นสนช.ก็จะมีการดำเนินการสรรหานายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ซึ่งจะนับเป็นคณะรัฐมนตรี คณะที่ 61 โดยล่าสุดมีรายงาน รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ออกมาแล้ว 2 สูตร ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่









 3 
 on: Today at 03:19:55 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 16:29 น.  ข่าวสดออนไลน์



“จารุพงศ์” เล็งยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เป็นทางเลือก

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย เลขาธิการองค์การเสรีไทย อ่านแถลงการณ์เป็นวีดิโอคลิปความยาว 12 นาทีผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงจุดยืนไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญภายใต้ยุคคสช. สรุปใจความว่า ขอประณามเอกสารซึ่งคณะรัฐประหารเรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ขอประกาศว่าโดยที่ คสช. นั้นเองเป็นองค์การที่กระทำความผิดอย่างอุกอาจและจงใจเจตนาในการทำลายประชาธิปไตย จึงไม่มีสิทธิตามกฎหมายและความชอบธรรมที่จะออกคำสั่งแก่ปวงชนชาวไทย เอกสารที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญฯฉบับนี้ จึงไม่ควรถือว่ามีอำนาจผูกพันใดๆ ต่อสิทธิเสรีภาพ และการแสดงออกทางกฎหมายของปวงชนชาวไทย เราจึงขอยืนยันไม่ยอมรับอำนาจ อันเกิดจากการใช้กำลังที่เหนือกว่าเข้าข่มขู่บังคับเช่นนี้ และขอให้ผู้สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยทุกคนมีจุดยืนที่แน่วแน่ร่วมกันดังกล่าว

นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้  48 มาตรา มีสาระที่ขัดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอยู่เกือบทั้งฉบับ เป็นเอกสารที่สร้างขึ้นเพื่อรับใช้เครือข่ายอำนาจเดิมและอภิสิทธิ์ชน ซึ่งมีจำนวนเพียงน้อยนิด โดยไม่ได้ใส่ใจต่อความรู้สึกของปวงชนชาวไทย 65 ล้านคน เช่น มาตรา 35 จงใจวางรากฐานของการผูกขาดอำนาจในระยะยาวจนอาจถึงขั้นถาวร ทำลายระบบพรรคการเมือง คงอำนาจอันล้นพ้นของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระของรัฐ มาตรา 38 ที่ให้อำนาจยกร่างรัฐธรรมนูญแบบไม่รู้จบ นับเป็นการย้อนยุครัฐธรรมนูญแบบเผด็จการทหารสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อเนื่องกับจอมพลถนอม กิตติขจร มาตรา 44 ไม่แตกต่างนักกับมาตรา 17 สมัยเผด็จการสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ให้อำนาจอย่างกว้างขวางและเบ็ดเสร็จกับคณะที่ใช้กำลังเข้ายึดครองอำนาจการปกครองแผ่นดิน ล้างบาปให้กับตนเองและผู้สมรู้ร่วมคิดโดยสิ้นเชิง เอกสารฉบับนี้ให้อำนาจอย่างล้นพ้นแก่ข้าราชการประจำ โดยให้ข้าราชการประจำมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งเดิม นอกจากนั้นองค์การเสรีไทยฯ ขอรับเป็นผู้ประสานงานยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนขึ้นในเร็ววัน เพื่อให้เป็นทางเลือกให้ประชาชน

 4 
 on: Today at 03:11:45 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 00:01 น.  ข่าวสดออนไลน์


ย้อนประวัติศาสตร์

วงค์ ตาวัน



มี ผู้อ่านเห็นภาพข่าวซึ่งเกิดขึ้นในบ้านเมืองเราระยะนี้ โดยรู้สึกแปลกๆ เมื่อเห็นพระบางรูป ต้องเกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาร้ายแรง กรณีมีผู้คนล้มตายนับร้อยศพ

จึงอดไม่ได้ ต้องนึกถึงเรื่องราวของพระสงฆ์บางรูปในบ้านเรา ที่เคยมีบทบาทเกี่ยวพันกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง แล้วก็มีผู้คนต้องเซ่นสังเวยชีวิตมากมายหลายสิบศพเช่นเดียวกัน

เลยถามไถ่มาถึงข้อเท็จจริงและความเป็นมาของ วาทกรรมประวัติศาสตร์การเมืองไทย

"ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป"

อยากรู้ว่า ทำไมเมื่อมีการเอ่ยถึงวาทกรรมนี้ จึงมักกล่าวกันว่าเป็นคำเทศน์ของพระสงฆ์ชื่อดัง

เมื่อผู้อ่านถามมาก็ต้องตอบไป

ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้มีอยู่ว่า

ในช่วงบ้านเมืองขัดแย้งรุนแรงแบ่งเป็นซ้ายกับขวา ก่อนจะเกิดการฆ่าหมู่กลางเมืองกว่า 50 ศพ ในวันที่ 6 ต.ค. 2519 นั้น

มีแกนนำของกลุ่มฝ่ายขวาซึ่งมีบทบาทในการต่อต้านขบวนการนิสิตนักศึกษาประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย หรือที่เรียกกันว่าฝ่ายซ้าย

หนึ่งในแกนนำฝ่ายขวา คือ พระเทพกิตติปัญญาคุณ หรือกิตติวุฑโฒภิกขุ

ในราวปี 2519 ซึ่งเริ่มมีการเข่นฆ่าผู้นำฝ่ายซ้าย ก่อนจะเกิดการสังหารหมู่ในเดือนตุลาฯ

กิตติวุฑโฒภิกขุ ได้ให้สัมภาษณ์นิตยสารการเมือง รายสัปดาห์จตุรัส โดยกล่าวถึงฝ่ายซ้ายที่ถูกโจมตีว่าเป็นคอมมิวนิสต์อย่างดุเดือดยิ่ง

โดยระบุชัดเจนว่า การฆ่าคอมมิวนิสต์นั้นไม่บาป แม้ว่าเราจะเป็นเมืองพุทธ แต่ก็ควรจะทำ เพราะไม่ถือว่าเป็นการฆ่าคน

อธิบายด้วยว่า ใครก็ตามที่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ใช่คนสมบูรณ์ เราไม่ได้ฆ่าคน แต่ฆ่ามาร

นี่เองจึงนำมาสู่คำขึ้นปกนิตยสารดังกล่าวว่า ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป

นี่แหละเป็นบทสัมภาษณ์อันเป็นประวัติศาสตร์การเมืองในยุคซ้าย-ขวาของกิตติวุฑโฒภิกขุ

อย่างไรก็ตาม ท่านก็ได้มรณภาพไปแล้วเป็นเวลาหลายปี

ถือ เสียว่า เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองช่วงหนึ่ง อันเป็นช่วงขัดแย้งแตกแยกหนัก และเริ่มใช้ความรุนแรงเข่นฆ่ากัน

เป็นอีกห้วงการเมืองที่ควรร่วมกันเรียนรู้และไม่เดิน ซ้ำรอย

คล้ายๆ กับช่วงเกือบ 10 ปีมานี้ จนคสช.ต้องเข้ามาควบคุม เพื่อยุติสถานการณ์คนไทยแบ่งฝ่ายเข่นฆ่ากัน

ต้องกลับมาคุยกันด้วยเหตุผล ขัดแย้งอย่างสันติ

ส่วนที่เป็นคดีความ ก็ต้องดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมอันเที่ยงธรรม!

 5 
 on: Today at 02:36:53 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


เจนี่' เปิดใจผ่าน IG ขอบคุณทุกกำลังใจ! ยันยังอยู่เมืองไทย
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.ค. 2557 23:15


สดๆ ร้อนๆ หลังจดทะเบียนหย่ากับอดีตสามีตีตรา "เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม" เรียบร้อย "เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ" ก็ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @janienineeleven โดยนางเอกสาวแถลงผ่าน IG ว่า



"ก่อนอื่นเจนี่ต้องขอขอบคุณ ทุกความรักความห่วงใยที่ทุกๆ คนมอบได้มอบให้เจนี่ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ซึ่งเจนี่ไมได้ออกมาพูดอะไร เพราะหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ผ่านไปได้ แต่ในที่สุดเจนี่ได้ตัดสินใจแล้ว นั่นคือการเริ่มชีวิตใหม่ เจนี่ต้องขอโทษที่อาจจะทำให้ใครหลายคนที่รักและเป็นห่วงเจนี่ต้องผิดหวัง ขอโทษเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ต้องเดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ทุกๆ คน ขอโทษพี่ๆ สื่อมวลชนที่ไม่พร้อมและไม่เข้มแข็งพอสำหรับการพูดคุย และขอขอบคุณทุกๆ คนที่หยิบยื่นกำลังใจและความหวังดีมาให้เจนี่ มันมีค่าสำหรับเจนี่มากๆ จริงๆ ค่ะ ขอบคุณจากใจจริงๆ"

และจากการที่มีการปล่อยภาพ "เจนี่" ถ่ายกับหัวหน้าสจ๊วตว่อนเน็ตเพื่อปล่อยข่าวว่า "เจนี่" ได้บินออกนอกประเทศแล้ว "บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" ได้สอบถามไปยัง "ใหญ่-อมาตย์ นิมิตภาคย์" ช่างภาพชื่อดังรุ่นพี่คนสนิทของ "เจนี่" ก็ได้รับการยืนยันจากช่างภาพคนดังว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่า ตอนนี้นางเอกสาวยังอยู่เมืองไทย โดย "เจนี่" มีกำหนดเดินทางในวันที่ 31 ก.ค.นี้.

 6 
 on: July 29, 2014, 10:56:31 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
หน้าเดียวจบ! ประมวลมหากาพย์ ปิดตำนาน "มาดามเจนี่ อัศเหม" 29 กรกฎา...วันนี้มีอะไร

วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 19:00:30 น.


หลังจากมีข่าวหญิงสาวคล้ายดารานางเอกสาว "เจนี่ อัศวเหม" โพสต์ภาพถูกทำร้ายจนเขียวคล้ำ ท่ามกลางกระแสข่าวเตียงหัก กับ "เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม" สามี แต่ทั้งสองยังคงปิดปากเงียบไม่ไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใดนั้น

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าเมื่อเวลา16.00น.นี้เจนี่ดาราสาวพร้อมด้วยนายประมาณเลืองวัฒนะวณิชทนายความชื่อดังได้เดินทางไปที่บ้านของนายอำเภอจังหวัดสมุทรปราการตามที่นัดไว้กับเอ๋-ชนม์สวัสดิ์อัศวเหมเพื่อทำการเซ็นเอกสารใบสำคัญการหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย



รายงานข่าวระบุทั้งสองได้หย่าขาดกันเรียบร้อยแล้วในเวลาประมาณ16.30น.โดยในทะเบียนหย่าไม่ได้ระบุถึงเรื่องการเรียกร้องขอแบ่งทรัพย์สินหลังสมรสแต่อย่างใด มีเพียงเจนี่ได้ขอรถของตน(ปอร์เช่บ็อกซเตอร์911เทอร์โบเอส)คืนเท่านั้นซึ่งเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ก็รับปากว่าจะคืนให้

นอกจากนี้ เจนี่ยังขอกลับไปใช้นามสกุลเดิม คือ เทียนโพธิ์สุวรรณ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ นับเป็นการปิดฉากรักหวามของคนทั้งคู่ที่ครบหาอยู่กินมานานเกือบ 1 ปี

ซึ่งการเดินทางมาของคนทั้งสองฝ่ายนั้น สาวเจนนี่ได้เดินทางมาพร้อมกับมารดาและทนายความ ส่วนนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ได้เดินทางมากับลูกน้องคนสนิท นายสัมพันธ์ เตชะเจริญกุล นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ พร้อม สมาชิกสภา อบจ.และสมาชิกสภาเทศบาลนครสมุทรปราการจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ ในการเดินทางมาจดทะเบียนหย่าของคนทั้งคู่นั้น ไม่ได้เข้าไปจดทะเบียนหย่าพร้อมกัน โดยนายชนม์สวัสดิ์ ได้เป็นผู้เดินทางเข้าพบกับนายอำเภอก่อน ตามด้วยนางเอกสาวเจนนี่ จากนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับโดยที่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด



ย้อนกลับไปเมื่อช่วงสายของวันนี้ เวลาประมาณ 11.00 น. ของวันเดียวกัน นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายก อบจ. สมุทรปราการ ปรากฏตัวครั้งแรกหลังจากตกเป็นข่าว ที่บ้านพักอัศวเหม ถนนท้ายบ้าน ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ในพิธีทำบุญตั้งศาลพระภูมิ



โดยนายชนม์สวัสดิ์ เข้าร่วมพิธีบวงสรวงในการย้ายศาลพระภูมิเจ้าที่ซึ่งเดิมตั้งอยู่ภายในบ้านพัก ออกมาตั้งที่ใหม่ที่ริมรั้วหน้าบ้าน เพื่อความเป็นศิริมงคล โดยในงานมี สมาชิก อบจ.สมุทรปราการและคนใกล้ชิดเข้าร่วมในพิธี นายชนม์สวัสดิ์มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายกับสื่อมวลชนที่มาทำข่าว แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องภาพหญิงสาวหน้าคล้ายนางเอกสาวเจนนี่ อัศวเหม ผู้เป็นภรรยา ถูกทำร้ายแต่อย่างใด หลังทำพิธีเสร็จ นายชมน์สวัสดิ์ก็ขึ้นรถตู้สีดำติดฟิลม์ดำออกไป



ในขณะที่ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ที่ชั้น 23 ตึกจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ "อาร์ท ศรา และ อ้อม พิยดา จุฑารัตนกุล" ได้เดินทางมาแถลงข่าวกรณีภาพหลุดแชทไลน์ที่คุยถึงประเด็นฉาวของ "เจนี่ กับ เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม" ซึ่งการพูดคุยดังกล่าว มีบางประโยคไม่เหมาะสม และกระทบถึงเจนี่โดยตรง อาร์ทจึงได้กล่าวขอโทษ และยอมรับว่าใช้คำพูดไม่เหมาะสม รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่กระทำลงไปโดยขาดการไตร่ตรอง



นอกจากนี้ หนุ่มอาร์ท ยังเปิดเผยอีกว่า ทุกคนในกลุ่มไลน์ รู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยตนเองขอเป็นตัวแทนของทุกคน รวมทั้ง ภูริ หิรัญพฤกษ์ ที่รู้สึกเสียใจเช่นกัน



จนกระทั่งมาถึงเวลาประมาณ 15.00น. เจนสุดา ปานโต ดารานางแบบ และเพื่อนสนิมในกลุ่มนางฟ้าของเจนี่ ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า เจนี่นั้นได้เลื่อนไฟล์ทบินไปอเมริกาเป็นวันนี้ (29 ก.ค.) เพราะสามารถเคลียร์งานถ่ายละครเสร็จ โดยคาดว่าทริปครั้งนี้ จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

ซึ่งการออกมาให้ข้อมูลของสาวเจนสุดานั้น นับเป็นเหมือน "จิ๊กซอร์ตัวสุดท้าย" ให้บรรดา "ขาเเซ่บ" ทั้งหลาย พากันมโนกันไปต่างๆนานา เนื่องจากทริปครั้งนี้ เป็นการบิ่นอย่างเร่งด่วนและไม่มีกำหนดใดๆทั้งสิ้น

และสุดท้าย เหตุการณ์ทั้งหมดก็ได้กระจ่างขึ้น เมื่อมีภาพของสาวเจนี่ถ่ายรูปคู่กับใบหย่าออกมา...เรียกได้ว่าวันนี้เพียงวันเดียวนั้น มีเหตุการณ์เกี่ยวกับ "คนอัศวเหม" และบุคคลที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นมากมาย และสามารถชิงพื้นที่ข่าวเด่นทุกสำนักไปอย่างไม่ยากนัก ซึ่งจากนี้ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า "เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ" จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไร...




 7 
 on: July 29, 2014, 10:18:55 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 14:17:00 น.
 




รหัสนัย การเมือง ไขผ่าน 3 ′ฐานข้อมูล′ อนาคต ′คสช.′


มี"ฐานข้อมูล" อย่างน้อย 3 ฐานข้อมูล ซึ่งแม้จะต่างกรรม ต่างวาระ แต่เมื่อนำมา "ร้อย" เชื่อมเข้าด้วยกัน

ก็จะเสนอ "ความเข้าใจ" บางอย่าง


1 เป็นฐานข้อมูลอันมาจาก นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ แห่งสำนักสุขิโต เชียงใหม่แสดงความมั่นใจว่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็น "นายกรัฐมนตรี"

"ทุกวันนี้ก็ทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีนานจนกว่าบ้านเมืองจะสงบเรียบร้อย ราว 2-3 ปี"


1 เป็นฐานข้อมูลจาก ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ผ่านคอลัมน์บทเรียนจากความจริง "ถ้ารีบร้อนจัดการเลือกตั้ง ผมทายได้เลยว่าจะมีปฏิวัติครั้งที่ 3"


1 เป็นฐานข้อมูลจาก นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

"ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ผมน่าจะได้เข้ามาเป็น ส.ส.และพรรคเพื่อไทยคงกลับมาเป็นรัฐบาลอีก"

เหมือนเป็นคนละเรื่อง แต่ก็ดำเนินอย่างคนละเรื่อง "เดียวกัน"




แม้รากคำทำนายของ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ จะมาจาก "นิมิต" มาจาก "ฤๅษีเกวาลัน" แต่ก็ต้องยอมรับในความแม่นยำ

เป็นความแม่นยำใน "อดีต"

นั่นก็คือ มองผ่านนิมิตก็แสดงความมั่นใจว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จักต้องได้เป็น ผบ.ทบ.อย่างแน่นอน

เป็นความมั่นใจในห้วงที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กำลังหมดหวัง

ขณะเดียวกัน ก็เป็นความแม่นยำใน "ปัจจุบัน" ที่ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีโอกาสแสดงบท "อัศวินม้าขาว" ตั้งแต่เมื่อปี 2553

กระทั่งในเดือนพฤษภาคม 2557

เมื่อนำเอาความเชื่อมั่นของ "โหร" ประสานเข้ากับกระบวนการวิเคราะห์และสรุปของนักวิชาการระดับศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อันดำเนินไปในลักษณะ "ตีปลาหน้าไซ" ว่าหากรีบร้อนจัดการเลือกตั้ง

โอกาสที่จะเกิดการปฏิวัติหนที่ 3 ย่อมติดตามมา

หมายความว่าเดือนกันยายน 2549 เป็นครั้งที่ 1 เดือนพฤษภาคม 2557 เป็นครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 น่าจะเป็นในเดือนใดเดือนหนึ่งของปี 2558

คำตอบยืนยันได้จากถ้อยคำ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ




การเสนอ "ความเห็น" ของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ คล้ายกับจะสะท้อน 1 ความมั่นใจ 1 การยอมรับในความเป็นจริง

เป็นความมั่นใจว่า ตัวเขาได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แน่นอน

ขณะเดียวกัน ยังเป็นความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยก็จะได้รับการเลือกตั้งมาจำนวนมากมายกระทั่งได้เป็นรัฐบาล

เหมือนการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550

เหมือนการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554

"ผมไม่ใช่คนโลกสวยและโลกไม่สวย" นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เน้น "แต่เป็นคนยอมรับความเป็นจริงของสังคม"

เหมือนกับเป็นการ "สื่อ" ไปใน "วงกว้าง"

แท้จริงแล้ว แถลงจากปาก นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ก็เหมือนข้อเขียนของ ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

คือ สื่อโดยตรงไปยัง "คสช."

เป็นการเตือนในเรื่อง "รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)" เป็นการเตือนในเรื่อง "สภานิติบัญญัติแห่งชาติ" เป็นการเตือนในเรื่อง "รัฐบาล" รวมถึงรัฐธรรมนูญ "ฉบับถาวร"

เตือนในเรื่อง "สัญญา" เลือกตั้งภายใน 1 ปี 3 เดือน




ท่าทีของ "นักการเมือง" ท่าทีของ "นักวิชาการ" แตกต่างจากท่าทีของ "โหรา-พยากรณ์"

นักการเมืองมีความยอกย้อนมากกว่า นักวิชาการขู่ด้วยบทเรียนในประวัติศาสตร์ที่จะต้องซ้ำร้อย แต่โหราพยากรณ์อย่างตรงไปตรงมาตามแบบฉบับคนที่ติดต่อกับ "เทพ" เป็นประจำ

ต้องอยู่อย่างน้อย 2-3 ปี จึงจะเรียบโร้ยย

 
 
...........
 
 
(ที่มา:มติชนรายวัน 29 ก.ค.2557)
 
ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กกับมติชนออนไลน์
www.facebook.com/MatichonOnline
               

 8 
 on: July 29, 2014, 06:08:16 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger


28 Jul 2014

แถลงการณ์ขององค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษ­ยชนและประชาธิปไตย

เรื่อง ไม่ยอมรับและประณามรัฐธรรมนูญของระบอบเผด็­จการ

เราขอประณามเอกสารซึ่งคณะรัฐประหารเรียกว่­า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๕๗
ว่าเป็นเอกสารเถื่อน และเป็นมิจฉาทิฏฐิต่อการปกครองในระบอบประช­าธิปไตย



 9 
 on: July 29, 2014, 01:49:07 PM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8644 ข่าวสดรายวัน


สัญญาณ การเมือง จาก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส่งตรงถึง "คสช."





แถลงแสดงความมั่นใจของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สำแดงความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจักต้องกำชัยในการเลือกตั้งและได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีก



ต้องอ่านอย่างพินิจ ต้องอ่านอย่างพิเคราะห์



เหมือนกับ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จะยอมรับในความพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะเดียวกัน เหมือนกับ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จะยอมรับความเหนือกว่าของพรรคเพื่อไทยในสนามการเลือกตั้ง



แต่อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นใคร



สถานะในปัจจุบันของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ คือ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สถานะของ นายนิพิฏฐ์ อีกอย่างหนึ่งซึ่งสำคัญคือ ส.ส.หลายสมัยและจะตลอดกาลของพัทลุง



ยิ่งกว่านั้น บทบาทของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในห้วงจากเดือนมิถุนายน 2556 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2557 คือ บทบาทในการโค่นและทำลายรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร



เป็นบทบาทประสานกับ กปปส. ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ



แถลงครั้งล่าสุดของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แม้จะดำเนินไปบนหลักการที่เขาประกาศอย่างเด่นชัดว่า



"เป็นคนยอมรับความเป็นจริงของสังคม"



แต่หากตรวจสอบคำประกาศนี้กับพฤติการณ์ในกาลอดีตของเขาในการราวีกับพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักไทย มาอย่างต่อเนื่อง



ก็เป็นคำประกาศอันชวนให้ "หวาดเสียว"



เป็นความจริงที่เหมือนกับ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จะยอมรับในชัยชนะของพรรคเพื่อไทยและจะยอมรับในความพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ ในสนามการเลือกตั้งเหมือนกับที่เคยแพ้มาแล้วในกาลอดีต แต่ก็ดำเนินไปในลักษณะเหมือนกับเป็นพฤติการณ์ของนักเรียน



เพียงแต่มิได้ฟ้อง "ครูอังคณา" หากเป็นฟ้อง "คสช."



อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แถลงเรื่องนี้ในบรรยากาศแห่งการประกาศและบังคับใช้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)



กำลังจะมี "สภานิติบัญญัติแห่งชาติ"



จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็จะมีการเลือกและแต่งตั้ง "นายกรัฐมนตรี" จากนั้นก็จะมี "สภาปฏิรูปแห่งชาติ" เพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ "ฉบับถาวร"



เพื่อให้มีการเลือกตั้งตามสัญญาที่กำหนดภายใน 18 เดือน



แถลงเรื่องนี้จึงเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังคสช. ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ตระหนักในภาระหน้าที่ใจกลาง



นั่นก็คือ การสกัดขัดขวาง "เพื่อไทย" ให้จงได้



คล้ายกับแถลงครั้งนี้ของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จะเป็นการยอมรับความเป็นจริงของการเมือง



แต่ความต้องการอย่างแท้จริงก็คือ รัฐประหารมาแล้ว 2 ครั้งจากเดือนกันยายน 2549 มายังเดือนพฤษภาคม 2557 ยังจะปล่อยให้พรรคเพื่อไทยได้ชัยชนะจากการเลือกตั้งอีกละหรือ



สัญญาณนี้จึงหนักแน่นและจริงจัง

 10 
 on: July 29, 2014, 08:11:43 AM 
Started by thaitiger - Last post by thaitiger
วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8644 ข่าวสดรายวัน



น้ำเป็นของปลา

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน



มีข่าวค่อนข้างชัดเจนว่า ไม่เกินวันที่ 31 ก.ค. คงมีการประกาศรายชื่อ ?สนช.? หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน 220 คนได้แน่ ซึ่งสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งคงมาจากทหาร

ความที่เป็นยุคคสช.ปกครองบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่อง ผิดคาดว่าทหารจะต้องเข้ามาทำหน้าที่ในสภา

เมื่อได้สนช.แล้ว จากนั้นจะได้เห็นโฉมหน้ารัฐบาล

ถึงวันนี้ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลยจากฝ่ายคสช.ในการทาบทามใคร มาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี

ดังนั้นข่าวที่ว่าหัวหน้าคสช.จะทำหน้าที่นี้เอง เพื่อเป็นหลักประกันให้เป้าหมายในการแก้ไขปัญหาชาติบรรลุ ก็คงไม่มีอะไรแปรเปลี่ยน

นายกฯ คนใหม่คงชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นเอง!


ความจริงมีโพลหลายสำนัก สำรวจออกมาตรงกันหมดคือ คนส่วนใหญ่สนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ

ผลโพลออกมาอย่างนี้ คงทำให้พล.อ.ประยุทธ์สบายอกสบายใจขึ้น

พร้อมจะเข้ามาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายบริหาร

ว่ากันว่า ตั้งแต่ตัดสินใจว่าต้องลงมือทำรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดกับคนใกล้ชิดที่ร่วมกันทำนองว่า ถ้าเข้ายึดอำนาจก็ต้องไม่ซ้ำรอยคมช.เมื่อปี 2549

คือทำเสร็จ ไปส่งมอบให้คนอื่นมาเป็นนายกฯ ลงเอยจึงล้มเหลว!

ถ้าจะยึดอำนาจ ก็ต้องเป็นนายกฯ เพื่อทำให้เป้าหมายลุล่วงให้ได้

ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์ก็คงต้องเป็นนายกฯ เองแน่นอน


เรื่องเสียงโหวตในสนช.ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ในเมื่อกว่าครึ่งค่อนเป็นทหาร

แม้แต่ผู้เข้ามาร่วมทำงานในรัฐบาล ข่าวที่เริ่มเปิดเผยออกมา มีชื่ออดีตนายทหารใหญ่ เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ มากันพร้อมหน้า

ตามสภาพความเป็นจริง เพราะนี่เป็นยุคทหารเข้ามาควบคุมการปกครอง มีเป้าหมายเพื่อจัดระบบระเบียบให้ไทยไร้ความขัดแย้งแตกแยก

ส่วนจะทำสำเร็จหรือไม่ อีก 1 ปีได้รู้กัน!


ที่น่าเป็นห่วงก่อนที่จะมีการโหวตตั้งนายกฯ คนใหม่ คงต้องเตือนกันเอาไว้ อย่าให้ใครหรือกลุ่มใด ที่จะเอาอกเอาใจอย่างเว่อร์ เพื่อหวังประโยชน์เข้าร่วมรัฐบาล หรือในสภาปฏิรูปแห่งชาติ

พวกนี้อาจก่อกระแสเชียร์อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

ย้อนไปดูยุคผู้นำกองทัพก้าวเข้ามาเป็นนายกฯ ทั้งป๋าเปรม บิ๊กสุ

มีป้ายโหมคำขวัญว่อนไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ประเภท น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก นายกฯ เป็นของ....!!

                

Pages: [1] 2 3 ... 10