หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: วงจรการเมือง (อุบาทว์) ไทยรัฐเช้านี้  (อ่าน 973 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
thaitiger
Moderator.
Advance Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2821


« เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2010, 03:45:34 AM »

จนถึงวันนี้ คุณธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษยังพูดไม่หยุดกับกรณีตามล้างตามเช็ดผู้ก่อการร้าย และค้าอาวุธสงคราม ล่าสุด มีการต่อรองกับผู้ต้องหาให้เปิดปากรับสารภาพแลกกับดีเอสไอจะกันตัวภรรยาและ มารดาไว้เป็นพยาน ก็แปลกดี คดีสำคัญทางความมั่นคง แต่อธิบดีดีเอสไอเอามาปูดเป็นรายวัน เอามาต่อรองกันเอิกเกริก มีจุดมุ่งหมายอะไรไม่ต้องไปอธิบายให้เมื่อยตุ้ม

แล้วกรณีคนตายที่วัด ปทุมฯ แล้วกรณีที่เพชรของกลางหายไปเป็นถุง ทำไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในที่สุดไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระหรือไม่อิสระก็ถูกใช้เป็นกลไกในการชิงอำนาจ ทางการเมืองอย่างโจ๋งครึ่ม แต่อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับขบวนการยุติธรรมแล้วถูกบิดเบือนจะกระทบถึง มาตรฐานการเมืองการปกครอง เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่แยกอำนาจการบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการเอาไว้ชัดเจน

สิ้นเดือนนี้เป็นต้นไป การเมืองคงมีคลื่นใต้น้ำกันอีกกระทอก ก่อนที่จะเปิดสภาวันที่ 1 ส.ค. ประมาณ 18 ส.ค. งบประมาณวาระ 2-3 เข้าสภา ที่หวั่นไหวก็เพราะเป็นกฎหมายทางการเงิน รัฐบาลจะอยู่จะไปก็ตรงนี้ ถ้าพลาดพลั้งจะไปโทษเสื้อแดงก็คงกระไรอยู่ เงื่อนปมอยู่ที่ว่า คนที่เป็น รมต.จะโหวตไม่ได้ เสียงของรัฐบาลก็ปริ่มน้ำเต็มที พรรคเพื่อแผ่นดินจะเอาคืนหรือเปล่าก็ไม่รู้ เงียบผิดปกติ

อัตราเสี่ยงสูง

ยังมี ส.ส.ที่รอการวินิจฉัย ขาดคุณสมบัติ จากศาลรัฐธรรมนูญอีกจำนวนหนึ่ง ไม่ต้องรอคดียุบพรรค หรือคดีเอสเอ็มเอส ลุ้นวิกฤติเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลก็สนุกแล้ว

เพราะ ฉะนั้น ระยะนี้ปรากฏการณ์ งูเห่า รายการดูด ส.ส.จากฝ่ายค้านก็คงจะเป็นเรื่องปกติ หลังงบประมาณผ่านสภาไปแล้วจะยุบสภาหรือพรรคแตกอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง

การเมืองฝุ่นตลบ

เมื่อ ขึ้นมาโดยวิธีบิดเบือน ก็ต้องอาศัยกลไกการบิดเบือนเพื่อความอยู่รอดไปตลอด ถ้ามองในภาพการเมืองใหญ่จะเห็น จุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ กลายเป็นช่องว่างให้การบริหารประเทศไม่มีเสถียรภาพ เป็นเผด็จการรูปแบบใหม่ในรัฐสภา

เป็นช่องทางที่จะใช้เงินในการซื้ออำนาจ

ต่อ ไปถ้ามีเศรษฐีกำเงินมาซื้อเสียงในสภาเพื่อโหวตให้ ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีซึ่งมีอำนาจที่จะไปแต่งตั้ง ครม.ก็คงไม่มีอะไรขัดขวาง หรืออยากจะเปลี่ยนขั้วการเมืองก็ใช้เงินซื้อ ส.ส.เป็นต้น อีกหน่อยก็จะมีอาชีพ ส.ส.รับจ้าง เอาเงินมาลงทุนเลือกตั้งแล้วรอไปค้ากำไรในสภา วงจรอุบาทว์เช่นนี้จะทำให้เงินเป็นใหญ่ ร้ายแรงกว่าการซื้อเสียงและไม่มีทางป้องกันเมื่อทุกอย่างถูกต้องตามรัฐ ธรรมนูญและเป็นที่ยอมรับของสังคมไทย ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นกับดักให้นักการเมืองมีจิตสำนึกต่ำลงไปทุกที

เผด็จการนายแน่มาก.

หมัดเหล็ก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: