วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7182 ข่าวสดรายวัน
ภาพ สองมาตรฐาน การชุมนุม ต้าน "ยูเนสโก" ของกลุ่ม "พันธมิตร"
ขณะที่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เพียงแต่เอาริบบิ้นสีแดงไปผูกที่ป้ายสี่แยกราชประสงค์ในวันที่ 26 มิถุนายน
ก็ถูกตำรวจจับไปขัง ณ คุก
ขณะที่นักศึกษาพร้อมกับเด็กนักเรียนจำนวน 5 คนแห่งจังหวัดเชียงรายยกป้ายประกาศให้รู้ว่า ที่นี่มีคนตาย
ก็ถูกตำรวจเรียกไปสอบที่สน.ที่เป็นนักเรียนถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่พินิจและคุ้มครองเด็ก
ตรงกันข้าม เมื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและเครือข่าย อันประกอบด้วย กลุ่มสันติอโศก กลุ่มพิทักษ์ราชันย์และสันติสยาม กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ จำนวนกว่า 1,000 คน ไปชุมนุมหน้าองค์การยูเนสโกระหว่างถนนสุขุมวิท 40 ถึง 42
นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับเชิญตัวแทนของกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าร่วมหารือที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างสันถวมิตรสนิทสนม
นี่แหละคือรูปธรรมแห่งความเป็นสองมาตรฐาน ดับเบิล สแตนดาร์ด อย่างเด่นชัดยิ่ง
ความจริงพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอันประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ จะทำอย่างสงบๆ ก็ย่อมได้
สงบด้วยการส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือยังสำนักงานยูเนสโกประจำประเทศไทย
แค่นี้ก็ไม่จำเป็นต้องระดมคนมาร่วมชุมนุมมากกว่า 1,000 คน แค่นี้ก็สามารถทำให้หนังสือถึงมือไม่เพียงยูเนสโกประจำประเทศไทย หากแต่ยังเดินทางไปยังองค์การยูเนสโกในนครปารีส เดินทางไปยังที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล
แต่การทำเช่นนั้นมันเงียบเกินไป
เช่นเดียวกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เคยอ่านแถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาแล้ว ทั้งยังติดตาม "สื่อ" ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทุกจังหวะก้าวจะยกหูโทรศัพท์แจ้งว่ากำลังดำเนินการอยู่ ก็ย่อมได้
หรือการทำเช่นนั้นมันเงียบเกินไป
หรือการทำเช่นนั้นมันไม่สะท้อนสภาวะแห่งลักษณะสองมาตรฐานอย่างเพียงพอ
สภาพที่เห็นและเป็นอยู่ในสังคมประเทศไทยขณะนี้ คือ สภาพที่ต้องการยืนยันในอำนาจ ยืนยันในสถานภาพทางความคิดและการกระทำของตนอย่างเต็มที่
เต็มที่โดยไม่แยแสและสนใจว่าอีกฝ่ายจะมองอย่างไร รู้สึกอย่างไร
แม้จะมีเสียงท้วงติงในเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งจากต่างประเทศและจากในประเทศอย่างเช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) อย่างเช่นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย (คปร.) ว่าให้ยกเลิกเสีย
ก็ไม่สนใจ
แม้จะมีข้อสังเกตการเลือกปฏิบัติในลักษณะสองมาตรฐาน คนหนึ่งทำอะไรก็ถูกหมด คนหนึ่งทำอะไรก็ผิดหมด
ก็ไม่สนใจ
พวกของตนขนคนมาชุมนุมกว่า 1,000 คนเชิญเข้าทำเนียบรัฐบาลเฉย แต่อีกพวกแค่จะผูกริบบิ้นสีแดง แค่จะยกป้าย ก็ถูกตำรวจประกบเป็นกองร้อย ขยับทำอะไรก็ลำบาก
เป็นสองมาตรฐานชัด เป็นสองมาตรฐานเต็มเต็ม
เพราะระบบสองมาตรฐานนั่นแหละทำให้เกิดความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
น่าสนใจก็ตรงที่ระบบสองมาตรฐานกำลังแผ่ขยายจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มายังส่วนอื่นของประเทศโดยคนใหญ่คนโตในแวดวงอำนาจ แวดวงผู้มีอำนาจเป็นคนนำร่อง
นำร่องโดยไม่สนใจว่าคนที่ถูกกระทำจะรู้สึกอย่างไร
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3dOakk1TURjMU13PT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE1DMHdOeTB5T1E9PQ==