หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ลือสะพัดทั่วอีสาน “ทักษิณ”แจกบ้านละแสนร่วมชุมนุมคนเสื้อแดง  (อ่าน 476 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Pui_Narak
Advance Member
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1321


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 03:18:20 PM »

ลือสะพัดทั่วอีสาน  “ทักษิณ”แจกบ้านละแสนร่วมชุมนุมคนเสื้อแดง   
         
เกิดกระแสข่าวลือแพร่สะพัดทั่วภาคอีสาน “ทักษิณ” แจกให้บ้านละ 100,000 บาทให้ไปร่วมชุมใหญ่กับคนเสื้อแดง แถมถ้าชนะคดียึดทรัพย์จะตบโบนัสให้อีก ใครสนใจแจ้งความจำนงได้ที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ แกนนำคนเสื้อแดงโต้ทันควันเป็นแค่ข่าวลือที่ปล่อยออกมาดิสเครดิต ยันคนเสื้อแดงไม่ใช่มวลชนจัดตั้งแต่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ได้หวังผลประโยชน์ ให้จับตาช่วงวันที่ 15-20 ก.พ. รู้ผลแพ้ชนะ ลั่นครั้งนี้เดิมพันกันด้วยชีวิต โฆษกรัฐบาลเผยส่งกำลังเข้าพื้นที่ 38 จังหวัดเป้าหมายคุมการเคลื่อนไหวในพื้นที่แล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. ตั้งด่านสกัดและตรวจค้นทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 200 ด่าน ใช้กำลังผสมมากถึง 584 กองร้อย เพราะคาดจะมีคนมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก ย้ำใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักและประกาศใช้กฎหมายพิเศษตามความจำเป็น กลุ่ม 40 ส.ว. จี้ถอนประกัน พ่วงตั้งข้อหากบฏแกนนำเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เกิดกระแสข่าวลือในหลายพื้นที่ทางภาคอีสานว่าหากบ้านไหนไปร่วมชุมนุมใหญ่กับคนเสื้อแดงในช่วงปลายเดือน ก.พ. นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีค่าใช้จ่ายให้บ้านละ 100,000 บาท และหากชนะคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาทจะนำเงินทั้งหมดมาแจกจ่ายให้ประชาชนที่ร่วมชุมนุม โดยให้แต่ละบ้านประสานแสดงความจำนงกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย

แกนนำเสื้อแดงโต้ปล่อยข่าวดิสเครดิต

นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานี ยืนยันว่า ข่าวที่แพร่สะพัดในตอนนี้ไม่เป็นความจริง เป็นการปล่อยข่าวเพื่อทำลายคนเสื้อแดง ข่าวนี้น่าจะออกมาจากพรรคภูมิใจไทยที่พยายามเล่นเกมใต้ดินอยู่

นายขวัญชัยยังกล่าวถึงกรณีความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ว่าไม่มีอะไร เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า “ตู่มันเครียดไปหน่อย ไม่มีอะไรหรอก” ขณะเดียวกันก็ได้คุยกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ซึ่ง เสธ.แดงได้บอกว่า “ไอ้ตู่มันเครียด ไม่มีอะไร ถ้ามันไม่เอากูๆก็จะเอามันเอง เพราะกูต้องการช่วย พ.ต.ท.ทักษิณกลับ”

ยันคนเสื้อแดงไม่ได้เกิดจากจัดตั้ง

นายขวัญชัยกล่าวว่า แม้จะมีเรื่องความขัดแย้งกันบ้างในแกนนำส่วนกลาง แต่คนเสื้อแดงแต่ละกลุ่มไม่ได้หวั่นไหวอะไรเลย เพราะการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงไม่ได้เกิดจากการจัดตั้งแต่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ อย่างที่จังหวัดอุดรฯการฝึกการ์ดกว่า 300 คนใช้เงินไปแสนกว่าบาทก็จ่ายเองหมดไม่ได้ขอ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะเดียวกันก็มีชาวบ้านมาช่วยกันบริจาคด้วย แสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องของชาวบ้านจริงๆไม่ใช่ตั้งกลุ่มมาเพื่อเอาผลประโยชน์จากนักการเมือง

นายขวัญชัยยืนยันว่า ในการประชุมระดับแกนนำยืนยันมาตลอดว่าจะยึดแนวทางสันติวิธีในการเคลื่อนไหว จึงไม่ยากให้ฟัง เสธ.แดงมากเพราะพูดเกินข้อเท็จจริงจนเบรกไม่อยู่

แกนนำ 30 คนกำหนดการเคลื่อนไหว

“ทั้ง พล.อ.พัลลภและ เสธ.แดงถือเป็นแนวร่วมคนเสื้อแดงเท่านั้น ส่วนการนำอยู่ที่แกนนำ 30 คนจากทั่วประเทศจะเป็นผู้กำหนดทิศทาง ถ้า 2 คนนี้ออกมาพูดในทางที่ดีกับเราๆก็แฮปปี้เป็นธรรมดา แต่หากพูดในสิ่งที่ไม่เป็นผลดีเราก็ต้องตอบโต้ อย่าง พล.อ.พัลลภเคยวางแผนฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณมาก่อน เมื่อเปลี่ยนใจมาเล่าให้เราฟังก็ขอบคุณแต่เราก็ต้องระแวงเอาไว้ก่อน ส่วน เสธ.แดงก็เคยเชิญมาปราศรัยเท่านั้นเพราะเห็นว่าเรียกคนได้”

15-20 ก.พ. รู้ผลแพ้-ชนะ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะชนะเมื่อไร นายขวัญชัยกล่าวว่า ให้ดูวันที่ 15 ก.พ. ไม่เกินวันที่ 20 ก.พ. ต้องรู้ผล งานนี้เอาชีวิตเดิมพันกันเลย ถ้าแพ้ก็เอาชีวิตกันไปเลย ที่พูดอย่างนี้เพราะมั่นใจว่าทหารคงไม่กล้าฆ่าประชาชนที่มากันเป็นล้านแน่

ด้าน พล.ต.ขัตติยะกล่าวว่า ถึงจะโดนนายจตุพรออกมาขับไล่โดยเปรียบเป็นของปลอมหรือหมาเน่าก็ไม่โกรธ ถึงจะไล่ก็ไม่ไปเพราะต้องทำหน้าที่เป็นการ์ดคุ้มครองความปลอดภัยให้คนเสื้อแดงต่อไป

“เสธ.แดง” ตื้อร่วมเคลื่อนไหว

“เขาไม่เอาผมๆก็เอาคนเสื้อแดงอยู่ดี ไม่หนีไปไหน ไม่ให้ไปรบก็จะออกรบด้วย แต่หลังได้รับชัยชนะ ล้มระบอบอำมาตย์ได้เมื่อไรผมกับนายจตุพรเจอกันแน่” พล.ต.ขัตติยะกล่าวและว่า การที่แกนนำเสื้อแดงตั้งข้อสังเกตว่าตนกับ พล.อ.พัลลภถอนตัวจากฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยโดยมีเบื้องหลังนั้น ขอยืนยันว่าไม่มี แต่เป็นเพราะอุดมการณ์เปลี่ยนไปหลังทราบข้อเท็จจริงต่างๆ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ พล.อ.พัลลภคงไม่ยุ่งกับคนเสื้อแดงอีกแล้ว

รัฐบาลส่งกำลังลงพื้นที่ 38 จังหวัด

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือคนเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้อนุมัติเพิ่มกำลังเข้าไปในพื้นที่ 38 จังหวัด โดยในแต่ละจังหวัดจะมีกองกำลังผสมตำรวจ ทหาร และพลเรือนประจำอยู่ประมาณ 3-5 กองร้อย และมีกองหนุนที่ตั้งขึ้นมาตามสถานการณ์อีกส่วนหนึ่ง เพื่อให้เกิดความพร้อมในการตรวจสอบสถานการณ์ตามขั้นตอนปรกติและใช้กฎหมายปรกติ

ตั้ง 200 ด่านทั่ว กทม.-ปริมณฑล

“พื้นที่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษคือกรุงเทพฯและปริมณฑล เพราะคาดว่าจะมีคนมาร่วมชุมนุมกันจำนวนมากจึงจะทยอยตั้งด่านตรวจค้นประมาณ 160-200 ด่าน ใช้กองกำลังผสม 54 กองร้อยดำเนินการโดยมีกองหนุนเตรียมพร้อมในที่ตั้งอีกจำนวนหนึ่ง” นายปณิธานกล่าวและว่า ได้สั่งการให้กำลังพลประจำจุดและออกมาเป็นระยะๆก่อนที่จะมีการเคลื่อนไหว และมาตรการจะเข้มข้นขึ้นตามลำดับตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. อย่างไรก็ตาม การชุมนุมยังเป็นสิทธิที่ทำได้ และรัฐบาลเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่เมื่อมีการปลุกระดมก็จำเป็นต้องเข้าไปควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง จากนี้ไปจะประเมินสถานการณ์เป็นระยะ หากจำเป็นก็ต้องประกาศใช้กฎหมายที่เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ และหลังวันตัดสินคดียึดทรัพย์จะเฝ้าระวังสถานการณ์ไปอีกระยะหนึ่ง เพราะเชื่อว่าจะมีบางกลุ่มที่แยกตัวออกมาเคลื่อนไหวโดยเอาผลคำตัดสินมาเป็นประเด็น

40 ส.ว. จี้รัฐบาลตั้งข้อหากบฏ

ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา สมาชิกกลุ่ม 40 ส.ว.สายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภาในช่วงการหารือก่อนเข้าสู่วาระการประชุมปรกติ โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบวิทยุชุมชนเพราะมีการปลุกระดมส่งเสริมให้พลีชีพเพื่อเป้าหมาย ทราบว่ามีการจัดเตรียมทำระเบิดเพลิงมากถึง 1 ล้านขวดเพื่อใช้ในกองกำลังที่จัดตั้งขึ้น จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ไปดูคนเหล่านี้เพราะเข้าข่ายข้อหากบฏ ควรเร่งตั้งข้อกล่าวหาเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม นอกจากนี้ยังอยากให้รัฐบาลตรวจสอบเคลื่อนไหวของชาวกัมพูชาที่แฝงเข้ามาในรูปแรงงานที่อาจก่อวินาศกรรมได้ และอยากให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปตรวจสอบลูกชายแกนนำคนเสื้อแดงคนหนึ่ง เนื่องจากทราบว่านำเงินไปซื้อที่ดินเป็น 10 ไร่เพื่อเตรียมสร้างรีสอร์ต ซื้อร้านอาหารไทยในอังกฤษ ทั้งที่ไม่มีรายได้เป็นหลักแหล่ง

ต้องถอนประกันแกนนำเสื้อแดง

นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา สมาชิกกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวเสริมว่า สถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลไม่ควรประมาทเพราะไม่ใช่สถานการณ์ปรกติ ขอเสนอให้ถอนประกันตัวบุคคลที่มีคดีติดตัวแล้วประกาศว่าจะระดมพลเป็นล้านให้ถืออาวุธขวดน้ำมันเพื่อก่อความรุนแรงขึ้นในบ้านเมือง และขอเสนอให้รัฐบาลใช้สื่อเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งเปิดสายด่วนเพื่อให้ประชาชนได้แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายว่ามีการซ่องสุมและการเคลื่อนของกองกำลังอย่างไร เพื่อจะได้ทราบความเคลื่อนไหว

จวกช่อง 11 สร้างความแตกแยก

นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ อภิปรายรายการ “เกาที่คัน” ของ ดร.เสรี วงศ์มณฑา และ “เจาะข่าวร้อน” ของสำนักข่าวทีนิวส์ ที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ว่าประชาชนจำนวนมากได้แสดงความไม่สบายใจว่าเนื้อหาของทั้ง 2 รายการเป็นการยั่วยุทำให้เกิดความแตกแยกหนักขึ้น จึงอยากเรียกร้องให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ให้พิจารณาว่าทั้ง 2 รายการมีประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือไม่ หากรัฐบาลมีความจริงใจที่จะไม่ให้เกิดความรุนแรงจริงจะต้องยุติรายการเหล่านี้ เพราะยิ่งเผยแพร่ก็จะยิ่งแตกแยก

เพื่อไทยออกแถลงการณ์ 7 ข้อ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงผลการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์และการเมืองของพรรคว่า จากกรณีที่มีข่าวปรากฏผ่านสื่อจากการคาดการณ์ว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในบ้านเมือง โดยพยายามโยงใยพรรคเพื่อไทยให้ไปเกี่ยวพันนั้น พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนดังนี้ 1.พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายและมี ส.ส. มากที่สุดในสภา แต่โชคไม่ดีที่ต้องเป็นฝ่ายค้าน ที่ผ่านมาพรรคเป็นรัฐบาล 4 สมัย แสดงถึงประชาชนที่ชื่นชอบนโยบายของพรรค ไม่ได้ปล้นใครหรือมาจากการรัฐประหาร

ตอกย้ำไม่สนับสนุนความรุนแรง

2.พรรคเพื่อไทยยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย การดำเนินการทุกอย่างของพรรคจะอยู่ในครรลองของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3.ขอให้เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และราชวงศ์จักรี 4.พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังหรือความรุนแรงใดๆในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองในประเทศ และความสมานฉันท์ปรองดองเป็นหนทางเดียวในการแก้ปัญหา 5.พรรคเพื่อไทยปฏิเสธและไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่เสนอให้ใช้การรัฐประหารมาแก้ไขปัญหา และพรรคเพื่อไทยจะร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่ต่อต้านการรัฐประหารอย่างถึงที่สุด

6.พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะใช้กำลังทหารในการควบคุมหรือทำลายล้างการแสดงออกทางการเมืองของการเมืองภาคประชาชน 7.พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่าการปกครองประเทศและรัฐธรรมนูญยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ สังคมยังเหลื่อมล้ำและไม่เป็นมาตรฐานเดียว จึงควรหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ปัญหา

“การแถลงข่าวจุดยืนพรรคเพื่อไทยของผมจะเป็นการบอกให้ทุกคนทราบว่าสมาชิกพรรคทุกคนต้องปฏิบัติตัวตามนี้ ซึ่ง 7 ข้อนี้จะถือเป็นกฎเหล็ก” นายปลอดประสพกล่าว

****************************************************

ที่มา http://www.dailyworldtoday.com/newsblank.php?news_id=5797
บันทึกการเข้า
supit2513
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 778


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 04:59:55 PM »

เรื่องเงินแจกจริงหรือไม่จริงไม่มีใครรู้  แต่ที่รู้แน่ๆ ก็คืองานนี้ "ทักษิณ" และคนเสื้อแดงแพ้ไมได้ 

ถ้าไม่ชนะผลที่ออกมาน่ากลัวสำหรับ  "ทักษิณและครอบครัว" ถูกยึดทรัพย์ทั้งหมด   และอิสรภาพของบรรดาแกนนำตามด้วยครอบครัวญาติพี่

น้องที่ร่วมด้วยช่วยกัน  เรียกได้ว่าหมดอนาคตในสังคมการเมืองเลยทีเดียว 


แต่ถ้าชนะ  งานนี้อำมาตย์และลิ่วล้อจบ  ปชป. จบ ส่วนข้าราชการก็ลอยไปตามน้ำ ได้ทุกกระแส 

สังคมใหม่  กลุ่มทุนใหม่  จะเริ่มต้นขึ้นด้วยมือของประชาชน

ดิฉันมองว่าอำมาตย์และลิ่วล้อเตรียมตั้งรับและเตรียมโต้กลับเต็มที่  ชนิดที่ยอมปิดประเทศ  ขอแค่  "ชัยชนะ"

ดิฉันไม่อยากให้คนเสื้อแดงและแกนนำเจ็บ  ลองหาวิธี การถูกโอบล้อม  หรือที่เรียกว่า  "ปิดประตูตีแมวจากรอบนอก"  ด้วย

เจ้าที่ที่กระจายตัวออกไปพร้อมกำลังอาวุธ  "กลุ่มคนเสื้อแดงต้องหาทางจัดการคนเหล่านั้นให้ได้"

ก่อนที่จะถูกโอบล้อม  สื่อจะถูกปิด  ในช่วงชุลมุนใหญ่   

จับตาพวกที่คอยสร้างการณ์ด้วย  ถ้าจะมีการสร้าง  กลุ่มคนเสื้อแดงต้องเป็นผู้กระทำ  แล้วรีบอกข่าวผ่านสื่อให้เร็วที่สุด  เมื่อนั้นฝ่ายรัฐจะเสีย

เปรียบ  เพราะเขางง  ตั้งรับสื่อไม่ถูก 

ไหนจะต้องคิดแผนจัดการณ์คนเสื้อแดง  ไหนจะต้องรักษาหน้าอำมาตย์  หน้ารัฐบาลว่าไม่ใช้ความรุนแรง ไหนจะต้องรักษาภาพพจน์ตัวเอง 

(จุดอ่อนทั้งนั้น)  แต่สุดท้าย  หากรัฐบาลเสียท่า  เชื่อว่าเตรียมดำลังปราบแน่  เมื่อนั้นดิฉันคิดว่า  กองกำลังบางส่วนอาจเขิญครอบครัวผู้สั่งการ

มาดูแลแล้วก็ได้

อนาคตไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  แต่แน่ใจว่า "ทักษิณ" และคนใกล้ชิด  รวมทั้งแกนนำและคนเสื้อแดงทุกคน  จะพยายามอย่างเต็มที่  เพื่ออนาคตลูกหลาน  เพื่อประชาธิปไตยและตัวเอง

เงินทองของนอกกาย  ไม่ตายหาไม่ได้  แต่ศักดิ์ศรี  และชัยชนะในครั้งนี้   "สำคัญที่สุด"
 
   "ผู้ที่ชนะจะสามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์"   อะไรจะพัง  จะเสีย  ก็ช่าง "ขอแค่ชัยชนะ" และเมื่อถึงเวลานั้น  แกนนำและท่านทักษิณ

ก็ช่วยกันสร้างขึ้นมาใหม่ (แม้แต่จะเป็นซากปรักหักพัง) ด้วยมือของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ (ไม่ใช่เหล่าอำมาตย์)  โดยมีกองกำลัง

ประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: